เมื่อนึกถึงที่แห่งหนึ่งในอดีตเมื่อยังเด็ก แต่ปัจจุบันอยากให้เด็กนึกถึง


ข้อคิดที่ได้ จากวัดไผ่โรงวัว

 

เมื่อนึกถึงที่แห่งหนึ่งในอดีตเมื่อยังเด็ก 

แต่ปัจจุบันอยากให้เด็กนึกถึง

                     วันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2553 ได้พาครอบครัว และหลาน ๆ ไปเที่ยวที่วัดไผ่โรงวัว จังหวัดสุพรรณบุรี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง วันนี้ฟ้าครึ้ม มีฝนตกบ้างบางช่วง ก็ถือว่าเป็นน้ำมนต์ ที่ตกมาจากสวรรค์ พวกเด็ก ๆ มีความตั้งใจอยากจะไปดูตามคำที่เราสอน และบอกกับเขา  วัดแห่งนี้เราจำได้ว่าเคยไปตั้งแต่ตอนยังเป็นเด็ก ๆ อยู่ ตอนนั้นไปโดยยังไม่ทราบข้อมูลอะไรมาก ทราบแต่เพียงว่า ที่นั้น มีสวรรค์ มีนรก ให้เด็ก ๆ ทำดี  ดีต่อพ่อ-แม่ ที่มีพระคุณกับเรา ไม่ว่าอย่างไรเราก็ต้องทำดีกับพ่อ-แม่เสมอจากวันนั้นถึงวันนี้ยังนึกถึง และยังจำวัดแห่งนี้ได้ว่า ชื่อ “วัดไผ่โรงวัว” แต่จำจังหวัดไม่ได้ว่าอยู่จังหวัดอะไร เพราะตอนนั้นยังเล็กอยู่  พอปัจจุบันได้มีหน้าที่เพิ่มขึ้นมาไม่ใช่เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่อย่างเดียวอีกแล้ว ก็เลยอยากใช้สื่อ ที่พ่อแม่ของเราเคยใช้สอนเราทางอ้อม มาใช้กับเด็ก ๆ ที่เรารับผิดชอบอยู่ อย่างน้อย ๆ ให้เขาได้มีภาพในใจ  เพื่อให้เขาเลือกเองในสิ่งที่ดีงาม เพียงแต่เราต้องคอยพูด อธิบาย ให้เหตุผล และตั้งคำถามให้เขาได้ตอบคำถามที่เราป้อนให้ เพื่อให้เขาได้เรียนรู้ในสิ่งที่ดีงามได้ด้วยตนเองปรากฎว่าได้ผลตามที่เราคาดหมายไว้เลย คือเด็ก ๆ ที่ได้พาไปด้วย มีความสนุกสนาน และได้ข้อคิดจากสื่อ ในวัดไผ่โรงวัว แห่งนี้ สังเกตได้จากการตอบคำถามของเด็ก ๆ และพฤติกรรมที่แสดงออกในขณะที่เดินเที่ยวชมวัด   ผลระยะยาวต้องคอยติดตามต่อไปแต่ถึงอย่างไรเด็ก ๆ ที่ได้พาไปก็ต้องได้สิ่งที่มีค่าติดตัวมาบ้างไม่มากก็น้อย เพราะเราเชื่อมั่นว่าเด็กในวันนี้ต้องเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตได้ถ้าหากมีผู้ปกครองคอยดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยความอดทน เอาใจใส่ และจริงใจ

                     จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสายบางบัวทอง - สุพรรณบุรี ( ถนนสาย 340 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัดสุพรรณบุรี พอถึงหลักกิโลเมตรที่ 55 ให้ท่านเลี้ยวซ้ายมือ เข้าสู่ถนนหมายเลข 3422 จากนั้นขับตรงไปประมาณ 14.2 กิโลเมตร ก็จะถึง วัดไผ่โรงวัว ซึ่งอยู่ทางขวามือ

                     วัดไผ่โรงวัว หรือวัดโพธาราม  มีพื้นที่ 248 ไร่ พื้นที่ของวัดแต่เดิมเป็นดงป่าไผ่ที่ชาวบ้านนำวัวมาผูกไว้ระหว่างทำนา  ปัจจุบันภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก สร้างขึ้นประมาณปี ๒๔๖๙ อยู่ที่ตำบลบางตาเถร ริมคลองพระยาลันลือ อำเภอสองพี่น้อง เป็นที่ประดิษฐาน "พระพุทธโคดม" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปหล่อโลหะ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดหน้าตักกว้าง ๑๐ เมตร สูง ๒๖ เมตร ภายในบริเวณวัด มีสิ่งก่อสร้าง เกี่ยวกับพุทธศาสนา เช่น วังสามฤดู ของเจ้าชาย สิทธัตถะ สถานที่แสดงปฐมเทศนา ตรัสรู้ และปรินิพพาน เมืองนรก เป็นต้น การเดินทาง ใช้เส้นทางหมาย เลข ๓๒๑ ไปอำเภอสองพี่น้อง แล้วแยกขวาไปวัดไผ่โรงวัว เข้าสู่ลานจอดรถภายในวัด บริเวณพระพุทธรูปปูนปั้นสีขาว องค์ใหญ่มหึมา ซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้คือ พระกุสันโธ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยองค์สีขาว เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก และภายในใกล้ๆกันยังมี 'ฆ้อง" มี "บาตร" ที่ใบใหญ่ที่สุดในโลกอีกเช่นกัน วัดไผ่โรงวัวแห่งนี้ยังเป็นที่ประดิษฐาน "พระพุทธโคดม" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปหล่อโลหะ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดหน้าตักกว้าง ๑๐ เมตร สูง ๒๖ เมตร ภายในบริเวณวัด มีสิ่งก่อสร้าง เกี่ยวกับพุทธศาสนา เช่น วังสามฤดูของเจ้าชายสิทธัตถะ และ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ซึ่งจำลองตำบลที่ประสูติ สถานที่แสดงปฐมเทศนา ตรัสรู้ และปรินิพพาน พื้นที่ในส่วนนรกภูมิ แสดงให้เห็นความทุกข์ทรมานของคนที่ทำบาปในแต่ละกรรม มีทั้งกรรมของผู้ที่ตบตีพ่อแม่ ตายไปตกนรกจะเป็นเปรตมือเท้าใหญ่ ผู้ทีทำกรรมพูดโกหกพ่อแม่ ตายไปจะถูกทรมานโดยการดึงลิ้น พวกที่ชอบดูภาพลามก ตายไปก็จะโดนลิ่มตอกเข้าที่ตา ฯลฯ เห็นแล้วน่ากลัว คิดไปทั่วว่าเราเคยทำบาป ทำกรรม อะไรมาบ้าง ตายไปเราจะโดนแบบนี้จริงเหรอ ก็พาให้สำนึกว่าคนเราควรหมั่นทำความดี ยึดความดีเป็นที่ตั้ง

                      เมื่อนึกถึงที่แห่งหนึ่งในอดีต  แต่ปัจจุบันอยากให้เด็กนึกถึง เพราะเด็กคือผ้าขาวที่เราจะแต่งแต้มแต่สิ่งที่ดีงามให้  จึงอยากให้เก็บรวบรวมข้อมูลที่ดีไว้เป็นต้นทุน เพื่อคิดตัดสินใจในทางที่ถูกต้องเป็นประโยชน์กับตนเอง และสังคมต่อไป   ในทางกลับกันถ้าเป็นผู้ใหญ่เราคิดว่ามันยากที่เราจะแต่งแต้มสิ่งที่ดีงามให้ เพราะผู้ใหญ่นั้นผ่านช่วงอายุที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ดีงามมาแล้ว จนติดเป็นนิสัย ถ้าทำซ้ำ ๆ ตลอดไปจนเป็นสันดาน (คำนี้ไม่ใช่คำหยาบ) เพราะคำว่า "นิสัย" กับ "สันดาน" ความหมายต่างกัน  ขึ้นอยู่กับว่าคนไหนจะโดนแต่งแต้มความดีงาม มามากกว่ากันเท่านั้น

                     

     

 

 

         

  

   

 

 

คำสำคัญ (Tags): #วัดไผ่โรงวัว
หมายเลขบันทึก: 330427เขียนเมื่อ 24 มกราคม 2010 01:58 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 22:17 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (4)

สวัสดีค่ะ

        ขอบคุณค่ะ ที่เข้ามาเยี่ยมชม  ดีใจค่ะ ที่มีเพื่อนเคยไปเที่ยววัดแห่งนี้ด้วย

 

สวัสดีครับ

ตอนเด็ก ๆได้ยินแต่แม่เล่าให้ฟัง ยังไม่เคยไป มีโอกาสจะไปเที่ยวครับ

สวัสดีค่ะ

เป็นวัดแห่งหนึ่งที่น่าไป เพราะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี