สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน วันก่อนมีโอกาสได้คุยกับคุณป้าท่านนึงค่ะ ท่านประกอบธุรกิจขายเครื่องมือทางการเกษตรค่ะ ตอนนี้ธุรกิจของท่านประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่ก่อนหน้านั้นร้านของคุณป้าเกือบจะไปไม่รอด ติดหนี้ธนาคารอยู่หลายล้านเลยค่ะ เลยอยากเล่าประสบการณ์ของท่านมาแบ่งปันให้ท่านๆได้อ่านกันค่ะ
ตอนช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ราวๆช่วง"วิกฤติการณ์ต้มยำกุ้ง"นั่นแหละค่ะ ร้านของคุณป้า stock ของไว้เยอะ แต่ไม่มีคนซื้อ ขายของไม่ได้ ทำให้การเงินช็อตหมุนไม่ทัน ฝ่ายเจ้านี้ (ธนาคาร) เองคนล้มยิ่งซ้ำค่ะ ตามทวงหนี้ถี่ยิบค่ะ ทางคุณป้าเองตอนนั้นกลุ้มใจสุดๆ แต่ไม่ท้อถอยค่ะ คุณป้าก็ไปขอผ่อนผันกับทางเจ้าหนี้ไปว่า หนี้ที่ติดไว้ ท่านจ่ายคืนแน่นอนไม่มีทางเบี้ยวเด็ดขาด แต่ตอนนี้ท่านไม่มีเงินก้อนจ่าย มีก็พอจ่ายแค่ค่าดอกเบี้ย ให้ทาง ธ. คิดดอกเบี้ยมาได้เลย ท่านจะจ่ายดอกทุกเดือนไม่ให้ขาด (เข้านำนอง "ไม่หนี ไม่เบี้ยว แต่ไม่มีจ่าย") ได้ฟังตามนั้นทางธนาคารก็ตกลงค่ะ (ได้ดอกเบี้ย ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลยนะคะ เป็นการ ขอแบบนิดเดียว เพื่อที่จะได้ win win ทั้งสองฝ่ายค่ะ)
ต่อมาไม่นาน กิจการก็เริ่มฟื้นตัวขายของได้ค่ะ เนื่องจากคนงานในเมืองที่ตกงานส่วนใหญ่หันกลับมาทำไร่ทำนา ทำให้ร้านขายเครื่องมือการเกษตรของคุณป้ากลับมาขายของได้ค่ะ เงินก็เริ่มหมุนเวียนมา สุดท้ายก็มีเงินไปใช้หนี้จนหมดค่ะ (ใช้ วิกฤติเป็นโอกาส นะคะ)
สรุป ในเคสนี้แสดงให้เห็นเรื่องการขอตามนี้ค่ะ
ขอนิดเดียว คือทางธนาคาร ได้ดอกเบี้ย(เงินนิดเดียว) ดีกว่าหนี้ 0 นะคะ และยังเป็นการให้โอกาสทางร้านของคุณป้า ได้ดำเนินกิจการต่อจนสามารถนำเงินมาใช้คืนได้ค่ะ
ขอแบบ win win ทั้ง 2 ฝ่าย เป็นการหาข้อตกลงที่ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับได้นั่นเองค่ะ
สวัสดีครับคุณอรคนน่ารัก
คุณป้าท่านนี้ ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดี
คือรู้จักใช้ วิกฤติให้เป้นโอกาสได้อย่างที่เรียกว่า ดีประล้ำประเหลือ ครับ
คุณป้าใช้ความจริงใจเเข้าต่อลองกับ ธนาคาร อย่างได้ผล
ยอยจ่ายดอกเบี้ย คิดแล้วถูกกว่าค่าทนายความอีก เออ...แล้วต่อไปใครจะจ้างเรา แฮ...
อย่างนี้แถวบ้านเรียก "เอากุมารกุ้งไปแลกปลาแซลมอน" ย่อยดีกว่า "ขายวัวเพราะกลัวไม่ได้แพะ"
ขอบคุณค่ะ ท่าน
สวัสดีค่ะคุณอร
แวะมาเยี่ยมรอบดึกค่ะ
ชาดา ~natadee
สวัสดีค่ะ เช่นกันค่ะ ขอบคุณที่แวะมา
สู้ชีวิตจริงๆครับคุณป้าท่านนี้
เป็นเทคนิคที่ดีนะครับ ขอนิดเดียวแบบนีั ผมว่ามันจะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบธุรกิจหลายรายเลยทีเดียว
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันกันครับ ^^
สวัสดีครับคุณอรคนน่ารัก
มีปัญหาจะถาม
ขอรบกวนกลับไปบ้านผมอีกสักครั้ง (ดูเรื่องผัวเมียตีกันนะ)
เพื่อช่วยตอบคำถามของผม บางทีจะรวยไม่รู้เหตุผลนะ
ขอพระคุณครับ
อันนี้อ่านแล้วดีจังเลย เจ๊อร
อ่ะจ้า ขอบใจที่แวะมา นะน้องกอล์ฟ
คุณ ชาวฝนแปดแดดสี่ : เดี๋ยวจะแวะไปนะเผื่อว่าจะรวยกับเค้ามั่ง
คุณป้าท่านนี้เยี่ยมจริงๆค่ะ
ชอบเรื่องนี้ครับ
ขอบคุณครับ
เคยได้ยินเรื่องราวแบบนี้มาเหมือนกันค่ะ
ส่วนใหญ่ ถ้าลูกค้าของทางธนาคารเข้าไปเจรจา
เพื่อให้เขามีความมั่นใจว่าถึงแม้เราไม่มี แต่เราก็ไม่หนีเขาไปไหนแน่ๆ
เขาจะยื่นโอกาสและข้อเสนอให้กับลูกหนี้รายนั้นๆ
แล้วอาจจะมีการผ่อนปรน ผ่อนผันด้วยค่ะ
เข้าข่าย Win Win มากมายเลยค่ะกับเคสนี้
คุณป้าท่านเยี่ยมจริงๆ ค่ะ
เดี๋ยวจะไปฝากตัวเป็นลูกศิษด้วยคน
ขอบคุณมากค่าที่นำเรื่องราวดีๆมาเล่าให้ฟัง
สวัสดีครับ
คุณป้าท่านนี้
เออ เข้าท่านะน้องอร
พี่ชอบเรื่องนี้จัง
ขอบใจสำหรับการร่วมแบ่งปันค่ะ
พี่แจ๋วแหวว
ว๊าววว แบบนี้ ป้าแกสุดยอดเลยค่ะ พลิกวิกฤติได้
เด๋วบอกที่บ้าน ให้ไปต่อรองแบบนี้ บ้างดีกว่า อิอิ
บุญรักษาค่ะ ^_^
ขอบใจจ้า
เรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ผมอีกแล้วครับ ผมว่าคนนับล้านสติแตกเพราะประนอมหนี้ไม่เป็น ปีหน้าจะชวนนักศึกษาทำ AI เรื่องการขอประนอมหนี้แบบ workๆ ครับ
ใช่ค่ะ หลายคนคิดมาก คิดวิตกไปก่อน โดยที่ยังไม่ได้ลองพูดคุยหรือประณีประนอมกันเลย
สวัสดีครับคุณอรคนน่ารัก
ผมแวะมาส่งข่าวว่า ผมเฉลยคำตอบแล้วนะครับว่างก็แวะไปดูนะครับ
เออ....ถามอีกหน่อย คุณอรเลี้ยงน้องหมาหรือเปล่าครับ