การศึกษาของไทย
บันทึกนักอ่าน(๒๐) พระพุทธเจ้าหลวงกับการศึกษา
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาในระดับมหาชน มิได้ทรงจำกัดให้เป็นการศึกษาเฉพาะเจ้านาย ชนชั้นปกครอง หรือมุ่งเฉพาะแต่ภายในพระนคร แต่การตอบรับของประชาชนในระยะแรกอยู่ในเกณฑ์น้อยที่สุด แม้ว่าจะได้มีพระบรมราชโองการเรื่องตั้งโรงเรียนในกรุงและหัวเมือง พ.ศ. ๒๔๓๓ ซึ่งมีใจความสำคัญ ดังนี้
.......บัดนี้ มีโรงเรียนตั้งฝึกสอนวิชาอยู่ในจังหวัดกรุงเทพฯก็หลายตำบล ได้ตั้งโรงเรียนขึ้นตามหัวเมืองก็หลายหัวเมืองแล้ว ควรจะจัดให้แพร่หลายออกไปตามหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายเหนือ จนให้มีโรงเรียนตั้งขึ้นอย่างต่ำเมืองละ ๑ แห่ง ทุกหัวเมือง...
...โรงเรียนหลวงซึ่งจะตั้งขึ้นตามหัวเมืองดังว่านี้ ควรจะตั้งขึ้นริมจวนผู้ว่าราชการเมือง หรือถ้าเมืองใดไม่มีที่ทางที่ริมจวนผู้ว่าราชการเมืองสมควรจะเป็นโรงเรียนได้ จะต้องตั้งอาไศรยตั้งในบริเวณวัด
...หนังสือสำหรับที่จะให้เด็กเรียนนั้น กรมศึกษาธิการจะจัดพิมพ์หนังสือส่งออกไปแต่กรุงเทพฯ แต่ต้องให้ผู้จะเรียนซื้อเป็นสิทธิ์ของตัว...ให้จำหน่ายได้ราคาอย่างถูกพอคุ้มทุน
....การอุปการะปกครองโรงเรียนหลวงตามหัวเมืองนี้ ผู้ว่าราชการเมืองจะต้องเอาเป็นธุระทำนุบำรุงตามสมควร คือ จะต้องดูแลให้ครูเอาใจใส่ฝึกสอนจริง ๆ จะต้องเกลี้ยกล่อมชักจูงให้กรมการแลพ่อค้าราษฎรส่งบุตรหลานมาเล่าเรียนให้มาก ถ้าโรงเรียนเมืองใดมีผู้เล่าเรียนมากก็ชื่อว่าการฝึกสอนวิชาในเมืองนั้นเจริญรุ่งเรือง...
ตามหลักฐานจำนวนนักเรียนที่เข้าเรียนทั้งประเทศ ใน พ.ศ. ๒๔๕๐ มีนักเรียนเข้าเรียนในโรงเรียนหลวงสำหรับราษฎร ๒๐,๐๐๐ คน ใน พ.ศ.๒๔๕๕ สองปีหลังเสด็จสวรรคต มีนักเรียนจากหมู่บ้านและหัวเมืองทั่วประเทศ เข้ารับการศึกษามากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน การกระตุ้นให้ผู้ปกครองจากทั่วทุกภาคส่งบุตรธิดาเข้ารับการศึกษานั้นเต็มไปด้วยอุปสรรค ความไม่ยอมรับรู้ ไม่ยอมเข้าใจ มิได้เป็นงานที่จะสามารถสัมฤทธิ์ผลในชั่ววันข้ามคืน.
จาก หนังสือ สามกษัตริย์ โดย อภิวันท์ ประณตน้อม