หนูตั้งใจกับตนเองว่าการกลับไปเยี่ยมบ้านครั้งนี้ (16-17 มกราคม 53) จะเเวะเก็บตัวอย่างที่ขอนแก่นด้วย

 

สืบเนื่องจากหนูตั้งใจจะศึกษาลักษณะทางเภสัชเวทของพืชชนิดหนึ่ง

หลัก ๆ ของกระบวนการวิจัยคือ

 

  1. เก็บตัวอย่างจากหลาย ๆ แหล่งที่เป็นตัวแทนของพื้นที่
  2. นำมาศึกษาลักษณะทางมหภาค
  3. นำมาศึกษาลักษณะทางจุลภาค
  4. นำข้อมูลมาประเมิน
  5. ทำสรุปรายงาน เผยแพร่

 

หนูมีเวลา 3 เดือนในการทำให้ครบขั้นตอน ซึ่งตอนนี้เวลาเดือนแรกจะหมดแล้ว ครานี้เหลืออีกเพียง 2 เดือน คำนวณจริง ๆ งานต้องเสร็จก่อน เพื่อให้มีช่วงประมวลผลทำรายงาน

 

คำถามแรก ๆ ที่หนูถามตนเองคือ

  1. หนูจะเก็บตัวอย่างอย่างไร ให้ใช้เงินน้อยที่สุด (เพราะว่าเป็นงานวิจัยน้อย ๆ ที่ไม่มีงบให้ อยากเห็นอะไรก็ลุยเอง จ่ายเอง)
  2. หนูจะเก็บตัวอย่างอย่างไร เพื่อให้คงสภาพสามารถมาทำงานต่อได้ เพราะต้องเดินทางไกลเหมือนกัน จึงจะได้ตัวอย่างที่เป็นตัวเเทนที่ดี

 

เอาแบบเบาะ ๆ  2 คำถามก่อน

 

หนูเริ่มจากหาข้อมูล สำรวจว่า พืชชนิดนี้ มีที่ไหนบ้าง พบได้ที่ไหนบ้าง จากแหล่งใดบ้าง  แหล่งข้อมูลคือ

  • สอบถามบุคคลที่เคยทำงานเกี่ยวกับพืชนี้มาก่อน ซึ่งอาจารย์ที่ปรึกษาที่เคยสอนหนูท่านเคยทำวิจัยต้นนี้ แต่เป็นด้านเคมี อืมจริง ๆ แล้ว การเลือกต้นไม้ ตั้งแต่แรกหนูระลึกถึงท่านคะ จะว่าไปท่านคือแรงบันดาลใจให้ทำงานนี้ค่ะ แล้วคิดว่าเป็นการทำวิจัยต่อยอด จากงานของท่าน ซึ่งก็ทำให้ทราบแหล่งเก็บคร่าว ๆ 
  • วิทยานิพนธ์ เกี่ยวกับพืชสกุลนี้ 
  • อ่านงานวิจัยทั้งหมดที่ตีพิมพ์เกี่ยวกับพืชชนิดนี้
  • สรรพคุณที่ใช้พืชนี้ตามการแพทย์แผนโบราณ

 

ข้อมูลที่ได้น่าสนใจทีเดียวค่ะ

  • เป็นพืชที่ขึ้นตามริมทะเลโดยธรรมชาติ แต่ก็มีการนำมาปลูกเป็นไม้ประดับในพื้นที่ไกลทะเลก็ขึ้นได้ ทำให้ตัวอย่างถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ จากริมทะเลและปลูกห่างทะเล
  • แหล่งที่พบเท่าที่มีรายงานในประเทศไทย คือ ภาคตะวันออก ภาคกลางและ ภาคตะวันตก

 

หนูตัดสินใจ

จากข้อมูลที่ทราบว่า ขอนแก่นมีพืชชนิดนี้ด้วย กลับกาฬสินธุ์ครานี้จึงตั้งใจแวะเก็บตัวอย่างติดมือมาลุยงานด้วย

มีคำถามขึ้นมาว่า

จะเก็บตัวอย่างอย่างไร ที่จะยังสดอยู่ สามารถลอกผิวใบได้ ตัด midrib ได้ และต้องทำ herbaliumด้วย

นี้คือคำถามที่หนูถามตนเองก่อนเดินทาง หนูค่อย ๆ หาคำตอบจากการสอบถามผู้รู้และมีประสบการณ์

หนูได้ทางเลือกในการทำ herbalium ว่า ตัดกระดาษลังแข็งแทนแผงไม้ได้ ใช้กระดาษหนังสือพิมทับแล้วมัดด้วยฟาง นึกย้อนว่าของเหล่านี้หาได้แถว ๆ บ้าน ไม่ต้องขนไปจากที่ทำงาน

 

ตัวอย่างพืชสดต้องเก็บอย่างไรให้ข้ามวันข้ามคืนตลอดการเดินทางได้ มีทางเลือกคือ

  1. แช่เย็น (ซื้อกล่องโฟมใสน้ำแข็ง เอาตัวอย่างใส่ถุงแล้วก็วาง)
  2. เอากระดาษหนังสือพิมพ์ห่อ แล้วก็ใส่ถุงพลาสติก มัดด้วยยางแบบให้มีลม
  3. เอาตัวอย่างใส่ถุงพลาสติก ให้มีลมกันกระแทก มัดปากด้วยยาง

 

หนูพิจารณาจากรูปแบบของใบ น่าจะพอมีความอึด ทนได้ หนูจึงเลือกแบบที่ 3

พอคิดจบกระบวนการ หนูก็ใช้ชีวิตตามปกติ

 

วันศุกร์เลิกงาน หิ้วกระเป๋าไปหมอชิต ไปถึงบ้านที่กาฬสินธุ์ก็ประมาณตีห้าครึ่ง ตอนเช้าไปวัด กลางวันช่วยงานที่บ้าน กลางคืนไปนอนวัด รุ่งเช้าวันอาทิตย์กลับบ้านพร้อมพ่อกับแม่ที่มาวัด เที่ยง ๆ เตรียมของตามที่วางแผนไว้ ออกจากบ้าน มาถึงขอนแก่นบ่ายสาม เข้าไปเก็บตัวอย่าง กลับมาจองตั๋วกลับกรุงเทพได้รอบห้าโมงเย็น ขึ้นรถกลับกรุงเทพ หนูเอาพัชหนูติดตัวไปด้วยกะว่าอย่างน้อยความเย็นในห้องโดยสารน่าจะช่วยลดการบาดเจ็บของใบไม้ได้ดี ถึงหอพัก ห้าทุ่มครึ่ง ใบไม้ยังอยู่ในสภาพโอเค

เช้าวันจันทร์ หนูลุยงานได้แบบไม่มีปัญหา

 

จากการทำงานนี้หนูได้เรียนรู้ว่า การตั้งคำถามกับตนเอง แล้วลองหาช่องทางไว้ก่อน ช่วยลดความกังวล และสามารถทำให้เราแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยกับวิถีชีวิตปกติ ไม่จำเป็นต้องแยกกัน เราสามารถใช้วิถีชีวิตของเราดำเนินงานวิจัยได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ