เคยมีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วย osteosarcoma ที่แพร่กระจายไปแล้วแบบเดียวกันแล้วถูก amputate แล้วผู้ป่วยก็มีอาการซึมเศร้าหลังถูกตัดขามาก สุดท้ายผู้ป่วยก็เสียชีวิตภายในเวลา 1 เดือนต่อมา

            บ่ายวันนี้มีนัดกับผู้ป่วยรายหนึ่งว่าจะไปเยี่ยมบ้าน  ผู้ป่วยรายนี้น่าสงสารมาก  ผู้ป่วยอายุ 20 ปี  มีขาข้างขวาโตขึ้นมาประมาณ 6 เดือน  ตอนแรกที่ขาโตขึ้นผู้ป่วยโทษว่าเป็นเพราะไปเตะบอลแล้วล้มจึงทำให้กล้ามเนื้อช้ำจึงไม่ได้ไปโรงพยาบาล  จนต่อมาขาโตขึ้นเรื่อยๆ  และมีอาการปวดมากขึ้นจึงมาตรวจที่โรงพยาบาล  หลังจากตรวจแล้วปรากฏว่าขาที่โตขึ้นนั้นเป็น osteosarcoma และโชคร้ายเหลือเกินที่มะเร็งได้แพร่กระจายไปที่ปอดแล้ว   แต่ที่น่าสงสารไปกว่านั้นผู้ป่วยเพิ่งจะเป็นพ่อคนได้ประมาณ 1 ปี  ซึ่งตนเองก็เป็นลูกกำพร้าพ่อแล้วลูกของผู้ป่วยก็กำลังจะเป็นลูกกำพร้าในเวลาอีกไม่นาน   ผู้ป่วยได้ถูกส่งตัวไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช  ผู้ป่วยก็เทียวไปศิริราชอยู่ 3 ครั้งแล้วก็ขาดนัดไปประมาณ 1 เดือน ตอนแรกผู้ป่วยบอกกับหมอว่าไม่มีค่ารถไปตรวจ  แต่คุยไปคุยมาก็พบว่า  ผู้ป่วยไม่ไปเพราะหมอจะตัดขา  หลังจากผู้ป่วยไม่ไปตรวจตามนัดญาติๆ ก็พาผู้ป่วยไปหาหมอพระหมอน้ำมนต์แล้วก็หายไปจากระบบการแพทย์แผนปัจจุบันไปเลยเนื่องจากกลัวตัดขา  เราก็ไปตามเยี่ยมบ้านได้รู้เรื่องทั้งหมด  ก็นำเรื่องไปปรึกษาศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกว่าเราจะให้การดูแลอย่างไรดี  ศัลยแพทย์ก็แนะนำให้ผู้ป่วยไป amputate ที่ศิริราชเหมือนเดิมเพราะเขาไม่สามารถ amputate แบบ hip disarticulate ได้  แต่เราก็สงสัยอยู่ว่าในเมื่อเซลล์มะเร็งนั้นได้แพร่กระจายไปที่ปอดแล้ว  ยังจำเป็นจะต้องตัดขาอีกหรือไม่  เพราะเคยมีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วย osteosarcoma ที่แพร่กระจายไปแล้วแบบเดียวกันแล้วถูก amputate แล้วผู้ป่วยก็มีอาการซึมเศร้าหลังถูกตัดขามาก  สุดท้ายผู้ป่วยก็เสียชีวิตภายในเวลา 1 เดือนต่อมา   เราก็เลยไม่แน่ใจว่าผู้ป่วยรายนี้ถ้าตัดขาแล้วมันจะยืดชีวิตผู้ป่วยหรือช่วยให้ผู้ป่วยทุกข์ทรมานน้อยลงได้ไหม  ใครเคยมีประสบการณ์หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญช่วยให้ความเห็นที