เป็นที่ชัดเจนว่า เวลานี้ชีวิตของผมขาดความพอดี หรือกล่าวใหม่ว่า เกินพอดี   สิ่งที่เกินพอดีอย่างหนึ่งคือตำแหน่งหน้าที่การงาน   ซึ่งมีผลตามมาคือความรับผิดชอบเอาใจใส่ต่อแต่ละหน้าที่อาจย่อหย่อน ด้วยข้อจำกัดของเวลา
 
          สิ่งที่ตามมาอีกอย่างคือบางหน้าที่มีลักษณะผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest) ต่อกัน
 
          เมื่อวันที่ ๑๕ ม.ค. ๕๓ ผมถาม ศ. ดร. สมคิด เลิศไพฑูรย์ ที่มาเป็นวิทยากรในหลักสูตรธรรมาภิบาลอุดมศึกษาว่า การที่ผมเป็นทั้งประธาน กกอ. และนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล ถือเป็น conflict of interest (CoI) หรือไม่   ท่านตอบว่า “เป็นอย่างชัดเจน”
 
          ผมเคยคิดว่าเรื่องนี้เป็น potential conflict of interest และระวังตัวแจ ที่จะไม่มีพฤติกรรม conflict of interest   แต่คำตอบของนักกฎหมายชั้นนำอย่าง ศ. ดร. สมคิด ทำให้ผมกลับมาคิดว่า คนบางคนอาจยึดถือหลักคิดเรื่อง CoI แนวเคร่งครัด   ซึ่งเมื่อใช้หลักคิดแนวนี้ผมควรสละตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งใน ๒ ตำแหน่งที่กล่าวถึง
 
          ควรสละตำแหน่งไหน
 
          ก็ต้องกลับไปที่หลักคิด ว่าจะเอาอะไรเป็นหลัก
 
          สไตล์ผม เอาประโยชน์ที่จะทำประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก
 
          มีกัลยาณมิตรแนะว่า ให้เก็บตำแหน่งประธาน กกอ. ไว้ เพราะทำงานได้กว้างกว่า เกิดผลต่ออุดมศึกษาทั้งระบบ    ท่านตั้งข้อสังเกตว่าผมเป็นคนเครื่องร้อนช้า    อย่างตอนทำงาน สกว. ก็ใช้เวลากว่าปี กว่าเครื่องจะร้อน
 
          แต่ในความเป็นจริงประธาน กกอ. ขับเคลื่อนงานในหน้าที่ได้น้อยกว่านายกสภามหาวิทยาลัยมหิดลหลายเท่า
 
          ทั้ง ๒ งาน เป็นงานกำกับดูแล ไม่ใช่งานบริหาร    ผมไม่ได้เข้าไปจัดการตัวงานโดยตรง   หน้าที่นั้นเป็นของฝ่ายบริหาร    คือหน้าที่จัดการงานกำกับดูแลระบบอุดมศึกษาเป็นของ สกอ.   และหน้าที่บริหารจัดการมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นของฝ่ายบริหารอันมีอธิการบดีเป็นหัวหน้า
 
          ดังนั้น งานจะเดินหรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหาร    และในภาพรวมแล้ว ฝ่ายบริหารที่มหาวิทยาลัยมหิดลคล่องแคล่วในการบริหารการเปลี่ยนแปลงมาก   ในขณะที่ทีมงานของ สกอ. เกือบทั้งหมด เป็นนักทำงานรักษาสภาพเดิม (status quo) โดยใช้การออกกฎระเบียบเป็นหลัก    ไม่ใช่นักทำงานจัดการระบบแบบที่ผมลงบันทึกมากว่าปีแล้ว เป็นจำนวนหลายร้อยบันทึก
 
          คือ คน สกอ. (ส่วนใหญ่) กับผม เป็น คนละไสตล์ คนละกระบวนทัศน์ ทำงานไม่เข้าขากัน    ผมจึงคิดใหม่ว่า หากมีประธาน กกอ. ที่ทำงานเข้าขากับคน สกอ. งานอาจเดินดีกว่านี้
 
          ผมจึงเตรียมตัว landing คือลาออกจากประธาน กกอ.   แต่ก็จะค่อยๆ ทำอย่างนิ่มนวล ไม่ให้เสียงาน
 
 
วิจารณ์ พานิช
๑๗ ม.ค. ๕๓