วันนี้ขับรถกลับมาจากกรุงเทพฯมาเข้าสอนตอนบ่ายทันที ไม่มีเวลาอาบน้ำ มีกลิ่นเหงื่อนิดหน่อย เพื่อนอาจารย์หญิงบอกเสื้อมีกลิ่นอับต่อหน้านิสิตหญิงสองคนซึ่งตอนแรกไม่สนใจอะไร เพราะกำลังจะถามเรื่องเกี่ยวกับงานที่มอบหมาย (เลยเบี่ยงเบนความสนใจนิสิตไปทางอื่น จนเด็กสองคนเดินหนีออกไปหลบที่ลิฟท์)
ตั้งใจจะทำลาย เซ็ลฟ์คนอื่นหรือเปล่าไม่รู้ (หมายถึง self-confident ความเชื่อมั่นของแต่ละบุคคล)
ลองถามคนหลายๆคน ส่วนใหญ่บอกไม่ได้กลิ่น
(ถ้ากลิ่นมันแย่จริงๆ พันคำก็ต้องได้กลิ่นด้วยซิ และก็ต้องไปเปลี่ยนเสื้อแน่นอน)
ผู้หญิงหลายคนเป็นอย่างนี้
บางคนพูดเสนอความคิดเห็นตนเองในลักษณะเสียงดังข่ม--เวลาคนอื่นว่าก็ว่าหูมันไม่ดีต้องพูดดังๆเป็นเรื่องเฮฮาตลกขบขันไปแต่ความเป็นจริงคือต้องการเสียงในระดับน้อยกว่านั้นและในโทนหรือน้ำเสียงที่ไม่กระแทกน้ำหนัก (เรื่องนี้พันคำไม่ได้ขอแต่เธออยากให้-มากๆ พันคำเดินหนีเลย คิดในใจ ม เป็น ม ผมหรือไง)
บางคนพูดกระทบกระทั่ง (พันคำไม่ได้เป็นคนทำ) อันนี้นานมาแล้ว มีหญิงคนหนึ่งอายุมากแล้ว เป็น ศ ด้วย มาจาก ม เกษตรฯ (ส่วนใหญ่โดนเป่าหูมาเสร็จสรรพ)
ลูกศิษย์เธอก็ติดปากแบบนี้มา
บางคนพูดไม่จริง หน้าเฉย พันคำฟัง(เป็นคนที่เชื่อคนง่าย)คิดในใจว่า "บุคคลที่เขาอ้างถึงไม่น่าเป็นเช่นนั้น คนที่เขาว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือ" เรื่องนี้ก็เก็บเอาไว้ไตร่ตรองไม่เชื่อเสียทีเดียว มาจับลักษณะบุคคลนี้ได้ต่อเมื่อทำอีกครั้ง เท่านั้นล่ะตอนหลัง ก็แค่ฟัง... และเป็นข้อมูลที่ต้องตรวจสอบ
+
+
แต่พันคำ ไม่ค่อยสนใจ เพราะว่าถ้าเสื้อเหม็น ถอดออกก็จะเจอเนื้อหอมๆ เต็มไปด้วยฟีโรโมน (จริงๆ)
เนื้อตัวไม่เน่าเหม็น
จิตใจก็แสนจะดี
คุณเธอเหม็น ก็ไปไกลๆ ซิครับ
(ฮา)
สิ่งที่เรียนรู้
สิ่งที่ต้องการพูดในที่นี้คือ อย่าสนใจภายนอกมากเกิน และอย่าไปทำลายความเชื่อมั่นคนอื่น โดยเฉพาะเวลาไม่ถูกกาละเทศะ
คนบางคนจน แต่งกาย มอมแมม แต่จิตใจอาจงดงาม
คนไม่น้อย กลิ่นหอม แต่งกายดี แต่จิตใจ......
(ยิ่งกว่านั้น บางทีห่มเหลือง บางรายนุ่งขาวพอตอนเช้าปลอดตาคนปีนรั้วบ้านคนอื่น)
กายภายนอกนี้ ใช้ไป 30-40 ปี ก็ต้องละทิ้งไป
สนใจที่จิตข้างในซิมันสวยงามและคงอยู่ยาวนาน
ยังมีนิทานอีกหลายเรื่องที่อยากเขียน
เช่น "เหมือนได้นอนแคร่ (แคร่ชั้นล่างสุด) ที่ข้างๆแคร่มีแต่คมหอก"
ขอบใจคุณ kaniya