ตามที่หนูเล่าถึงในบันทึกนี้ จดหมายถึงครู ι ขาลุยตามคุณสมบัติชมรมนักปั่น โง่อย่างเดียวไม่พอ ต้องบ้าด้วย
หนูกระโดดลงจากรถสำนักงาน นั่งมอร์เตอร์ไซด์เข้าไปเก็บตัวอย่างเกือบ ๆ สามสิบกิโลเมตร ใช้เวลาไปกลับรวมถึงเก็บตัวอย่างประมาณสองชั่งโมงค่ะ หนูใช้เวลาเก็บตัวอย่างแค่สิบถึงสิบห้านาที ที่เหลือนั่งบนรถมอร์เตอไซด์แบบไปกลับ นั่งจนตะคริวกินก้น ฮา แต่ก็ได้งาน ได้มิตรภาพที่งดงามตลอดเส้นทาง
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า รอบนี้หนูมีแผนการเก็บตัวอย่าง ณ สวนที่จันทบุรี อ่าวคุ้งกระเบนและ อำเภอขลุง สามแห่งในรอบนี้ แต่พอทราบว่าจะเก็บได้เพียงจากสวนเท่านั้นแล้วต้องกลับเพราะพี่ ๆ ติดธุระ
ระหว่างนั่งรถตู้กลับ หนูใคร่ครวญไปเรื่อย ๆ คำถามที่หนูกระแทกใจตนเองก็คือ
การที่หนูมาถึงที่นี่แล้วแต่ปล่อยให้โอกาสผ่านไป แล้วคิดว่าค่อยย้อนกลับมาอีกรอบนั้น ประมาทนะ
เป็นจุดเริ่มต้นของทางแก้ไขต่าง ๆ มากมายปรากฏขึ้นมาในหัว แล้วหนูก็ค่อย ๆ ตรวจสอบความเป็นไปได้ของแต่ละแนวทาง อืมเหมือนมันคิดได้เองค่ะ ไม่ได้เค้นไม่ได้บีบสบาย ๆ พิจารณาไปเรื่อย ๆ
ได้แนวทางว่า
“อาจจะต้องลงรถไปเก็บเอง เปลี่ยนแปลงตนเอง ง่ายกว่าเปลี่ยนแปลงผู้อื่น เคารพตนเอง ทำอย่างตั้งใจ”
แต่พอเปิดกระเป๋า มีตั้งค์แค่ ร้อยสี่สิบบาท แถมไม่ได้หยิบ ATM ติดมาด้วย งานเข้าเลยค่ะ ใจหนูแฟ๊บลง เหมือนจะมีเสียงว่า
“ต้องยอมรับความจริงนะ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด”
แต่ใจหนูหมองลง
แล้วก็มีคำถามขึ้นว่า
“เรายอมรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่าต้องยอมแพ้นะ ไม่ใช่ปล่อยไปตามยถากรรม ไม่ใช่วิสัยของผู้มีปัญญา”
สุดท้ายได้แนวทางว่า “ยืมตังค์พี่เขาก่อนแล้วค่อยคืน” สุดท้ายได้ตังค์มาสองพันติดกระเป๋า หนูตัดสินใจลงรถ ณ แยกที่รู้สึกว่า ตรงนี้แหละ โดยไม่มีฐานข้อมูลใด ๆ เลยค่ะ หนูมีใจ และความเชื่อมั่นและมุ่งมั่นในงาน
เพราะหนูมีเพียงใจนำทาง ที่เหลือก็ใช้ปากค่ะ ถามไปเรื่อย ๆ รู้สึกว่าตนเองโชคดี เพราะว่าลงถูกแยกปากทางเข้าอ่าวพอดี แต่ต้องนั่งรถมอร์เตอไซด์ไป หนูยิ้ม จึงขอโอกาสถามวิธีกลับกรุงเทพไว้เผื่อ ได้ข้อมูลว่า มีรถตู้ผ่านไปถึงอนุสาวรีชัย แจ่ม เลยค่ะทีเนี๊ย
แม้อากาศจะไม่ร้อนมาก แต่ก็มีแดด ระหว่างทางก็มีการซ่อมถนน ดูเหมือนว่าอากาศข้างนอกไม่ได้เข้ามาสร้างความว่อกแว่กของใจที่มุ่งมั่นได้เลยค่ะ

ขณะนั่งบนรถมอร์เตอไซด์เข้าอ่าวคุ้งกระเบน

ทางเข้าอ่าวคุ้งกระเบน
พอไปถึงอ่าวคุ้งกระเบน พืชที่หนูต้องการ มีเป็นดงเลยค่ะ เป็นเหมือนได้รางวัลของความตั้งใจ หนูเก็บตัวอย่างแล้วก็นั่งรถกลับ อืมครานี้หนู มีเพียงถุงพลาสติก กระดาษอัด herbarium หนูฝากกลับไปกับรถเพราะว่าติด herbarium ที่ทำไว้ ที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้คือ เก็บใส่ถุง ไม่มียางรัดปากด้วย ก็ใช้มือตนเองนี่แหละรวดไว้ก่อน

พลขับขณะนั่งรอหนูเก็บตัวอย่างข้างทาง

ท่าเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางกลับ
พอมาเจอต้นข้างทางขอให้น้องจอดลงเก็บอีกรอบ เลยได้เก็บฟางข้าง ๆ ทางมามัด ดูเหมือนว่าฟางที่ได้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการรักษาตัวอย่างค่ะ
ครั้งนี้หนูใช้เงินในการเดินทางไปเก็บตัวอย่างรวมห้าร้อยบาท
หนูได้เรียนรู้ว่า ถ้าเรามีสติ กล้าตัดสินใจ กล้าเผชิญ ปัญหาอุปสรรคทุกอย่างเป็นสิ่งที่ท้าทายศักยภาพ ถ้าเรากล้าก้าวออกจากความสบาย ก้าวออกจากรอยเดิม ๆ ที่เคยทำ หรือ ใคร ๆ ทำร่องรอยไว้ เราก็จะพบว่า เรามีศักยภาพในการคิดแก้ไขปัญหามากมาย แล้วหนูรู้สึกว่าใจหนูนอบน้อมต่อการสัมพันธ์กับสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นค่ะ เพราะทุกคนที่หนูไปเจอเขา เขาเหล่านั้น คือ ผู้มีพระคุณ ที่ทำให้งานนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี
แล้วที่ขาดไม่ได้ จังหวะของการใคร่ครวญของความคิด หนูชัดแจ้งในใจว่าได้เรียนรู้มาจากครู แล้วเทคนิคการปฏิสัมพันธ์ผู้อื่นแบบสบาย ๆ และเป็นกันเองหนูได้จากท่านอาจารย์ เหมือนท่านทั้งคู่บ่มเพาะหนูมาให้ทำภารกิจนี้ค่ะ
แล้วทำให้หนูนึกย้อนตอนนั่งซ้อนมอร์เตอไซด์อาจารย์ไปเก็บตัวอย่างมาทำวิจัย ท่านทราบไหมค่ะ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่หนู นั่งมอร์เตอไซด์ไปเก็บตัวอย่าง (แต่ครั้งนี้มันไกลมากก็เท่านั้นเองค่ะ) หนูเคยทำแบบนี้กับอาจารย์มาแล้ว หนูนึกขึ้นมาได้รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้น ก็เพราะว่าตอนนั้นต้องเก็บเป็นกิโล ๆ แถมมีกิ่งไม้อีก มันก็หนัก
หนูก็เลยเอามาวางไว้ที่ตักตนเอง แต่เจ้ากรรมกิ่งไม้ยื่นไปทิ่มหลังอาจารย์จนท่านร้องเสียงหลง
ทุกครั้งที่เป็นงานที่อยู่ใความดูแลของท่านอาจารย์ ท่านทำอย่างเต็มที่เต็มกำลัง จนได้รับการเผยแพร่ทุกงานค่ะ เป็นความประทับใจที่ได้มีโอกาสเรียนรู้จากท่าน
หนูมานั่งทบทวนขณะรอขึ้นรถตู้ วิชามากมายที่อาจารย์ท่านสอนสั่ง ได้ควักมาใช้แบบเต็มเหนี่ยวก็ตอนคับขับนี่มันสุดยอดจริง ๆ ค่ะ