ในการต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก รพ.แห่งหนึ่ง

ผอก.ท่านหนึ่ง ได้ให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูลภาพรวมของ รพ.ให้ได้ทราบกันจนเป็นที่เรียบร้อย  จากนั้ก็ได้แลกเปลี่ยนแนวคิดกันกับคณะฯ ได้กล่าวแง่คิดที่น่าสนใจในการพัฒนาองค์กร หลายอย่างด้วยกัน อาทิ

การเลือกแนวทางการพัฒนางานของโรงพยาบาลในตอนนี้ก็ต้องมองว่า

รพ.ของเรามีศักยภาพอย่างไร เด่นอะไร..

ต้องมีคนมีของ สำคัญคือต้องมีคนต้องเอาคนให้อยู่ก่อน

จากนั้นจึงจะลงทุนทำการพัฒนางานหรือโชว์ศักยภาพออกไป หากไม่ทำอย่างนี้ผลเสียที่ตามมาแน่ๆ ก็คือหากคนไม่อยู่กับเราซะแล้ว จ่ายเงินพัฒนา

ซื้อเครื่องไม้เครื่องมือมามากมาย เพื่อจะทำงานดังกล่าว

ทำงานได้สักพักคนทำย้ายด้วยเหตุผลที่เราเองก็พอทราบว่ามันจะต้องเกิดขึ้นแต่ไม่ได้ระมัดระวัง งานที่หวังผลก็พัง ฝันสลาย ขาดทุน ทั้งเงินทั้งเวลา

อย่างที่พิจิตรนี่เป็นจังหวัดเล็ก ที่อยู่ตรงกลางถูกขนาบด้วยจังหวัดใหญ่ๆ คือ นครสวรรค์และพิษณุโลก และประกบทิศตะวันออกทิศตะวันตกด้วยเพชรบูรณ์และกำแพงเพชร

งานเด่นๆ ก็จะถูกจังหวัดใหญ่เอาไปก่อนเหลือแต่งานที่เค้าไม่เลือกและเราก็ไม่อยากได้ไว้

ดูแล้วไม่ค่อยน่าสนใจ

ท่านยังกล่าวต่อไปอีกว่า แต่บางทีจุดที่เป็นจุดอ่อนก็อาจจะพัฒนาเป็นจุดเด่นได้

งานที่เค้าไม่สนใจนั้นเมื่อเราทำให้สำเร็จ

ก็จะโดดเด่นไม่เหมือนใคร ประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน

 ความสำเร็จนี่ก็แปลก มันหอมหวานมาก ขนาดนั่งอยู่คนเดียวนึกขึ้นมาก็ยังยิ้มได้เลย

ฉนั้นอย่างไรก็ขอให้ทำไปก่อน เมื่อสำเร็จแล้วชื่อเสียงก็จะตามมาเอง

ในมุมมองของคนที่ มีประสบการณ์มากมายนั้น เคยผ่านการบริหารงานมาในหลายรูปแบบ ในหลายๆที่ ก็ทำให้เค้าได้เห็นโอกาสและอุปสรรค์มากมายเช่นกัน หาก 2 คนเก่งเท่ากัน

คนที่มีประสบการณ์มากกว่าก็จะได้เปรียบอย่างมากมาย

เรื่องน่าสนใจอีกอย่างในการบริหารคน ก็คือต้องรู้จักคนที่เราจะบริหารเขา

 ต้องดูประวัติว่าคนคนนี้ได้เรื่องหรือเปล่า ปกติหรือเปล่า โดยเฉพาะงานที่มีความสำคัญมากๆ และเป็นวิชาชีพขาดแคลนนั้นมีจำเป็นมาก คนที่ไม่ค่อยรับผิดชอบ และเกด้วยเนี่ย

 หากองค์กรมีบุคลากรปฏิบัติงานแบบนี้น่ะ สู้ไม่ต้องมีกำลังปฏิบัติงานซะจะดีกว่า เพราะอะไรล่ะ ก็เพราะว่าเค้าจะสร้างปัญหาไม่จบไม่สิ้น เหนื่อยมากๆ  ครับ