หนูตื่นขึ้นมาตอนตีสาม นึกย้อนถึงความปวดท้องตอนนี้มันหายไป จึงรีบลุกขึ้นมานั่งพิมพ์การบ้านส่งครู แต่ก็มีเสียงถามว่า “ใช่เวลาที่จะเขียนบันทึกแล้วเหรอ” “แต่อันนี้เมื่อคืนไม่ได้ส่งนี่ ควรจะรีบส่ง” สุดท้ายหนูตัดสินใจพิมพ์ส่งเขียนเสร็จประมาณตีสี่ หลังจากนั้นจึงนั่งลงสวดมนต์ทำวัตรเช้า นั่งสมาธิภาวนาแล้มานั่งเขียนบันทึก ใจหนูมีความรู้สึกว่า เวลามีจำกัดจริง ๆ มีเรื่องอยากเขียนเยอะแต่ว่าเวลามีจำกัด แล้วก็มีเสียงบอกว่า “เอาน่า นี่แหละคือ การฝึกฝน เขียนให้สื่อ แต่ให้กระชับและใช้เวลาให้น้อยที่สุด” ต้มถั่วรวมทิ้งไว้ แล้วไปวิ่งออกกำลังกายวิ่งเสร็จรู้สึกว่ากล้ามเนื้อตึง ๆ จึงยืดเส้นคลายกล้ามเนื้อ กลับมาที่ห้อง อาบน้ำแต่งตัวเปิดฟังเทศน์ “หลวงพ่อท่านพูดถึงเรื่องวิหารธรรม แต่ละคนควรมีไว้หนึ่งอย่าง อะไรก็ได้ที่อยู่แล้วใจสบาย วิหารธรรมก็เหมือนบ้าน พอเราออกจากบ้านก็ให้รู้ เข้าบ้านก็รู้กลับบ้านตนเองถูก ถ้ามีบ้านหลายหลังก็จะสับสน ไม่รู้จะอยู่หลังไหน”
หนูทบทวนในตนเอง ครูสอนหนูเสมอให้หายใจสบาย ถ้าหายใจเป็นหนูจะรู้จักตนเอง หนูระลึกกับตนเองว่า หายใจสบาย พอใกล้ ๆ เวลาหนูก็ไปทำงาน
พอถึงที่ทำงานวันนี้หนูออกอาการโอ้เอ้ ตักถั่วรวมผสมมูสลี่มานั่งทานก่อน จนมีเสียงเตือนตนเองว่า “ทำงานได้แล้ววั้นนี้งานเยอะนะ หนูจจึงเริ่มลุยงาน หนูพยายามขูดผิวใบให้ได้กว้างที่สุด เหมือนใจมันเผลอโลภอยากทำให้ดี ๆ ใหญ่ แต่กลายเป็นว่างานแย่ลง เพราะทำได้ช้าลง และเส้นกลางใบค่อนข้างใหญ่ พอขูดที่ระดับเดียวกันกับผิวใบจึงมักจะฉีกขาด
จึงปรับใหม่ขูดแยกกันแยกส่วนก็เห็นว่าดีขึ้นแล้วใช้การได้ วันนี้ใช้กล้องส่องกราดดูลักษณะภายนอก อยูดี ๆ ก็เห็นหนอนตัวเล็ก ๆ ไต่อยู่ขั้วใบสองตัว ทำให้หนูระลึกถึงครูว่า “อย่าทำร้ายบ้านเขา”
หนูนั่งทำงานจนเวลาเลยเที่ยงไปพอสมควรร่างกายเริ่มมีอาการหิว จึงหยิบถั่วรวมเดินลงไปชั้นสอง ป้าอบท่านทานเสร็จแล้ว แต่กำลังทานผลไม้ เราจึงได้นั่งทานข้าวด้วยกันหลังจากที่หนูไม่ได้ลงมาทานหลายวันแล้ว
ประมาณเที่ยงสี่สิบ หนูขึ้นไปบนห้องเปิด G2K ขึ้นมาอ่านและตอบเมลล์ บ่าย ๆ รีบลุยงานต่อเพราะหนูมีเวลาถึงบ่ายสองครึ่งต้องรีบไปแล้ว การเริ่มงานตอนบ่ายเหมือนใจหนูได้บทเรียนว่า รีบไปก็เท่านั้น ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ พอได้เวลาหนูสามารถทำตัวอย่าง เสร็จหนึ่งตัวอย่าง ตอนเดินไปห้องน้ำระลึกขีนมา เออแฮะ rate เท่าเดิมใช้ได้ ๆ
แจ้งเซ็นชื่อออกแล้วก็ไปเปลี่ยนชุด ตอนแรกตั้งใจนั่งรถไปลงหน้าเมเจอร์นนทบุรี แต่หนูใจลอยแป๊บเดียวถึงท่าน้ำนนท์ เห็นรถสาย 203 ผ่านไปแล้วใจรู้เสียดายเพราะหนูยังเดินไม่ถึงป้ายรถเมลล์ สักพักเป็นรถเสริมมินิบัสที่ดูจากจังหวะการขับและสภาพรถ หนูบอกตนเองว่า “ใจเย็น ๆ อย่าประมาท” พอหันไปมองรถเมลล์ถัดไปที่มาจอดเป็นรถแอร์ สีเหลืองคันใหม่ป้ายบอกว่า 10 บาทตลอดสาย ใจหนูพอใจขึ้นมา แล้วก็มีเสียงขึ้นมาว่า “ถ้าเรารู้จักที่จะรอ เราก็อาจจะสมหวัง”
พอถึงพาต้าปิ่นเกล้า โทรหาเพื่อน นัดหมายกัน หนูพยายามนั่งภาวนาหายใจสบายไปเรื่อย ๆ ใจสงบลงแล้วก็รู้สึกว่าตอนทำงาน หนูไม่หายใจ พอถึงกระทุ่มแบนโทรหาเพื่อนแล้วนัดเจอกัน เพื่อนพาขับรถไปตามเส้นทางที่หนูบอกไว้ ระหว่างทางหนูมองเห็นต้นไม้ข้างทางที่น่าจะใช่ แต่รถเราขับเลยแล้ว เราทั้งคู่เดินมาตอนแรกต้นที่หนูเห็นครั้งแรกไม่ใช่แต่เป็นต้นที่คล้ายกันที่มีรายงานว่ามักจะเจอคู่กัน หนูจึงเดินสำรวจเข้าไปข้างในตอนแรกก็ไม่เจอ แต่พอเดินลึกเข้าไปหนูเจอเป็นพุ่มใหญ่ ๆ มีทั้งดอกและผล จึงจัดการเก็บแล้วก็ไปหยิบกล้องถ่ายภาพมาถ่าย อืมบอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะ หนูไม่ได้คาดหวังกับการเก็บตัวอย่างครั้งนี้ แต่ไม่น่าเชื่อว่าเป็นจุดแรกที่มีองค์ประกอบครบทำให้หนูสามารถไปเทียบ key ได้ แต่ใจหนูก็ไม่ได้ลิงโลดจดจ่ออยู่กับงาน กลับมาที่รถเห็นครูโทรเข้ามา หนูรอให้หนูและเพื่อนถึงร้านอาหารก่อนแล้วค่อยโทรกลับ แล้วท่านก็โทรกลับมาท่านสอนหนูว่า “หนูเป็นคนที่มีโอกาสทั้งทางโลกและทางธรรมมากกว่าใคร ๆ แต่หนูไม่เคยเห็นคุณค่าของโอกาสนั้น ใจหนูทบทวนอย่างรวดเร็วก็พบว่าใช่ เพราะเมื่อไหร่ที่หนูตอบใจตนเองไม่ได้ว่าจะทำไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร หนูก็จะเป็นเฉื่อย ๆ แต่เมื่อใดที่ลงใจแล้วหนูก็จะลุยเต็มที่ เหมือนหนูทำงานวิจัยครั้งนิ้ หนูลงใจกับตนเองว่าหนูจะทำงานนนี้ทำต้นไม้นี้เพื่อบูชาครูและอาจารย์ คำตอบมันลงล็อคในใจโชะ เจอปัญหาอุปสรรคอะไร หนูกลับรู้สึกว่ามันคือโอกาสในการพัฒนา
แล้วครูท่านก็เล่าแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟัง แล้วพอท่านทราบว่าหนูอยู่ร้านอาหาร ท่านจึงบอกว่า “การออกมาคุยโทรศัพย์นาน ๆ แบบนี้ไม่ค่อยดี ไม่เหมาะ” หนูจึงกลับไปที่โต๊ะ นั่งทานอาหารแล้วก็คุยกับเพื่อน
พอกลับมาที่บ้านพักของโรงพยาบาล เพื่อนดูแลหนูเป็นอย่างดีค่ะ ทำให้รู้สึกว่า อืมเพื่อนมาสอนเรื่องการให้ความสำคัญของคนที่อยู่ตรงหน้า
ศีล
- วันนี้หนูปล่อยให้เพื่อรอนาน ไม่ค่อยเมตตาคนที่อยู่รอบข้างตนเอง หนอนตัวเล็ก ๆ ในใบไม้อาจจะตายเพราะงานของหนูค่ะ
- หนูทำร้ายของรักของใครไหม ใบไม้ที่หนูทำงานมีหนอนอาศัยอยู่ ซึ่งหนูอาจจะเผลอทำร้ายบ้านเขาโดยไม่ตั้งใจ
- วันนี้ใจหนูง่วนแว๊บคิดถึงพี่ท่านหนึ่งบ่อย ๆ ค่ะ หนูไม่ทราบสถานะของท่านที่แท้จริง แต่รู้สึกคล้ายว่าท่านน่าจะมีเจ้าของแล้ว
- วันนี้ พูดเยอะค่ะ ยิ่งเจอเพื่อนยิ่งรู้สึกว่าพูดเยอะ พูดเพ้อเจ้อ นินทา
- ความประมาท หนูยังเผลออยู่ค่ะ ครูทั้ง ๆ ที่รู้ว่า วิหารธรรมที่เหมาะกับตนเองครูก็ให้มาแล้ว แต่หนูก็ทำน้อยมาก ๆ
กราบขอบพระคุณครูเจ้าค่ะ