คอลัมน์: กระแสทรรศน์ สพฐ.: ปฏิรูปการศึกษา ยก 2 / ทรงวุฒิ มลิวัลย์
จากการปฏิรูปการศึกษารอบแรก เมื่อปี พ.ศ.2542 มาจนถึงปัจจุบันก็ล่วงเข้าสู่ปีที่ 11 ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา หากมองด้วยจิตใจที่เป็นธรรมก็มีทั้งส่วนที่ประสบความสำเร็จอยู่มาก ส่วนที่ล้มเหลวก็เยอะ ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่อยากให้โทษระบบ แต่ถ้าจะโทษอยากจะให้โทษตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ไม่ทำไปตามระบบ ยังยึดติดอยู่กับผลประโยชน์ที่ได้มาและเสียไป ที่ได้มาก็นิ่ง ที่เสียไปก็โวยวายเรียกร้องจนลืมบทบาทและหน้าที่ที่ต้องทำ คนส่วนใหญ่จึงมองว่าการปฏิรูปรอบแรกเสีย (ประโยชน) มากกว่าได้ (ประโยชน์)
จากมุมมองดังกล่าวจึงทำให้ต้องมีการทบทวนการดำเนินงานในรอบทศวรรษที่ผ่านมา เพื่อก้าวสู่ทศวรรษหน้า โดยปักธงชัยไว้ในปี พ.ศ.2561 ด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่า คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ
จะทำอย่างไรให้คนไทยใน 10 ปีข้างหน้า เป็นไปตามวิสัยทัศน์ที่กำหนด จึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาการเรียนรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้คนไทยทุกคนได้เรียนรู้ตลอดชีวิตทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยอย่างมีคุณภาพในทุกระดับและทุกประเภทการศึกษา
เป้าหมาย ภายในปี 2561 คือ มีการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ โดยเน้นประเด็นหลัก 3 ประการ
1.การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและเรียนรู้ของคนไทย พัฒนาผู้เรียน สถานศึกษา แหล่งเรียนรู้ สภาพแวดล้อม หลักสูตรและเนื้อหาพัฒนาวิชาชีพครูให้เป็นวิชาชีพที่มีคุณภาพสามารถดึงดูดคนเก่งดีและมีใจรักมาเป็นครู คณาจารย์ได้อย่างยั่งยืน ภายใต้ระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
2.โอกาสทางการศึกษาและเรียนรู้ เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและเรียนรู้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
3.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของสังคม ในการบริหารและจัดการศึกษา โดยเพิ่มบทบาทของผู้ที่อยู่ภายนอกระบบการศึกษาด้วย
จากเป้าหมายสามประเด็นหลักจะส่งผลให้คนไทยยุคใหม่มีลักษณะที่พึงประสงค์ ดังนี้
1.สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองรักการอ่านและมีนิสัยใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต
2.มีความสามารถในการสื่อสาร สามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา คิดริเริ่มสร้างสรรค์
3.มีจิตสาธารณะ มีระเบียบวินัย เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมสามารถทำงานเป็นกลุ่ม
4.มีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม จิตสำนึก และความภูมิใจในความเป็นไทย ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รังเกียจการทุจริต ต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียงและสามารถก้าวทันโลก
ทั้งหมดนี้คือโจทย์ของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2552-2561) ที่หนีไม่พ้น จำเลยหลักคือครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คุณครูเตรียมตัวแล้วหรือยังกับการจะต้องตกเป็นจำเลย หากการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองไม่เป็นหรือไปไม่ถึงธงชัยที่ได้ปักเอาไว้แล้ว คุณครูทุกท่านต้องช่วยกันขับเคลื่อนนะครับ
อ้างอิงจาก http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=15493&Key=hotnews
"คุณครูก้อ...เตรียมจะลาออกกันหมดละฮ่ะ"
สวัสดีครับ คุณครูแจ๋ว
ก็อยากพึงออกเลยครับ...
ลูก ๆ จะเสียดายครับ..
อดีตที่ผมเป็นนักเรียน....
ผมรักเทดทูล..บูชา..คุณครูมากครับ...
หลายท่านเกษียณไป..ไปเป็นผู้ประเมิน สมศ.
ก็ได้มาพบท่าน...ท่านก็เป็นกำลังใจให้ครับ...
ก็เป็นกำลังใจให้กับคุณครูทุกคนครับ....
ขอบูชาครู..ครูเป็นผู้สร้างคน ให้มีความรู้ ความคิด ปัญญาและความกตัญญู