ทุกข์ที่เกิดจากการให้
เมื่อหลายสิบปีที่แล้วอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความจำเป็นที่จะต้องย้ายที่ว่าการอำเภอจากในตลาดสู่เขตรอบนอก ในขณะนั้นมีนายอำเภอท่านหนึ่งชื่อ นายอำเภอปกประสิทธิ์ ท่านเป็นคนดีมาก เข้าถึงประชาชนมากๆ ไม่ถือตัวชาวบ้านชอบท่านมากๆ เมื่อต้องย้ายที่ว่าการอำเภอท่านก็วางแผนผังการพัฒนาในอนาคตของที่ตั้งที่ว่าการอำเภอว่าน่าจะพัฒนาสู่ระดับเทศบาล แต่เนื่องจากที่ดินบริเวณรอบที่ว่าการอำเภอทั้งหมดเป็นที่สงวนและเป็นที่ตั้งของศูนย์ราชการของอำเภอเกือบทั้งหมด ท่านจึงคิดว่าความเจริญของประชาชนน่าจะอยู่อีกฝากหนึ่งของถนนหน้าที่ว่าการอำเภอ ท่านจึงไปขอที่ดินชาวบ้านเพื่อทำถนนหน้าที่ว่าการอำเภอ 3 สาย เพื่อเชื่อมต่อระหว่างถนนเอเชีย หน้าที่ว่าการอำเภอสู่ถนนอีกสายหนึ่ง โดยให้ถนนแต่ละสายกว้าง 10 เมตร ยาวประมาณ 500 เมตร ครอบครัวสามีดิฉันก็เป็นครอบครัวหนึ่งที่ท่านขอที่ดิน (ที่ดินที่บริจาคกว้าง 10 เมตร ยาวประมาณ 450 เมตร) ในครอบครัวก็ปรึกษากันและตกลงใจมอบที่ดินเพื่อทำถนนโดยตัดสินใจให้ถนนผ่ากลางที่ดินทั้งหมดเพื่อลูกหลานทุกคนจะได้มีเส้นทางที่สะดวกและที่ดินมีมูลค่าเพิ่มขึ้น เมื่อแบ่งแยกที่ดินโฉนดเป็นสาธารณะ ท่านนายอำเภอบอกว่าในสมัยของท่านคงไม่มีงบประมาณจะตัดถนน (ปัจจุบันท่านเกษียณแล้ว) เวลาผ่านไปถนนเอเชีย(สายหลักภาคใต้)ได้งบพัฒนาเป็นถนนสี่เลน บริษัทรับเหมาทำถนนต้องการซื้อดินถมถนนจึงไปซื้อดินถมที่ภูเขาใกล้ๆ โดยมาขออนุญาตท่านนายอำเภอและพ่อสามีถมดินทำถนนเพื่อให้รถขนดินวิ่งได้ ในครอบครัวเห็นว่าเป็นทางเดียวที่จะทำให้มีถนนผ่านที่ดินของทุกคน ก็ยินยอม เวลาผ่านไป ถนนเอเชียเสร็จกลายเป็นถนนสี่เลน ถนนที่บริจาคก็ยังเป็นถนนลูกรังขี้ฝุ่นเขลอะอยู่เหมือนเดิม แต่สิ่งที่ตามมาตอนนี้ก็คือถนนทั้ง 2 สายที่เหลือพัฒนาเป็นถนนคอนกรีตทั้งหมดยกเว้นถนนสายนี้ เพราะ นายก อบต.ก็เป็นผู้รับเหมามีรถถมดิน กำนันก็รับเหมามีรถถมดิน แต่ที่น่าเจ็บปวดยิ่งกว่าเมื่อ อบต. บอกว่าถนนสายนี้มีแค่ 7 ครอบครัว ไว้ทำสุดท้าย เพราะถนนทุกสายเป็นคอนกรีต รถดินวิ่งไม่ได้...เอาไว้ให้รถดินวิ่ง ...ท่านคิดดูสิว่าวันหนึ่งๆ รถวิ่งทั้งวัน ฤดูแล้งฝุ่นเขลอะ ฤดูฝนดิฉันไม่สามารถนำรถเข้าบ้านได้ ร้องเรียนหลายครั้ง นายอำเภอคนใหม่ๆ มา ก็ไม่แก้ไขปัญหา เพราะอะไรท่านก็พิจารณาวินิจฉัยให้ด้วยก็แล้วกัน...ตอนนี้ถนนสายนี้คือทุกข์ของครอบครัวของเรา การบริจาคควรพิจารณาให้รอบคอบ ถ้าในตอนนั้นเราทุกคนเชื่อพี่ชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งบอกว่าให้เราทำถนนสายนี้เป็นถนนส่วนบุคคล เรื่องก็จบตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว...แต่เพราะเราให้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ตอนนี้นายอำเภอคนปัจจุบันซึ่งไม่รู้ที่มาของที่ดินถนนทั้งสายยังมาข่มขู่ครอบครัวเราให้ยอมรับสภาพฝุ่นอย่างนี้.....นี่คือทุกข์ของผู้ให้
ดูภาพถนนของจริงเลยค่ะ

ที่ว่าการอำเภอสิชลและถนนบริจาค สายที่ 1 พัฒนาแล้ว (ตรงกันข้ามที่ว่าการอำเภอ)

ถนนสายที่ 2 ที่ครอบครัวบริจาค (อยู่ตรงกันข้ามที่ว่าการอำเภอ ห่างจากถนนสายที่ 1 ประมาณ 300 เมตร)

ถนนสายที่ 3 ห่างจากถนนสายที่ 2 ประมาณ 300 เมตร (อยู่ตรงกันข้ามหน่วยรักษาป่า ป่าไม้) พัฒนาแล้ว
น่าเห็นใจครอบครัวโยมและเพื่อนบ้าน
ผู้นำรัฐที่เคยขอที่ดิน น่าจะช่วยเราได้บ้าง
น่าเห็นใจค่ะ แต่ทำดีแล้วต้องได้ดีค่ะ
ขอให้กำลังใจค่ะ
สวัสดีค่ะ
แวะมาเยี่ยมด้วยความคิดถึง
น่าเห็นใจจริงๆค่ะ
มีความสุขในวันหยุดนะคะ
สวัสดีค่ะ
สักวันหนึ่งปัญหานี้คงคลี่คลายนะคะ
นมัสการ พระมหาแล ขำสุข (อาสโย)
ขอบคุณพระคุณเจ้าที่มีเมตตาจิตกับครอบครัวดิฉัน ผู้นำรัฐที่เคยขอที่ดินเขาก็ปลดเกษียณไปแล้ว เขาก็แก้ให้ไม่ได้หรอกค่ะพระคุณเจ้า
สวัสดีค่ะ คุณnoktalay
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ หวังว่าความดีที่ครอบครัวได้ทำจะส่งผลให้ลูกหลานไม่ต้องทนทุกข์อย่างทุกวันนี้
สวัสดีค่ะ เจ้าหญิงแห่งท้องทะเลบัวแดง
สวัสดีค่ะ คุณmena
สวัสดีค่ะ คุณครูดาวเรือง
สวัสดีค่ะ คุณ ธรรมทิพย์
■ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มอบให้
■ก็หวังว่าสักวัน..ปัญหาคงบรรเทา แต่จะขับรถเข้าบ้าน
ได้อย่างไร
สวัสดีค่ะ คุณครูปริมปราง
เมื่อปีใหม่กลับบ้าน
กะว่าจะเรียกครูปริมปรางหน้าบ้าน เกรงใจ๊เกรงใจ
ก็เลยอยู่แค่หน้าบ้าน พี่ณี เพื่อซื้อของเข้าบ้าน สบายดีนะคะ
คิดถึงค่ะ
สวัสดีค่ะ น้องครูจิ๋ว
ช่วงปีใหม่พี่ก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมน้องไม่มาเยี่ยมบ้าน วันที่ 1 พี่ทำหน้าที่จัดกิจกรรมที่โรงเรียนตลอดครึ่งวันไม่เคยได้อยู่บ้านหรอกค่ะ ต้องไปโรงเรียนตั้งแต่ ตีสามแนะ เพราะที่โรงเรียนให้ทานไฟและมอบทุนการศึกษา ทำอย่างนี้มา 23 ปีแล้วไม่เคยได้อยู่ปีใหม่กับครอบครัวเลยค่ะ
สวัสดีครับคุณครูปริมปราง
วันก่อนหายไปเลยต้องประกาศหาคนหาย แฮ...
คิดว่าหายไปไหน ที่แท้แอบไปเอาน้ำราดถนนไม่ให้ฝุ่นฟุ้งเข้าบ้านนี้เอง อิ.อิ.
ผมไม่เคยสงสัยว่าปัญหาจังหวัดภาคใต้ถึงแก้ไม่ได้สักทีเพราะอะไร
ในเมื่อผู้ถืออำนาจในองค์กรของรัฐยังคงความคิดแบบนี้หละครับ
แล้วจะมาเรียกร้องขอความร่วมมือจากชาวบ้านไปหาขนมจีนน้ำยาอะไร
ขอยุยงสักกะหน่อย ยากรู้จักทนายดีนัก แฮ...
M 79 ยังไม่ต้องใช้ ฮา.....
แต่ให้ใช้นโยบาย "เองไม่ทำข้าจะทำ" เออ...แล้วทำไงหละ ยากรู้ตามมา
1.ถ่ายสำเนาหลักฐานการบริจากที่ดินให้ทำถนนทั้งหมด (จากสนง.ที่ดินพร้อมให้เจ้าหน้าที่รับรองเอกสารทั้งหมด
เหตุผล
เพื่อป้องกันเอกสารหายหรือไฟไหม้ หรือถูกปล้นเอาเฉพาะเอกสารของเราไปทรัพยสินมีค่าอื่นไม่ยากได้ ยากได้เฉพาะเอกสาร เออ..งง..นะ
2.ทำหนังสือร้องเรียนไปยัง ทุกองค์กร คือตั้งแต่ผู้ใหญ่ กำนัน อบต. อบจ. ปลัดอำเภอ นายอำเภอ ปลัดจังหวัด ผู้ว่าฯ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ส.ส./ส.ว. นายอำเภอคนเก่าที่หมดอำนาจ เทศบาล แขวงการทาง กรมทางหลวง น.ส.พ. คือเรียกว่าคิดถึงใครก็มีหนังสือถึงคนนั้น ท้ายหนังสือให้ระบุไว้ว่าสำเนาถึงใครบ้างให้คนที่รับได้รู้
เหตุผล
เพื่อเป็นการเร่งระยะเวลาดำเนินการเพราะผู้ที่เกี่ยวข้องในระดับใต้บังคับเกรงจะถูกหน่วยเหนือถามแล้วตอบไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนที่มีไปถึงผู้ไม่เกี่ยวข้องก็หวัง (แค่หวังนะ) ประจานให้หน่วยงานอื่นรับรู้ เวลาเจอหน้ากันเค้าอาจมีมุกฮา..มาคุยกันเพื่อสร้างบรรยากาศการประชุม
3.สาระสำคัญในหนังสือร้องเรียน
3.1ต้องบรรยายให้ชัดว่าเรื่องเดิมทำไมยกที่ดินให้ทางเราเอาไปยัดให้ทางการหรือทางการแบบมือขอ ใครเป็นผู้ขอ มีหลักฐานอะไรแนบท้ายให้หาเจอ เพราะหน่วยงานที่รับเรื่องประเภทนี้ตอนสอบรับสมัครบุคคลเข้าทำงานจะฉลาดมากแต่พอทำไปสมองสึกจนไม่มีรอยยัก ทำให้หาเอกสารไม่เจอ
3.2ต้องบรรยายให้ชัดว่าเคยไปร้องที่ใดมาก่อนนี้บ้าง ใครรับเรื่องและผลเป็นอย่างไร เขาแจ้งหรือพูดอย่างไร เพื่อสกัดไม่ให้ผู้ที่กำลังทำเรื่องให้อยู่เกรงการถูกประจานต่อ
3.3ต้องบรรยายให้ชัดว่าต้องการอะไร ถนนแบบใด มีคูระบายน้ำ มีไฟฟ้าแสงสว่าง มีระบบประปา ระบบโทรศัพท์หรือไม่ ถ้านึกไม่ออกไปถ่ายรูปถนนที่ต้องการแนบเป็นเอกสารไว้ท้ายหนังสือ อย่าลืมบอกเลขเอกสารแนบท้ายด้วยนะสมองเค้าไม่มีรอยแล้วหาไม่เจอจริงๆ
3.4ในหนังสือให้ระบุเป็นสารบัญไว้ด้วยว่าส่งอะไรมากับหนังสือไม่ระบุทำหาย จิง.จิง.นะเออ
3.5ห้ามส่งหนังสือทางไปรษณีย์เด็ดขาด ให้ไปส่งที่ฝ่ายรับ-ส่งเอกสารของแต่ละหน่วงงาน แล้วจดเลขรับไว้ด้วย ไม่งั้นหาย จิง.จิง.นะเออ
3.6ในท้ายหนังสือเขียนด้วยตัวแดงๆโตๆว่า จะมาขอรับทราบคำตอบภายใน 45 วัน อย่าให้น้อยกว่านี้หรือมากกว่านี้ เพราะถ้าน้อยไปคนพวกนี้อ่านหนังสือช้าจะอ่านไม่ทัน ให้มากไปเดี๋ยวลืมต้องอ่านใหม่
3.7เอกสารทั้งหมดทำสำเนาตั้งแฟ้มไว้เป็นหลักฐานในศาลหากจำเป็น
3.8 M 79 ให้ส่งไปให้จังหวัดอื่นที่เขามีความจำเป็นมากกว่าเพราะเขาทนมานานกว่า... ฮา
ลองไปดำเนินการดูนะครับคุณครูดีกว่ามานั้งทนฝุ่น ส่วนหนังสือหากต้องนำส่งที่ไกลๆลองใช้ ลูกศิษย์ลูกหาให้ไปส่งและลงรับเลขหนังสือแทนก็ได้
อิ.อิ.บอกแล้วคบทนายเป็นต้องได้เรื่อง
กราบลาหละครับวันหน้ามาใหม่
สวัสดีค่ะ คุณ ชาวฝนแปดแดดสี่
สวัสดีค่ะ คุณปริมปราง สบายดีน่ะค่ะ ครูบันเทิงก็เคยไปสิชลค่ะ..บรรยากาศดี คิดถึงที่นั่นเหมือนกันค่ะ..ครูบันเทิงเคยอยู่ นครตั้ง 8 ปี เวลาคุยกับคน นครทีไร เหมือนคุ้นเคยยังงัยก็ไม่รู้น่ะค่ะ..
สวัสดีค่ะ New.ครูบันเทิง
ตอนนี้สบายขึ้นแล้วค่ะ อำเภอสิชลอากาศดีและทะเลสวย ที่บ้านสิชล (บ้านสวนปาล์ม) อยู่ใกล้ชายทะเลประมาณ 3 กิโลเมตรค่ะ เช้าๆ อากาศดีมากเลยค่ะ ครูปริมปรางกลับบ้านสวนหลังนี้อาทิตย์เว้นอาทิตย์ค่ะ ครูบันเทิงถ้าว่างมาเที่ยวนครอีกนะค่ะ ชาวนครยินดีต้อนรับ....โน่น...พูดไปโน่น
ดีใจค่ะ ที่ได้รู้จักคุณครูปริมปราง
ขออนุโมทนาด้วยนะคะ
ครูต้อยเคยไปเที่ยวทะเลที่อ.สิชลค่ะ
สมัยก่อนมีแต่ข่าวดุๆ อาจเป็นเพราะยังเด็กอยู่นะคะ
ได้ยินอะไรมาก็กลัวไปหมด จึงได้เที่ยวเพียงครั้งเดียวเอง
เรื่องความทุกข์เห็นใจจริงๆ
ไม่นานทุกข์นี้จะหายไป ขอเพียงทำใจสักนิดหนึ่ง
ให้รู้สึกผ่อนคลายไม่เครียด
แล้วแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร
เชื่อว่าไม่นานทุกอย่างต้องเรียบร้อยค่ะ
เห็นด้วยกับคุณฝนแปด แดดสี่ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณ krutoiting