มันคืองานคุณภาพ ไม่ใช่แค่คุณภาพของงานบริการ ไม่ใช่คุณภาพที่ถูกต้องตามเกณฑ์ แต่มันคือคุณภาพของความเป็นมนุษย์

   “พี่ทำอะไรกับผมกันแน่ ?...”

   เสียงสั่นเครือจากชายหนุ่มนักศึกษาแพทย์คนนั้น ขณะที่ยังยืนตัวเกร็ง เหงื่อผุดออกมาจากใบหน้าขาวซีด แม้ว่าอากาศในห้องไอซียูออกจะเย็นค่อนไปทางหนาวเสียด้วยซ้ำ

   สายตาเขาละจากคนไข้ที่อำลาลมหายใจสุดท้ายของชีวิต ที่เดินทางไปสู่สุคติภูมิต่อหน้าต่อตา

   สายตาเขาหันมาจับจ้องอยู่ที่สุกานดา เมฆทรงกรด ผู้ที่เขาขอเข้ามาเรียนรู้การทำงานของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย พร้อมกับถามคำถามนั้น

 

   แพทย์ในห้องไอซียู หยุดปั้มหัวใจเด็กหนุ่มที่เพิ่งจมน้ำมา เพราะเห็นว่าทำอย่างไรหัวใจก็ไม่เต้นแล้ว แต่ที่หัวใจยังคงเต้นอยู่ขณะนี้เป็นผลมาจากฤทธิ์ยา ลมหายใจสุดท้ายแห่งชีวิตของเด็กหนุ่มใกล้มาถึงเต็มที

   ในระหว่างการปั้มหัวใจของคณะแพทย์พยาบาล สุกานดา ซึ่งทราบว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นลูกสุดที่รักของพ่อแม่ อีกทั้งเป็นกำลังหลักของครอบครัว จึงอนุญาตให้ทั้งพ่อแม่และพี่สาวให้เข้ามาดูการทำงานยื้อชีวิตนี้ด้วย และเพื่อให้ญาติเห็นว่าทุกคนในทีมงานช่วยชีวิตผู้ป่วยอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง

   ทันทีที่แพทย์หยุดปั้มหัวใจและเดินออกจากห้องไป ทั้งพ่อแม่และพี่สาวเด็กหนุ่มต่างเศร้าโศกเสียใจ ร้องให้ปริ่มว่าจะขาดใจ

   สุกานดาเข้าไปปลอบโยนกล่าวกับญาติผู้ใกล้วายชนม์ซึ่งนับถือพระพุทธศาสนาว่า ขณะนี้เวลาของลูกเหลืออีกไม่มากแล้ว จึงควรจะมอบสิ่งที่ดีที่สุด ให้ลูกจากไปอย่างสงบ ละทิ้งสิ่งที่ยังค้างคาใจ และที่สำคัญพูดจาให้สติพ่อกับแม่มิให้เศร้าโศกเสียใจจนเกินไป ซึ่งอาจจะทำให้ลูกจากไปอย่างมีห่วงกังวล และจากไปอย่างไม่สงบ

   เธอให้คำแนะนำพ่อแม่เด็กหนุ่มว่า ให้กล่าวคุณงามความดีของเขา ไม่ต้องห่วงกังวลถึงคนที่อยู่ข้างหลัง ให้เขาสวดมนต์ระลึกถึงพระรัตนตรัย ให้จิตของเขาจอจ่ออยู่กับสิ่งดีงามที่เป็นกุศล แต่พ่อแม่เด็กหนุ่มก็โศกเศร้าเสียใจเกินกว่าที่จะทำตามที่เธอแนะนำได้ ขณะนั้นมีเพียงพี่สาวที่จิตใจยังพอเข้มแข็งและมีสติอยู่บ้างจึงทำหน้าที่นั้นแทน

   สุกานดานำดอกไม้ธูปเทียนให้พ่อ แม่นำไปใส่มือเด็กหนุ่มแล้วให้พนมมือไหว้พระ แล้วเด็กหนุ่มก็ค่อยสิ้นลมหายใจไปอย่างสงบ จากนั้นเธอเดินพาพ่อแม่และพี่สาวผู้วายชนม์ เดินไปยังห้องเล็ก ๆ แถวนั้น แล้วพูดจาปลอบใจ ให้ญาติคลายความทุกข์โศกเสียใจ ซึ่งถือเป็นการเยียวยาจิตใจที่สำคัญอีกประการหนึ่ง

   เหตุการณ์ทั้งสิ้นอยู่ในสายตาชายหนุ่มนักศึกษาแพทย์ พร้อมกับเพื่อนของเขาทั้งสาม ก่อนที่เขาจะตั้งคำถามนั้น “พี่ทำอะไรกับผมกันแน่ ?...”

 

   “ไม่รู้ ผมไม่เคยเจอสภาพแบบนี้...”

   “พี่ไม่ได้ทำอะไรหมอ พี่ไม่ได้สอนซีพีอาร์ ไม่ได้สอนคลินิค แต่พี่สอนกำลังความเป็นจริงของชีวิต สอนความเป็นมนุษย์...”

   สุกานดา ตอบนักศึกษาแพทย์หนุ่มคนนั้น ขณะที่ยังไม่หายจากอาการตะลึงงันจากเหตุการณ์เมื่อครู่ และเพื่อนนักศึกษาแพทย์อีก ๓ คน ก็มีอากับปกริยาเช่นเดียวกัน

   เธอยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง ที่ทำให้นักศึกษาแพทย์กลุ่มหนึ่งเข้าใจในพฤติปฏิบัติของเธอและทีมพยาบาลในห้องไอซียู ในการเยียวยาด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์

   สำหรับผู้ป่วยในระยะที่จะใกล้จะจากไปนั้น เธอให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจากไปอย่างสงบ หลังจากที่มิอาจจะเยียวยาอาการเจ็บป่วยได้อีกต่อไป เธอเชื่ออย่างยิ่งว่า

   “สิ่งสุดท้ายในวาระสุดท้ายของชีวิตมนุษย์ที่ควรได้รับคือ การจากไปอย่างสงบ...

   ...ในวาระสุดท้ายของชีวิต มนุษย์ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการตายอย่างสงบ มิใช่ลาภ ยศ ชื่อเสียง เงินทองกระทั่งเทคโนโลยี ความรักของญาติมิตร และคณะแพทย์พยาบาลต่างหากที่จะช่วยประคองให้เขาเข้าถึงวาระสุดท้ายของชีวิตได้อย่างสงบ นี้เป็นกุศลกรรมที่มนุษย์พึงกระทำต่อมนุษย์ด้วยกันเอง...”

   เพราะความเชื่อเช่นนี้ เธอจึงให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย และดำเนินการอย่างดีที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะปฏิบัติต่อกันได้

   สุกานดา อาจเลือกไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมหลังจากพยายามยื้อชีวิตคนไข้อย่างสุดความสามารถแล้ว เธออาจทำเหมือนทั่วไปก็ได้ที่รอเส้นกราฟในมอนิเตอร์เป็นเส้นตรงหลังจากสิ้นหวังจากการรักษาแล้ว แต่เธอก็เลือกที่จะไม่ทำเช่นนั้น เธอจึงเลือกที่จะทำอะไรเพิ่มเติมทั้งนี้เพราะเธอเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์

   ดังนั้นการกระทำของเธอสำหรับผู้ที่จะจากไป แม้เขาจะไม่รอดสำหรับการจะมีชีวิตสืบต่อไป แต่เขาจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดในฐานะที่เขาเป็นมนุษย์คนหนึ่ง

   และในฐานะญาติผู้จากไป เธอย้ำเสมอว่า

   “...เขาโชคร้ายมากที่ต้องเผชิญกับความทุกข์จากการจากไปของคนที่รัก แต่เขาไม่ควรจะโชคร้ายเพราะเจอเราที่ไม่มีหัวใจความเป็นมนุษย์...”

   สุกานดาทิ้งท้ายว่า

   “มันคืองานคุณภาพ ไม่ใช่แค่คุณภาพของงานบริการ ไม่ใช่คุณภาพที่ถูกต้องตามเกณฑ์ แต่มันคือคุณภาพของความเป็นมนุษย์...”