Benchmarking กับ TQA
ความท้าทายประการหนึ่งในการจัดทำระบบประกันคุณภาพภายในตามแนวทางรางวัลคุณภาพแห่งชาติ (TQA:Thailand Quality Award) ซึ่งในขณะนี้โรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิกำลังดำเนินการอยู่ คือการบริหารจัดการระบบของโรงเรียนให้อยู่ในสภาวะของคำว่ายั่งยืน กล่าวได้ว่ามีเครื่องมือหลายประเภทด้วยกันที่สามารถตอบสนองความต้องการดังกล่าวได้ แต่ต้องอาศัยระดับความพร้อม (maturity) การบูรณาการ และการประสานของระบบภายในองค์กร รวมทั้งคุณภาพของบทบาทผู้บริหารสูงสุดและแรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในการนำ องค์กรไปสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งจะอยู่ที่อุดมการณ์ของผู้บริหาร (ในเรื่องของค่านิยมความจริงใจ และความมุมานะ)
นาย ลี กวน ยู ผู้นำประเทศสิงคโปร์จึงเป็นคนหนึ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าปัจจัยทางด้านผู้บริหารมีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้องค์กรเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว Benchmarking คือระบบการบริหารที่ นาย ลี กวน ยู นำมาใช้ในการกำหนดวิสัยทัศน์ของประเทศโดยผ่านกระบวนทัศน์และการเปรียบเทียบกับประเทศอื่นอย่างเหนือชั้น กล่าวคือ เช่น นำรายละเอียดของการจัดอันดับประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงและมีความชำนาญเป็น Best ในเรื่องใด สิงคโปร์ก็จะทำการศึกษาและวิเคราะห์เปรียบเทียบถึงกระบวนการที่ทำให้ประเทศนั้นๆประสบความสำเร็จเช่น ประเทศที่มีระบบการจัดการดีเขาผลิตนักกฏหมายออกมาปีละกี่คน แพทย์กี่คน วิศวกรกี่คน ระบบการค้าขายเป็นอย่างไร ระบบการบริหารจัดการกิจการภายในประเทศเป็นอย่างไร ฯลฯ หลังจากนั้นจึงนำมาพัฒนาในประเทศทำให้สิงคโปร์ในปัจจุบันขึ้นอันดับ TOP 10 ของโลกในด้านการพัฒนาประเทศ-เศรษฐกิจ ได้ในที่สุด หรือแม้กระทั่งทีมฟุตบอลของประเทศสิงคโปร์โดยในระยะ 10 ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นหมูให้ประเทศอื่นคอยเก็บแต้มมาโดยตลอด แต่ในปัจจุบันเห็นว่าสิงคโปร์ประเทศเล็กนิดเดียวกลับชนะทีมฟุตบอลไทยหลายครั้งหลายครา
จากความชำนาญและการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่นในการทำ Benchmarking ทำให้ในที่สุดประเทศสิงคโปร์มีบริษัทที่ได้รับรางวัลซึ่งเทียบได้กับ TQA ( สิงคโปร์ใช้ชื่อว่า SQA) ของไทย จำนวน 40 % ของบริษัทชั้นนำที่ได้รับรางวัลในปี 1997 หลังจากมีการใช้ระบบรางวัลดังกล่าวมาแค่ 2 ปี ในขณะที่ประเทศไทยซึ่งเริ่มระบบรางวัลดังกล่าวตั้งแต่ปี 2002 จนปัจจุบันได้รับรางวัลแค่ 12% จากบริษัทชั้นนำ 787 องค์กร
Benchmarking มิใช่ศัพท์ที่เพิ่งกำหนดมาแต่ต้น แต่ใช้เป็นศัพท์ในการสำรวจทางธรณีวิทยาที่ใช้ในการวัดระยะโดยเปรียบเทียบกับจุดอ้างอิง จึงถูกยืมมาใช้ในเรื่องของการบริหารจัดการที่ถูกพัฒนาขึ้นมาในทศวรรษที่ 1980 และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน บริษัทที่นำ Benchmarking มาใช้และประสบความสำเร็จมากที่สุดรายหนึ่งคือ Xerox ประเทศสหรัฐอเมริกา โดย Benchmarking หมายถึง เก่งที่สุดหรือเก่งที่สุดระดับโลกอันจะเป็นแบบที่ใช้สำหรับการพัฒนาไปให้ถึงโดยวิธีการวัดและเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ เปรียบเทียบบริการ เปรียบเทียบกระบวนการขององค์กรที่สามารถทำได้ดีกว่า เพื่อนำผลที่ได้จากการเปรียบเทียบไปปรับปรุงกระบวนการของตนเอง และ Best Practices คือวิธีการหรือ Activity ที่สามารถทำให้องค์กรประสบผลสำเร็จนั่นเอง
เมื่อมองเพียงผิวเผินอาจจะดูเหมือนว่า Benchmarking คือการแข่งขัน แท้จริงแล้วไม่ใช่ เพราะBenchmarking คือการพัฒนาองค์กรของตนเองผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันจากหน่วยงานที่ประสบผลสำเร็จในการทำงานทั้งในส่วนที่อาจจะเป็นอุตสาหกรรมเดียวกับองค์กรหรืออาจจะไม่ใช่อุตสาหกรรมเดียวกันแต่รูปแบบหรือกระบวนการคล้ายๆกัน
โดยประเภทของการ Benchmarking มี 3 ประเภทด้วยกันคือ
- การ Benchmarking ภายใน อาจเป็นการเทียบเคียงระหว่างองค์กรในเครือ ประเภทนี้เรียกว่าแบบปิด ข้อเสียของแบบนี้คือ องค์ความรู้ที่ได้จะแคบเกินไป
- การ Benchmarking ภายนอก เป็นการเทียบเคียงเพื่อพัฒนาตนเองอย่างแท้จริงซึ่งอาจจะเป็นการเทียบเคียงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตนเองให้ดียิ่งขึ้นเพื่อประสิทธิภาพในการแข่งขัน อย่างไรก็ตามการเทียบเคียงภายนอกมักไม่ได้รับความร่วมมือเพราะองค์กรที่ต้องการเทียบเคียงมักจะเป็นคู่แข่ง วิธีการแก้ไขที่ดีที่สุดคือการเลือกที่จะเทียบเคียงกับองค์กรที่ไม่ใช่คู่แข่งแต่มีลักษณะกระบวนการที่ใกล้เคียงกับองค์กรของเรา
- การ Benchmarking บางกระบวนการ เป็นการเทียบเคียงลักษณะงานที่ใกล้เคียงกับเราแต่ไม่จำเป็นจะต้องมีลักษณะองค์กรที่เหมือนกันเช่น กระบวนการทางด้านบัญชี ด้านการเงิน การบำบัดน้ำเสียเป็นต้น
วิธีการทำ Benchmarking มีอยู่ด้วยกัน 4 ขั้นตอนคือ 1. เราอยู่ตรงไหนของธุรกิจ( Where are we? ) ในขั้นตอนนี้เราต้องรู้จักวิธีวิเคราะห์ผลการดำเนินงานขององค์กรโดยใช้รูปแบบของตัวชี้วัดผลงานหลักหรือ KPI. 2. ใครเป็นผู้เก่งที่สุด( Who is the best) ในขั้นตอนนี้เราต้องวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่าง KPI ขององค์กรกับองค์กรที่ทำ Benchmarking ว่า ระยะห่างมีมากเท่าใด 3. คนที่เก่งที่สุดเขาทำกันอย่างไร( How do they do it?) โดยขั้นตอนนี้เราจะได้คำว่า Best Practices หรือวิธีการปฏิบัติที่มีส่วนทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ สุดท้ายเราจะทำอย่างไรให้เก่งกว่าเขา ( How can we do it better?)
ในระบบ TQA การ Benchmarking นอกจากจะเป็นการพัฒนาแล้ว จะต้องหมายรวมถึงการแข่งขันด้วยเพราะแนวทางในการให้คะแนนของระบบ TQA ในหมวดที่ 7 ซึ่งว่าด้วยผลลัพธ์นั้นกล่าวว่าจะต้องเป็นการพัฒนาและมีผลการดำเนินงานในระดับดีเลิศ (หมายถึงดีกว่าองค์กรที่ Benchmarking ) เป็นส่วนใหญ่ เพราะสุดท้ายการที่จะได้รับรางวัล TQA องค์กรหรือโรงเรียนจะต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่าเราแซงหน้า Benchmarking มาหรือยัง ถ้าแซงมาแล้วแสดงว่าองค์กรเกิดการพัฒนาและได้รับรางวัลในที่สุด
สรุป ในการทำ Benchmarking จะต้องอาศัยหลักการใหญ่ๆ 5 หลักการด้วยกันเพื่อที่จะส่งผลให้การทำประสบความสำเร็จกล่าวคือ
- การทำ Benchmarking ต้องมีผู้บริหารระดับสูงให้การยอมรับและสนับสนุน
- พยายามทำโดยมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนอย่าสับสน
- การทำ Benchmarking ต้องคำนึงถึงวิสัยทัศน์ขององค์กรด้วย เช่น เมื่อองค์กรต้องการไปถึงระดับประเทศอย่าทำ Benchmarking กับองค์กรระดับจังหวัด เพราะจะทำให้มีสภาพเหมือนคนตาบอดคลำช้างไปไม่ถูกรู้ไม่จริง
- ต้องล้างสมองคนในองค์กรให้มีวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กรอาจจะต้องใช้ รูปแบบของสมรรถนะ(Competency) มาใช้เพื่อเป็นการบริหารจัดการวัฒนธรรมองค์กรที่ชัดเจนมีเป้าหมาย
- พยายามเน้นอยู่ตลอดว่างานที่บุคลากรในฝ่ายต่างๆทำนั้นเขาเป็นเจ้าของ
บรรณานุกรม
พีรศักดิ์ วรสุนทโรสถ (2542) วัดรอยเท้าช้าง Benchmarking พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพมหานคร พีระเซล แอนเซอร์วิส
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ นำไปใช้สอบได้ดีเลย เปนประโยชน์มาก