วิชาชีวิต

                                           วิชาชีวิต

                  เมื่อวันเช้าจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์  2553  ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก   ดร.ปรีชา เรืองจันทร์   ให้เกียรติมาเยี่ยมโรงเรียนบ้านกร่างวิทยาคม  และให้โอวาทแก่นักเรียนว่ามีหน้าที่จะต้องตั้งใจเรียน 3 วิชา ได้แก่ วิชาการ  วิชาชีพ และวิชาชีวิต  ตลอดจนรู้จักคุณค่าของเวลา มีความซื่อสัตย์ ที่สำคัญอย่าดูถูกตนเอง เพราะคนที่มุ่งมั่นไม่ดูถูกตนเองขยันขันแข็ง ไม่ขี้เกียจ ไม่เล่นการพนัน ไม่ติดสิ่งเสพติดทั้งหลาย  รักเรียน  รักค้นคว้า พัฒนา มักจะประสบผลสำเร็จทุกคน ไม่ว่าคนคนนั้นจะมาจากพ่อแม่ที่มีอาชีพชาวไร่ ชาวนา พ่อค้า ลูกจ้างหรือข้าราชการ  หากทุกคนขยันตั้งใจเรียนหนังสือ ก็มีโอกาสสอบเป็นครู  เป็นทหาร  ตำรวจ สส. สว. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเหมือนผู้ว่าฯ คนนี้ที่เกิดมาจากลูกชาวนา  เพราะรักการเรียน  ใฝ่ดี  ยิ่งวิชาชีวิตเป็นวิชาที่เด็กๆและครูต้องศึกษาไปพร้อมกัน  ไม่มีวันจบ  จะจบได้ก็คงเมื่อหมดลมหายใจเท่านั้น   

            ผู้เขียนขอชื่นชมท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกท่านนี้  ท่านเป็นผู้ว่าฯติดดินดี  โดยดูจากข่าวที่ท่านปฏิบัติภารกิจทั่วไปทุกแห่งที่ทั้งในและนอกจังหวัด เป็นคน ไม่เรื่องมาก เป็นกันเอง มีแต่คนรักคนชอบ  อนาคตท่านคงไม่เป็นผู้ว่าฯ จนปลดแน่นอน    ผู้เขียนเองก็อยากให้กำลังใจทุกคนที่กำลังก้าวเดินในถนนชีวิต อยากให้ดูแบบอย่างท่านผู้ว่าฯ ผู้นำหลายๆท่านที่เป็นต้นแบบในการดำรงชีวิต ที่ประสบความสำเร็จในการทำงาน 

            คนบางคนเก่งเรื่องวิชาการ ได้เป็นด็อกเตอร์ เป็นอัจฉริยะด้านต่างๆ  แต่บางคนตกวิชาชีวิตมีมากถมไป   บางคนอาจศึกษาวิชาชีพ วิชาการไม่จบ แต่วิชาชีวิตเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าจนสร้างชื่อเสียงให้  เช่น เจ้าสัวทั้งหลายที่มาจากประเทศจีน  เสื่อผืน หมอนใบ ต่างเข้ามาทำมาหากินจนร่ำรวย มีเงินหลายพันล้าน ในประเทศไทยเรา   หากใครที่มีเวลาว่างลองไปศึกษาประวัติ จะรู้ว่าทำไมคนเหล่านี้จึงประสบความสำเร็จวิชาชีวิตได้   ทั้งๆที่เราคนไทยแท้ๆเจ้าของประเทศกลับกลายเป็นแค่ชาวนาจนๆ  ทำนา 100 ไร่ พอรุ่นลูกก็ทำได้ 100 ไร่  รุ่นหลาน แบ่งกันไปคนละ 50 ไร่ ก็ทำนาได้เท่าเดิมดีไม่ดีบางคนทำได้น้อยกว่าพ่อแม่อีก   บางคนพ่อแม่อยู่บ้านสร้างไม่เสร็จฝาบ้านเว้าๆแหว่งๆ มารุ่นลูก รุ่นหลานก็อยู่บ้านหลังเดิมอีกไม่มีการพัฒนา  (ครูไปเยี่ยมบ้านเด็กมาตั้งแต่รุ่นพ่อนักเรียนจนมาเยี่ยมบ้านรุ่นลูกอีก)  จึงอยากฝากให้ทุกคนและลูกศิษย์ทั้งหลาย ช่วยกันคิดหน่อยนะว่าทำอย่างไรคนรากหญ้าบ้านเรา จึงจะมีกินมีใช้ แบบเหลือกินเหลือใช้ได้กันถ้วนหน้า