๒๔ มกราคม ๒๕๕๓ 

          หนูตื่นขึ้นมาตอนตีสาม ลุกขึ้นนั่งอย่างตาสว่าง แต่ครูค่ะมีเสียงแว๊บเดียวดังขึ้นว่า “อีกเดี๋ยวนะ” หนูก็เอาหัวลงในท่านั่งบนที่นอน หลับไป ตื่นขึ้นมาตีสี่ ใจฉุกคิดขึ้นว่า

“โอ้โห ขนาดตั้งใจแล้ว กิเลสมันก็ยังโผล่มาเล่นงาน”

หนูบอกตนเองอย่างที่ครูสอนว่า

 “เอาน่า เอาใหม่ ๆ ทุก ๆ ลมหายใจ คือการเริ่มต้นใหม่”

ขยับตนเองมานั่งหน้าชั้นหนังสือที่หนูวางรูปองค์พ่อแม่ครูบาอาจารย์ไว้สักการะ ซึ่งหนูย้ายชั้นมาวางใหม่มาติดผนังฝั่งหัวที่นอน เริ่มสวดมนต์ทำวัตรเช้า แล้วนั่งภาวนา  เปิดเช็คเมลล์ ครูเมตตาบอกหนูว่า

 

ลองบอกมาสิว่า ในแต่ละวันจะทำอะไรบ้าง

ที่เป็นมาตรฐานของเรานะที่เราสามารถวางแผนได้ในกิจวัตรประจำวัน

 

แล้วถ้าหากจะเขียน G2K จะเขียนช่วงไหนเวลาใด

กำหนดมาให้ชัดเจน ไม่ใช่เขียนตามอารมณ์

 

หมายเหตุ คือว่า ในช่วงนี้หนูย่อหย่อนกับตนเองในเรื่องต่าง ๆ ทั้งกิจวัตรและการเขียนบันทึก ตอนแรกท่านเตือนแล้วให้หยุด ให้เลิกภาวนา ให้เลิกเขียนบันทึกเกี่ยวกับการภาวนา เพราะท่านแนะนำอะไรหนู หนูไม่ทำตาม

แต่วันรุ่งขึ้นสุดท้ายครูท่านก็เมตตาให้โอกาสหนูอีกครั้ง แล้วท่านก็ SMS มาบอกหนูว่า

“ถ้าไม่ยอมแพ้ก็ตั้งใจใหม่และเป็นความตั้งใจที่มากกว่าเดิม”

หนูตอบท่านไปว่า

“ไม่ยอมแพ้เจ้าค่ะ หนูกราบขอขมา ขอบพระคุณที่ให้โอกาส (^_^)”

ท่าน SMS ตอบกลับมาว่า

“ตั้งใจหม่ทุกวันคือ การเริ่มต้น”

หนูจึง mail กลับไปหาครูว่า “ควรปฏิบัติอย่างไร” ท่านจึงตอบกลับมาดังข้อความข้างต้น คือ ให้ทบทวนแล้วกำหนดเอง

 

อ่านเมลล์จบหนูใคร่ครวญเดินภาวนาภายในห้อง ใจสบายแล้วนั่งลงเขียนกิจวัตรประจำวัน เขียนครั้งแรก แทบไม่ค่อยต่างจากเดิม แต่ทำไม่ได้ หนูนั่งพิจารณาบริบท และความเปลี่ยนแปลง ณ ตอนนี้รวมถึงธรรมชาติ ความมืดความสว่างของท้องฟ้า ได้ข้อวัตรแล้วก็ส่งครูท่าน เสร็จเรียบร้อยหนูก็ออกไปวิ่งออกกำลังกายตอนหกโมงเช้า

 

เข้าไปในกระทรวงมีการแข่งวิ่งมาราธอน ซึ่งเมื่อวานหนูก็สังเกตเห็นการจัดเตรียมงานต่าง ๆ แต่หนูก็ยังเข้ามาออกกำลังกาย เพียงจากเคยวิ่งรอบใหญ่ ปรับไปใช้สนามกีฬาข้าง ๆ แทน

 

แต่ ณ  ขณะที่หนูเดินภาวนาเข้ากระทรวงไป เป็นการเดินสวนทางกับกลุ่มนักวิ่ง คนแล้วคนเล่าที่ผ่านไป ครูค่ะ ใจหนูระลึกถึงคำสอนครูที่เคยถามหนูว่า

“เคยวิ่งสวนทางคนอื่นไหม มันจะรู้สึกว่ามีแรงต้าน”

ซึ่งตอนนี้หนูรู้สึกและสั่นสะเทือนว่า

"เส้นทางแห่งการภาวนามุ่งสู่ความพ้นทุกข์ของหนู
สวนทางกับใครหลาย ๆ คน จังหวะที่นักวิ่งแต่ละคนวิ่งสวนไป
แต่หนูเลือกการเดินอย่างสงบ
 
มันเหมือนกับว่า หนูพยายามเพียรภาวนาอย่างช้า ๆ เหมือนการก้าวย่าง
ขณะที่คนอื่นวิ่งสวนทางตามหาเป้าหมายของเขา ใจหนูระลึกขึ้นมาว่า
“มันยากอย่างนี้นี่เอง ต้องทำอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่น ไม่เหมือนคนหมู่มาก”

 

ฟ้ายังมืดอยู่แต่ไฟข้างทางก็ให้แสงสว่างเพียงพอกันการก้าวเดิน อย่างมีสติ หนูไปวิ่งในสวนกีฬา เส้นทางค่อนข้างมืด แต่ก็มีใครหลายคนวิ่งออกกำลังกายอยู่ มันเหมือนกับที่ ๆ เรา คิดว่า ไม่มีใคร แต่จริง ๆ แล้วมี แค่เรา ไม่รู้เท่านั้นค่ะ

 

หนูวิ่งไปเรื่อย ๆ ตั้งใจกับตนเองว่าจะวิ่ง 4 รอบ วิ่งภาวนาไปเรื่อย ๆ มีความคิดฟุ้งขึ้นมา รู้แล้วก็กลับมาที่การเคลื่อนไหว ฟ้าค่อย ๆ สว่างขึ้นเรื่อย ๆ การวิ่งรอบที่ 3 สังเกตเห็นกลุ่มคนสูงอายุมาเต้น ลีลาศ หนูรู้สึกประทับใจค่ะ แล้วก็แว๊บ อยากไปร่วมด้วย

 

หนูสังเกตเห็นความอยาก แต่ก็เลือกจะวิ่งต่อไป กลับมาที่การวิ่ง ไม่มีความคิดเรื่องนี้อีก  แต่พอวิ่งผ่านรอบที่ 4 เห็นอีก ก็อยากไปร่วมเต้นอีก เพราะดูน่าสนุกและรู้สึกว่าอยากรื้อการเต้นลีลาศของตนเอง แต่ก็ตัดใจค่ะ วิ่งเสร็จแล้วก็เดินกลับหอพัก

 

ระหว่างทางเห็นนักกีฬาวิ่งมาราธอนหลายคนวิ่งอย่างมุ่งมั่น หนูรู้สึกประทับใจและตื้นตั้น น้ำตาจะไหล

แต่หนูสังเกตเห็นตนเอง เหมือนบีบ ๆ น้ำตา อาการคล้ายการบีบน้ำตาค่ะ มันเค้น ๆมาจากข้างใน พอเห็นปุ๊บ อาการบีบน้ำตาหายไป น้ำตาก็หยุดชงักไปด้วย

สักพักเห็นน้องตัวเล็ก ๆ อายุน่าจะราว ๆ สิบถึงสิบห้าปี วิ่งด้วยเหงื่อท่วมการ น้ำตาหนูจะไหลอีกรอบครานี้น้ำตาไหลก่อนแล้วหนูค่อยเห็นความรู้สึกภายใน แล้วมันเหมือนน้ำตาชงักอยู่ภายในค่ะ

 

หนูตั้งใจกับตนเองขณะวิ่งว่า

“วันนี้จะทำข้อมูลต้นไม้ที่ทำ บันทึกรายละเอียดปลีกย่อยของสถานที่ ๆ เก็บตัวอย่างมา รวมถึงลักษณะภายนอกต่าง ๆ ของพันธุ์ไม้ด้วย”

 

พอถึงหอพัก หนูเช็ค mail ครูตอบกลับมาว่า

อืม...

 

ลองทำดูนะ...แล้วก็ทบทวนกับตนเองว่าทำได้มากน้อยเพียงใด

อย่ายึดตายตัวมาก สามารถยืดหยุ่นได้แต่ไม่ใช่ละเลย

 

หนูตอบเมลล์ท่านแล้วก็นั่งลงทำงาน ตอนแรกตั้งใจจะอดอาหาร แต่ยิ่งน่านาน ๆ ยิ่งรู้สึกหิว (ผิดศีลข้อ 1ทำร้ายตนเอง) พอได้ยินเสียงรถขายผลไม้ วิ่งลงไปซื้ออย่างรวดเร็ว ก็หนูอยู่ตั้งชั้น 5 หน่ะค่ะ แต่ว่าลงไปทันรถเร่ จึงทำยำมะม่วง ทานกับมะพร้าวเผา 1 ลูก รู้สึกสบายท้องสมองโปร่งลุยงานต่อ วันนี้รู้สึกว่าได้เรียนรู้อะไรจากงานวิจัยเยอะ ทั้งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ความตั้งใจกับตนเอง การที่หนูนั่งทบทวนเพื่อบันทึกข้อมูล ทำให้ได้ไอเดียต่อยอดเพิ่มมากขึ้นด้วย ในการจัดการในขั้นต่อ ๆ ไป หรือครั้งต่อไปค่ะ หนูนั่งทำงานทำข้อมูลไปเรื่อย ๆ

 

ประมาณห้าโมงครึ่ง ครูโทรมาหาหนู แนะนำหนูในการเขียนบันทึกถอดบทเรียนใน G2K ว่า

 

“ตอนเย็น ๆ หลัง ทำวัตรเย็นให้นั่งสมาธิภาวนาประมาณ 15 นาที แล้วค่อยมา เขียนถอดบทเรียนผ่านบันทึก จดหมายถึงครูเพื่อเป็นการ ใคร่ครวญกับตนเอง ก็ทำอะไรตามปกติ แล้วก็เข้านอน ตื่นเช้ามา ทำวัตรเช้า แล้วก็เขียนทบทวนการทำงานของเมื่อวานนี้ อย่างเภสัชเวท ที่เราเขียนมันเป็นประโยชน์ เป็นธรรมทาน ใส่คำว่า r2r ทุกครั้ง”

 

แล้วครูก็สอนหนูเพิ่มเติมเกี่ยวกับความละเอียดลึกซึ้งของศีลแต่ละข้อ ไม่ใช่แค่ท่องหรือ เขียน ๆ ที่ผ่านมา ท่านแนะนำหนูเรื่องการอดอาหารอีกว่า “หนูไม่เหมาะ เป็นการทรมารตนเอง ผิดศีลข้อ 1 แต่ถ้าอดแล้ว ไม่ทรมารก็อีกเรื่องหนึ่ง”  หนูจึงตัดสินใจจะทานข้าว

 

พอวางสายหนูก็นั่งทำงานต่อ ทำไปเรื่อย ๆ ประมาณเที่ยงครึ่ง ครูท่านเมตตาโทรมาเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟังสั่งและสั่งสอนหนูเพิ่มเติม

 

บ่าย ๆ หนูเริ่มปรับอารมณ์ หยิบหนังสือธรรมะ มาอ่านแบบสบาย ๆ ผ่อนคลายจากการอ่านเอกสารวิชาการ เดินไปมาในห้องบ้าน แล้วก็มาลุยงานต่อ รู้สึกหิว ๆ ก็ตอนบ่ายสาม จึงตัดสินใจต้มมาม่าในห้องทาน

 

ท้องรู้สึกอิ่ม ๆ หนูมานั่งอ่านหนังสือธรรมะ สบาย ๆ แล้วรู่สึกง่วงจึงบอกตนเองว่า งีบสักหน่อยแล้วก็ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ ห้าโมง หนูตื่นขึ้นมา รู้สึกงัวเงีย เปลี่ยนชุดออกมาวิ่งประมาณ ห้าโมงครึ่ง อืม ช้ากว่ากำหนดครึ่งชั่วโมง

 

หนูตั้งใจวิ่ง 3 รอบใหญ่ วิ่งรอบแรก ๆ มีงัวเงีย แรกที่สองสบายขึ้น แต่สังเกตการเคลื่อนไหวสลับฟุ้งซ่าน แต่ก็ไม่ได้เพ่งโทษตนเอง วิ่งแบบสบาย ๆ ไม่เร่งไม่เร็วเกินไป พอถึงรอบที่สาม กินเวลาไปเกือบหนึ่งชั่วโมงหนูถามตนเอง เอ.......วิ่งช้าไป หรือ ระยะทางมากไป ทำให้ใช้เวลานาน ถ้าวิ่งตอนเช้าอาจจะทำให้ไปทำงานสายได้ อะ ลองดู ๆ ปรับได้ เดินกลับมาที่ห้อง รอให้อุณหภูมิร่างกายลด หนูก็อาบน้ำ ก็ได้เวลาทำวัตรเย็นตอนสองทุ่มพอดี ทำวัตรเสร็จก็นั่งสมาธิภาวนา ในหัวสว่างโล่ง เหมือนมีหลอดไปสว่างที่บนหัวด้านซ้าย ออกจากสมาธิแล้วก็มานั่งถอดบทเรียน

 

โอ้ครูขา หนูใช้เวลาเขียนจนหมายฉบับนี้หนึ่งชั่วโมงกว่า ๆ แหนะค่ะ

อืม หนูต้องพยายามปรับ

 

ศีล

 

  1. วันนี้หนูยังเมตตาตนเองน้อยอยู่ค่ะ แต่ก็รู้สึกว่าเห็นทาง และเข้าใจในศีลที่ครูเมตตาแนะนำมาขึ้นเจ้าค่ะ
  2. หนูไม่ได้ทำร้าย หรือ ทำลายของรักของใครเจ้าค่ะ อาจจะเป็นเพราะว่าชีวิตวันนี้ค่อนข้างวิเวกเจ้าค่ะ
  3. ที่ครูแนะนำว่า พึงพอใจ เสน่ห์หาแฟนคนอื่น เป็นความละเอียดของข้อนี้ ใจหนูก็ยังรู้สึกพึงพอใจใครบางคน แต่ก็ไม่ทราบสถานะของเขาว่ามีแฟนหรือยัง แต่ใจก็ไม่รู้สึกว่า อยากจะครอบครองเจ้าค่ะ
  4. พูดโกหก เพ้อเจ้อ เรื่อยเปื่อย อืม......วันนี้หนู พูดน้อย เจอคนน้อย จึงเป็นโอกาสสำรวมวาจา ศีลข้อนี้ถือว่า สะอาดขึ้นเจ้าค่ะ
  5. ความประมาททุกอย่างถือว่าผิดศีลข้อนี้ อืม หนูพยายามทำกิจวัตรอย่างมีสติ แต่ก็มีเผลออยู่เจ้าค่ะ แต่ก็เห็นว่าวันนี้สติดีขึ้น ใจสว่างขึ้นเจ้าค่ะ

 

 

กราบขอบพระคุณครูเจ้าค่ะ