สัญญาณเตือน การล่มสลายของศาสนจักรและอณาจักร จม.ข่าวฉบับที่10

  ติดต่อ

 

              ทำความดีจุดเทียนแห่งปัญญา สื่อสารความดีจุดธูปบวรพระพุทธศาสนา ขจัดอวิชาให้สิ้นจากแผ่นดินไทย 

                         ร่วมเฉลิมฉลอง พุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้  
.  Buddha Jayanti:  2,600 years of the Buddha’s Enlightenment 
   วิสาขบูชา ๒๕๕๔  วิสาขบูชา ๒๕๕๕   Vesak 2011 – Vesak 2012 
สัญญาณบอกเหตุการล่มสลายของศาสนจักร อณาจักรไทย
บามิยาน ในอัฟกานิสถาน
มหาลัยนาลันทา ในอินเดีย
และ บุโรพุทโธ ในอินโดนีเซีย

พระพุทธรูปแห่งบามิยัน (พาชตู: د بودا بتان په باميانو کې De Buda butan pe bamiyano ke, เปอร์เซีย: تندیس‌های بودا در باميان tandis-ha-ye buda dar bamiyaan) เป็นพระพุทธรูปยืนจำนวนสององค์ที่สลักอยู่บนหน้าผาสูงสองพันห้าร้อยเมตร่ในหุบผาบามียัน ณ จังหวัดบามียัน ในพื้นที่ฮาซาราจัตทางตอนกลางของประเทศอัฟกานิสถาน อันห่างจากกรุงคาบูลไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณสองร้อยสามสิบกิโลเมตร หมู่พระพุทธรูปนี้สถาปนาขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 10 ตามศิลปะแบบกรีกโบราณ 
เมื่อพระถังซำจั๋งได้เดินทางไปชมพูทวีปในปี พ.ศ. 1173 (ค.ศ. 650) ท่านได้เล่าว่าพระพุทธรูปได้เหลืองอร่ามไปด้วยทองคำ และมีพระกว่า 1,000 รูปจำวัดอยู่ ที่นี่มีอารามมากกว่า 10 แห่ง มีพระสงฆ์หลายพันรูป ล้วนเป็นฝ่ายโลกุตตรยาน (โลกุตตรวาทิน) สังกัด นิกายหินยาน พระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้ คือ พระอารยทูต (Aryaduta) และพระอารยเสน (Aryasena) มีความรู้ในพระธรรมวินัยเป็นอย่างดี
 
ระหว่างช่วงประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 1,600 ปี ของพระพุทธรูปแห่งนี้ ได้พบเจอกับสงครามและการจู่โจมมาโดยตลอด ถึงแม้จะมีชนพื้นเมืองชาวมุสลิมกลุ่มหนึ่งคือชาวฮาซารัส ได้ปกป้องศาสนาสถานแห่งนี้มาก็ตาม เริ่มต้นด้วยการเสื่อมถอยของศาสนาพุทธในบริเวณนี้และการมาของศาสนาอิสลาม การทำลายและการบุกรุกโจรกรรมวัตถุต่างๆจากถ้ำภายในตั้งแต่ 900 ปีที่แล้ว จนมาถึงปี พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) เมื่อสหภาพโซเวียต นำทหารเข้าบุกเข้าโจมตีอัฟกานิสถาน ตามมาด้วยสงครามอัฟกัน และสิ้นสุดลงด้วยการระเบิดของกลุ่มตาลีบันในปี พ.ศ. 2544 จากการสำรวจ ได้มีรายงานว่ากว่า 80% ของภาพตามฝาผนังถ้ำได้ถูกทำลายลงไปแล้ว
: ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย
IMG_2974.jpg image by venfaa_2
Nālandā | नालंदा (© Sandra Belasco Ley)

พระเจ้าหรรษาวรรธนะ มหาราชพระองค์หนึ่งของอินเดีย ซึ่งครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 1149-1191 ก็ได้ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ของมหาวิทยาลัยนาลันทา หลวงจีนเหี้ยนจัง (พระถังซำจั๋ง) ซึ่งจาริกมาสืบพระศาสนาในอินเดียในรัชกาลนี้ ในช่วง พ.ศ. 1172-1187 ได้มาศึกษาที่นาลันทามหาวิหาร และได้เขียนบันทึกบรรยายอาคารสถานที่ที่ใหญ่โตและศิลปกรรมที่วิจิตรงดงาม ท่านเล่าถึงกิจกรรมทางการศึกษา ที่รุ่งเรืองยิ่ง นักศึกษามีประมาณ 10,000 คน และมีอาจารย์ประมาณ 1,500 คน พระมหากษัตริย์พระราชทานหมู่บ้าน 200 หมู่โดยรอบถวาย โดยทรงยกภาษีที่เก็บได้ให้เป็นค่าบำรุงมหาวิทยาลัย ผู้เล่าเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น วิชาที่สอนมีทั้งปรัชญา โยคะ ศัพทศาสตร์ เวชชศาสตร์ ตรรกศาสตร์ นิติศาสตร์ นิรุกติศาสตร์ ตลอดจนโหราศาสตร์ ไสยศาสตร์ และตันตระ

แต่ที่เด่นชัดก็คือนาลันทาเป็นศูนย์กลางการศึกษาพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน และเพราะความที่มีกิตติศัพท์เลื่องลือมาก จึงมีมีนักศึกษาเดินทางมาจากต่างประเทศหลายแห่ง เช่น จีน ญี่ปุ่น เอเซียกลาง สุมาตรา ชวา ทิเบต และมองโกเลีย เป็นต้น หอสมุดของนาลันทาใหญ่โตมากและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก เมื่อคราวที่ถูกเผาทำลายในสมัยต่อมา มีบันทึกกล่าวว่าหอสมุดนี้ไหม้อยู่เป็นเวลาหลายเดือน หลวงจีนอี้จิงซึ่งจาริกมาในระยะประมาณ พ.ศ. 1223 ก็ได้มาศึกษาที่นาลันทาและได้เขียนบันทึกเล่าไว้อีก นาลันทารุ่งเรืองสืบมาช้านานจนถึงสมัยราชวงศ์ปาละ (พ.ศ. 1303-1685) กษัตริย์ราชวงศ์นี้ก็ทรงอุปถัมภ์มหาวิหารแห่งนี้ เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ โดยเฉพาะโอทันตปุระที่ได้ทรงสถาปนาขึ้นใหม่

อย่างไรก็ดี ในระยะหลังๆ นาลันทาได้หันไปสนใจการศึกษาพุทธศาสนาแบบตันตระ ที่ทำให้เกิดความย่อหย่อนและหลงเพลินทางกามารมณ์ และทำให้พุทธศาสนากลมกลืนกับศาสนาฮินดูมากขึ้น เป็นเหตุสำคัญอย่างหนึ่งแห่งความเสื่อมโทรมของพระพุทธศาสนา

: ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย                                                

                                                                                                    

                                                                                                                                                                                                        

                                                                                                                                                                                                        

                                                                                                    มหาสถูปบุโรพุทโธ หรือ บรมพุทโธ (ภาษาอินโดนีเซีย: Chandi Borobudur) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอินโดนีเซียตั้งอยู่ในภาคกลางของเกาะชวา ห่างจากยอกยาการ์ตาไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 40 กิโลเมตร สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 1293 - 1393 โดยบุโรพุทโธเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธนิกายมหายาน 

: ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย                          

                                                                                                     

                                                                                                    

                                                                                                   IMG_8848_resize.jpg                      

กรณีวัดธรรมกาย

 

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ทั้งจากบามิยาน (Bamiyan) ในอัฟกานิสถาน  มหาวิทยาลัยนาลันทา ในอินเดีย บุโรพุทโธ ในอินโดนีเซีย

                                                                                                                      

เราจะพบว่า เมื่อใดที่ พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทดั้งเดิมเริ่มเพี้ยนกลายเป็นมหายาน ย่อหย่อนบิดเบือนพระธรรมวินัย เมื่อนั้นพระพุทธศาสนาจะอ่อนแอ และล่มสลายในที่สุด (หากมหายานบอกว่าตนเป็นมหายาน เถรวาทบอกว่าตนเป็นเถรวาท ก็จะไม่ก่อให้เกิดการบิดเบือนธรรมวินัย ต่างฝ่ายต่างทำหน้าของตน ก็จะผลดีต่อพระพุทธศาสนาคนละแบบ คือ ขยายกว้างไกลด้วยมหายาน มั่นคงปึกแผ่นด้วยเถรวาท)

 

 เหตุของการล่มสลายนั้นเกิดจากภัยภายใน  ซึ่งการค่อยๆเคลื่อนไปจากธรรมโดยนี้ ท้ายที่สุดจะกลายเป็นอธรรมที่ชัดเจน เช่น นิกายตันตระ ที่หลงไปว่า เสพกาม เสพเมถุนแล้วจะบรรลุธรรม และอธรรมเช่นนี้จะไปดึงดูดภัยภายนอก คู่กรรมคู่เวร ประเภทภัยจากสงครามที่มักจะมาจากมุสลิม เช่นในอัฟกานิสถาน กองทัพเตอร์กมุสลิมที่ทำลายนาลันทา ให้เข้ามาทำลายล้างทังศาสนจักรและอณาจักร

 

ทั้งนี้เป็นผลของกรรมจากการบิดเบือนพระธรรมวินัย เป็นคุรุกรรมซึ่งเป็นกรรมละเอียด ให้ผลช้าแต่รุนแรง ชนิดที่เก็บกวาดทำลายล้างทั้งอณาจักรและศาสนจักร ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต และบัดนี้ภัยจากมุสลิมก็มาจ่อๆอยู่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แบบใกล้เข้ามาทุกที!!                                        

 

มีเกร็ดเรื่องประวัติศาสตร์ที่น่าสังเวชใจคือ ครั้งที่กองทัพมุสลิมเตอร์กบุกเข้ามาในอินเดีย ทหารอินเดียที่มีจำนวนมากกว่า กลับพ่ายแพ้อย่างยับเยิน เพราะทั้งอณาจักรและศาสนจักรอ่อนแอ ถูกอิทธิพลของตันตระครอบงำ ให้มัวเมาอยู่ในกามและหวังจะเอาชนะด้วยเวทย์มนต์

เหตุการเช่นนี้เริ่มปรากฎให้เห็นชัดขึ้น เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์โลก วัดธรรมกายที่อ้างตนว่าเป็นเถรวาทนี้ กลายเป็นมหายานโดยสภาวะ พระธรรมวินัยถูกบิดเบือนและปลอมปน ศาสนิกอยู่ในภาวะความหลง ถูกสูบทรัพย์จำนวนมาศาล ไปบำรุงตัวตน


 อีกทั้งพยายามสร้างความชอบธรรมประเภทพวกมากลากไป ด้วยการเกณฑ์คน เกณฑ์พระกันเยอะๆ ทำกิจกรรมยิ่งใหญ่อลังการ แผ่อิทธิพลครอบคลุมการศึกษาและการเมืองเพื่อสร้างเกราะคุ้มกันตนเอง มีสื่อ DMCtv ที่ล้างสมองคนทั้งวัน ใช้วิธีไม่ต่างอะไรกับที่ม๊อบแดงเหลืองใช้กัน มีโครงการที่หวังจะกอบกู้ศีลธรรมของโลกด้วยมิจฉาสมาธิแบบธรรมกาย 

(ทำนองเดียวกับทหารอินเดียที่หวังเอาชนะด้วยเวทย์มนต์)                                                                                    

 ทานนิยม + ทุนนิยม  ดูดทรัพย์และให้คนหลงอยู่กับเศษบุญของการทำทานแล้วเอาสวรรค์ชั้นต่างๆมาเสนอขาย เมื่อมีทุนมีคนก็ขยายอิทธพลไปครอบงำการเมือง การศึกษาของคนทั้งประเทศ ด้วยการยึดชมรมพระพุทธศาสนาในมหาวิทยาลัย จับคนระดับปัญญาชน และครอบงำการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยใช้โครงสร้างของสพฐ.

 

ความใหญ่โตของนาลันทามิได้เป็นสิ่งบอกว่าพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองฉันท์ใด ความใหญ่โตของวัดในเมืองไทย ก็มิอาจเป็นหลักประกัน หรือยืนยันว่าจะทำให้พระพุทธศาสนาเจริญหรือมั่นคงอย่างที่ผู้สร้างหวังฉันท์นั้น  

ในทางกลับกัน สิ่งปลูกสร้างใหญ่ๆ โตๆเหล่านี้ กลับเป็นสัญญาณเตือนถึงภาวะ...ใกล้ล่มสลายของศาสนจักรและอณาจักร!!  

แต่ทำไม? วัดเมืองไทย จึงยังหลงสร้างสิ่งใหญ่ๆแข่งกันอีก 

พวกเขาล้วนอยู่ในโมหะภูมิและเป็นต้นมะม่วงที่หาผลมิได้ เช่นนั้นหรือ?

 

สุดท้ายแล้วก็เหลือเพียงซากปรักหักพัง เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณสถานหรือสถานที่ท่องเที่ยว

ที่อิฐเก่าๆแผ่นเดียวก็มีค่า เป็นเครื่องเตือนสติแก่อนุชนรุ่นหลัง..

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 329530, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ดอกไม้: 1, ความเห็น: 16, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #ธรรมกาย#นาลันทา#ทานนิยม#บามิยาน#บุโรพุทธโธ

บันทึกที่เกี่ยวข้อง 
บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (16)

ทางสายกลาง
IP: xxx.120.232.117
เขียนเมื่อ 

เอาเวลาที่โจมตีศาสนาประจำชาติ ไปทำบุญเยอะๆน่ะค่ะ จะได้สร้างปัญญาบารมี หากว่ารักแผ่นดินไทยจริงๆ ลองวิเคราะห์คำสอนให้ดีๆก่อนน่ะค่ะ ว่าใครกำลังทำให้เกิดความอ่อนแอของศาสนา เราเปนชาวพุทธเหมือนกัน มีพระพุทธเจ้าองค์เดียวกัน โจมตีกันเอง เสียหายกันเอง นี้หรือเปล่าค่ะที่ทำให้ศาสนาพุทธอ่อนแอ หรือว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้เรียกว่ารักพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ลองคิดดูดีๆน่ะค่ะ

จะเรียกโจมตีดีไหมหนอ?

ความจริงมันเป็นเช่นนั้น ก็แจงไปตามนั้น

ผิดว่ากันตามผิด ถูกว่ากันตามถูก

"ทานนิยม" เป็นเพียงเศษเสี้ยวในบุญกิริยา 10ประการ

ทำบุญอย่างไม่เข้าใจกันมาก 

ทาน1 บาท จากกระเป๋าคนจน ได้บุญเยอะกว่า ทาน 1000 บาท จากกระเป๋าคนรวยที่หวังขึ้นสวรรค์

ใช่ว่าธรรมกายวัดเดียวหรือลัทธิเดียว วัดอื่นๆ ที่ไม่มีความพอเพียง

นำเงินทำบุญมาสร้าง อิฐ หิน ปูน วัตถุจนเกินเหตุ ไม่มีเหตุอันควร ก็ผิดเช่นกัน

เช่นนี้ มิอาจเรียกทางสายกลาง

วัดยินดีในวัตถุ วัดก็เสื่อม

พัฒนาแบบโลกโลก ที่หลงพัฒนาด้านวัตถุ แล้วเข้าใจว่าเป็นการพัฒนาหรือ?

วัดใด สำนักใด ปลอมปนหรือบิดเบือนพระธรรมวินัย ก็จะได้รับผลกรรมนั้นเช่นกัน

เป็นบาปมวลรวมประชาชาติ ที่ต้องได้รับผล

 

อปริหานิยธรรม 7 ของภิกษุ หรือ ภิกขุปริหานิยธรรม 7

(ธรรมอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม เป็นไปเพื่อความเจริญฝ่ายเดียวสำหรับภิกษุทั้งหลาย — things leading never to decline but only to prosperity; conditions of welfare)
       1. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ (to hold regular and frequent meeting)
       2. พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียงกันทำกิจที่สงฆ์จะต้องทำ (to meet together in harmony, disperse in harmony, and do the business and duties of the Order in harmony)
           ข้อนี้แปลอีกอย่างว่า : พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันลุกขึ้นจัดการแก้ไข สิ่งเสียหาย เหตุไม่งาม พร้อมเพรียงกันทำกิจที่สงฆ์จะต้องทำ
       3. ไม่บัญญัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงบัญญัติ ไม่ล้มล้างสิ่งที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลายตามที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ (to introduce no revolutionary ordinance, break up no established ordinance, but train oneself in accordance with the prescribed training-rules)
       4. ภิกษุเหล่าใดเป็นผู้ใหญ่ เป็นสังฆบิดร เป็นสังฆปริณายก เคารพนับถือภิกษุเหล่านั้น เห็นถ้อยคำของท่านว่าเป็นสิ่งอันควรรับฟัง (to honour and respect those elders of long experience, the fathers and leaders of the Order and deem them worthy of listening to)
       5. ไม่ลุอำนาจตัณหาคือความอยากที่เกิดขึ้น (not to fall under the influence of craving which arises)
       6.
ยินดีในเสนาสนะป่า (to delight in forest retreat)
       7. ตั้งสติระลึกไว้ในใจว่า เพื่อนพรหมจารีทั้งหลายผู้มีศีลงาม ซึ่งยังไม่มา ขอให้มา ที่มาแล้ว ขอให้อยู่ผาสุก (to establish oneself in mindfulness, with this thought, ‘Let disciplined co-celibates who have not come, come hither, and let those that have already come live in comfort.’)

D.II.77; 
A.IV.20.
ที.ม. 10/70/90
องฺ.สตฺตก. 23/21/21.

 

สวัสดีค่ะ

         แวะเข้ามาอ่าน มาหาความรู้ที่บันทึกของท่านเป็นประจำ

         รวมทั้งอ่านจากบล็อกของท่านวิโรจน์ด้วย

         แต่มิได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ แม้จะเห็นด้วยกับท่านในกรณีวัดธรรมกาย

         เนื่องจากเคยเห็นคนข้างเคียง และคนแวดล้อมหลาย ๆ คน ลุ่มหลง 

         ขนาดไม่สนใจครอบครัว  ไม่สนใจลูก  นำเงินที่มี  ไม่มีก็กู้หนี้ยืมสิน เพื่อไปทำบุญ

         แบบนี้หลวงปู่พุทธทาสเคยสอนครูอิงว่า เป็นการทำบุญแบบ "เมาบุญ"

         เรื่องของศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยากที่จะแสดงความคิดเห็น จึงขอเป็นผู้ศึกษา มากกว่าค่ะ

          ทุกวันนี้พุทธศาสนา มีภัยภายในที่ใหญ่หลวงนัก  ภัยที่ว่านี้เปรียบเหมือนสนิมที่กัดกร่อนอย่างช้า ๆ  แต่ก็ส่งผลรุนแรงในเวลาต่อมา

          ขอบพระคุณท่านมากค่ะที่แวะไปเยี่ยมเยียนครูอิงที่ "เรื่องราวเล็ก ๆ ของคนเล็ก ๆ ในโรงเรียนเล็ก ๆ "

man in flame
IP: xxx.9.177.163
เขียนเมื่อ 

สมาธิแบบธรรมกายนั้น เริ่มจากนิมิตเช่นลูกแก้วกลางกาย

มีกายเป็นศูนย์กลาง แล้วแผ่ขยายไปทั่วทั้งจักวาล

เริ่มสมาธิด้วยมิจฉาทิฐิ โดยการไปกำหนดว่ามี

เมื่อสมาธิมากขึ้นจึงเป็นมิจฉาสมาธิ

ซึ่งขัดกับหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ที่ไม่เน้นให้มีตัวตน

สิ่งที่ผู้นั่งสมาธิเห็นเป็นนิมิต ต่างๆนั้น ก็เกิดจากการปรุงแต่ง

พอมีสมาธิก็จะมีปิติ คือเห็นจริงๆ พอเห็นก็จะหลง หลงไปว่าบรรลุะรรมขั้นนั้นขั้นโน้น

หลงว่าเป็นผู้วิเศษ เห็นในสิ่งที่ชาวบ้านเขาไม่เห็นกัน

นั่งสมาธิกันมากๆ ก็เห็นกันมากๆ เป็นไซโค จากอุปทานหมู่

และจะหลงมาก เพราะเห็นด้วยจิต ใครจะบอกว่าไม่จริงก็จะเถียงว่าจริง

คนไม่ฝึกไม่รู้หรอก เพราะไม่เคยเห็นนิมิต

จนเลยเถิด เถียงไปว่า นิพพานเป็นอัตตา

พอสังคมพุทธไม่ยอมรับ ก็พยายามเอาพวกมากลากไป เพื่อจะบอกกับสังคมว่า วิชาธรรมกายนี้ถูก นี้จริง

เลยเถิดไปถึง ขุดคุ้ยพุทธพจน์ ว่าท่านเคยกล่าวถึงคำว่าธรรมกาย

แล้วก็ไปบิดเบือนพระธรรมวินัย สร้างหนังสือสร้างตำราใหม่ๆ หรือปลอมปนเข้าไป

เริ่มจากสร้างตัวตนด้วยมิจฉาสมาธิ การกระทำจึงบำรุงตัวตน

ทั้งการระดมทุน ทั้งมีคนเก่งๆ จบดร.มาทำการตลาด วางกลยุทธ

ดร.ต่างๆ ถ้านั่งสมาธิตามแนวนี้ ก็จะเห็นนิมิตจริงตามนั้น

เป็นหลักของจิต แบบฤษีตาไฟ ต่างๆ ที่มีในอินเดียก่อน มีพระพุทธเจ้า

พอดร.หรือคนดังๆ หลงตาม คนที่ไม่รู้ หรือชาวพุทธที่อ่อนแออยู่แล้ว ก็จะเกิดมิจฉาศรัทธาตาม

ทั้งพวกมากลากไป ทั้งสร้างการยอมรับด้วยโครงการใหญ่ๆ คนมาทำบุญเยอะๆ ตักบาตรเยอะๆ คนบวชเยอะๆ เป็นแสนๆรูป เป็นต้น

เริ่มจากตัวตน ตัวตนก็ใหญ่ วัด เจดีย์สิ่งปลูกสร้างจึงใหญ่

สุดท้ายแล้วก็ทำลายพระพุทธศาสนา ทำลายพระธรรมวินัย(ซึ่งอ่อนแออยู่แล้ว)

พอมีเงิน มีคนการศึกษาสูงๆ ก็แผ่อิทธิพลไปครอบคลุม การเมือง การศึกษา

มีเจ้ากระทรวงศึกษาเป็นลูกศิษย์ เป็นต้น

คนในลัทธิ ก็จะเข้าใจว่า สิ่งที่ทำอยู่นี้ มีโครงการให้คนเข้าวัด ทำโครงการให้กับเยาวชน มากมาย

ทั้งหมดนั้นเป็นการทำความดีอยู่ ได้บุญเยอะ ต้องได้ขึ้นสวรรค์ กำลังสร้างโลกนี้ให้สวยงาม

ยิ่งขยายความไม่รู้ ก็จะยิ่งหลง เพราะภาวะหลงจะทำให้ปัญญาไม่ทำงาน

ต่อไปก็หลงกันทั้งเมือง แล้วจะเหลืออะไร ท้ายที่สุดบาปกรรมมหันต์

ที่ไปบิดเบือนพระธรรมวินัยก็จะไปดึงดูด

ภัยธรรมชาติ ภัยสงครามจากมุสลิมมาทำลาย ก็จะกลายเป็นนาลันทา

สิ่งใหญ่ๆที่ทำไว้ก็จะกลายเป็นเศษอิฐเศษปูน ให้คนในอนาคตเห็น เป็นวัฏจักร

เกิดดับๆ และยากจะฟื้นฟู เพราะทำลายง่าย ฟื้นฟูยาก แบบพระพุทธศาสนาในอินเดีย

man in flame
IP: xxx.11.31.228
เขียนเมื่อ 

ตอบคุณอิงจันทร์ครับ

ที่ต้องพาดพิงคุณวิโรจน์นั้น ด้วยทราบความใน

ของโครงการ ส่งเสริมศิลธรรมครู ว่าเป็นโครงการที่วัดธรรมกายทำสอดใส้มา

คนทั่วๆไปพอเห็นว่าเป็นโครงการที่ทำกับคุรุสภาก็เห็นว่าดี ส่งเสริมครูดี

เป็นโครงการที่แนบเนียนมาก ทุกอย่างดีหมด เว้นแต่ว่า ต้องนำครูมาอบรมธรรมะ ฝึกสมาธิกับศูนย์ของธรรมกายในภาคอีสาน

ที่ใช้ศูนย์ภาคอีสานนั้น เพราะไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ว่าเป็นโครงการของวัดธรรมกาย

พอยึดคุรุสภาได้ ต่อไป ใครจะมาเป็นครู ก็ต้องมาอบรมศีลธรรม กับทีมพระวัดธรรมกายก่อน

มานั่งสมาธิแบบเขาก่อน

เป็นการผูกขาดทางลัทธิ

พอครูหรือ ผอโรงเรียนต่างๆ ได้ไปฝึกสมาธิแนวธรรมกาย ก็จะเห็นนิมิต ตามนั้น และจะศรัทธาตามมา

พอศรัทธา เพราะเห็นสิ่งวิเศษกับตา ก็จะไปพานักเรียน ลูกศิษย์ลูกหาตามมา

เป็นโครงการที่ทำทั้งประเทศ

ยึดชมรมพุทธในมหาวิทยาลัยแล้วไม่พอ ตอนนี้จะมายึดครู ยึดโรงเรียน และฝังมิจฉาสมาธิกับเด็กนักเรียนอีก

กับเด็กๆ นั้นน่ากลัว เพราะเป็นศรัทธาแรก

ศรัทธาแรกจะดิ่งลึก

(สังเกตุว่า คนทุกศาสนาก็จะให้บุตรหลานของตนได้มีศรัทธาแรก คนเราเกิดมาจึงไม่มีเสรีภาพที่จะเลือกนับถือศาสนา

แม้แต่คนไทยพุทธเอง ไม่มีเว้นศาสนาใดๆ บุญและกรรมจึงเป็นสิ่งเลือกการนับถือศาสนาเพียงสิ่งเดียว)

มีเงิน มีสื่อ มีทรัพย์ ก็ยากที่จะหยุดเขาได้

น่ากลัวนะ เป็นลัทธิที่ผูกขาดครอบงำ และจะยึดได้ทั้งประเทศ

แล้วพระพุทธศาสนา ที่อ่อนแออยู่แล้ว จะไปเหลืออะไร

สัธธรรมปฎิรูปรุ่งเรือง ความดีสร้างภาพ ความดีปลอมๆ รุ่งเรือง

สถานการณ์ชาติ ความสามัคคีคนในชาติก็แย่

วิเคราะห์แค่นี้ก็ได้คำตอบแล้ว ว่าหายนะแน่นอน

และจะกลายเป็นแบบนาลันทาแน่นอน

อาตี๋ แซ่ต๊ะ
IP: xxx.28.52.138
เขียนเมื่อ 

เมื่อความจริงกระจ่าง คนพาลก็คือคนพาล บัณฑิตก็คือบัณฑิต

แต่เมื่อความมืดมิดบกคลุมไปทั่ว ผู้รู้ก็จำต้องนิ่งเงียบ

สงสารก็แต่ชาวพุทธที่หลงภาพลักษณ์ของบางสำนักแล้วไม่รู้จริงว่า

ที่แท้พุทธนั้นอยู่ที่ไหนกันแน่

  • สวัสดีครับ
  • ผมเป็นมุสลิม แต่ไม่เห็นด้วยและต่อต้านการทำลายพระพุทธรูปที่บาบิยัน
  • องค์กรมุสลิมอื่นๆก็ต่อต้าน
  • มุสลิมปกครองอัฟกานิสถานมานานก็ไม่เคยทำลาย
  • ผู้ทำลายมีนัยยะอย่างไร
  • ทราบว่าบริเวณนี้อดีตสหภาพโซเวียตเคยใช้เป็นที่ซ้อมรบ
  • หากติดตามสถานการณ์แบบไม่มีอคติจะทราบข้อเท็จจริง
  • อิสลามห้ามฆ่านักบวชในศาสนาต่างๆและทำลายศาสนสถานของศาสนาอื่นๆ
  • ที่เกิดขึ้นไม่ใช่คำสอนที่แท้จริง
  • เกิดจากอะไรบ้างต้องตามดูครับ
  • ด้วยความเคารพในความคิดและความเชื่อ

สวัสดีครับคุณเบดูอิน

เหมือนขึ้นยอดเขาดูเขารบกัน..

ฝั่งบ้านเมืองก็โจรโพกผ้าเหลืองผ้าแดง ฝั่งศาสนาก็ลัทธิธรรมกาย ทางใต้ก็ก่อการร้าย

รุมทึ้งประเทศไทยกันใหญ่

มีวิีดีโอที่อยากให้ชมครับ

http://www.youtube.com/watch?v=_X4Y6DXVJxY

พร้อมกับคำถามว่า คนเราเกิดมาทำไมต้องมีศาสนาเดียว

ไม่มีสิทธิเสรีภาพในการเลือกนับถือศาสนาเลยหรือ? (เกิดมาพ่อแม่ก็ปลูกศาสนาที่ตนคิดว่าดีใส่สมองเด็ก)

คนที่ศรัทธาดิ่งลึกในศาสนาของตนก็ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางศาสนา

ส่วนคนที่ไม่มีศาสนาในหัวใจ ก็สร้างความเดือดร้อนวุ่นวายให้สังคม

...

ส่วนอันนี้ก็เป็นของฝากไว้สำหรับ

ขึ้นยอดเขาไปดูฝรั่งกับแขกรบกันบ้าง

the truth of muhammad

http://atcloud.com/stories/76426

http://www.youtube.com/watch?v=GDHemgG_RSU

ชาวไทยพุทธ ไทยมุสลิม หรือศาสนาอื่นๆ ควรพิจารณาด้วยสติปัญญา ว่าอะไรจริงอะไรไม่จริง

ขอบคุณครับที่เราเข้าใจกัน หากคุณไปอ่านที่บล็อกผมก็จะเข้าใจเจตนาที่แท้จริง หากเราเข้าใจกัน ยอมรับกันความแตกต่าง ย่อมมีแน่แต่ไม่แตกแยก อะไรที่ทำได้ อะไรที่ทำไม่ได้เราเข้าใจกัน เราก็จะให้เกียรติกัน ผมจะทำงานกับพระเสมอๆคุณอ่านบันทึกผมที่ผ่านๆเช่น  http://gotoknow.org/blog/somdejmas/333854 หรือบล็อกที่ผมจะบันทึกต่อไป

ผมอยากให้คุณได้อ่านหนังสือ "ปฏิบัติการมารครองโลก" ของวิลเลี่ยม กายคาร์ จะเข้าใจสิ่งที่เป็นไป โดยเฉพาะการก่อการร้าย ว่าแท้ที่จริงใครเป็นคนก่อ และเพื่ออะไร

รัฐไทยใหม่
IP: xxx.9.171.187
เขียนเมื่อ 

แผนสร้างรัฐไทยใหม่ ของจักรวรรดิธรรมกาย

ย่องเงียบMOUสพฐ. เป้าหมาย ครอบงำ ครู นร. ชุมชน 10.7 ล้านคน เข้าลัทธิ

เปิด(ร่าง)ข้อตกลง(ลับ) สพฐ.ประเคน "นร.-ครู"10.7ล้านคนให้โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก วัดพระธรรมกาย

ยิ่งกว่าลับ ลวง พราง ถือโอกาส แดง หลืองทะเลาะกัน ย่องเงียบ MOU

พันล้านแลกกับเป้าหมาย

เด็ก 10 ล้านคน

ครู ผู้บริหาร 6 แสน

ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน 1แสน

คิดยังไงก็กำไร คน 10 ล้านคนเข้าวัด ทำบุญคนละ 100 บาทต่อครั้ง ก็ได้มากกว่าที่ลงทุนไปให้สพฐ.ไปพันล้าน 

ไซโค ให้หลงงมงาย มาครั้งต่อไป มีเท่าไหร่ก็ทำหมด

ปัจจุบันชมรมพุทธศาสนาทุกมหาวิทยาลัยก็ถูกล๊อคประธานจากวัดนี้
ตอนนี้มีเป้าหมายมาที่ เด็กประถมมัธยม
อนาคตของชาติ จะถูกลัทธินี้ครอบงำ
พวกมากลากไป ครอบงำทั้งการเมืองและการศึกษา
สุดท้ายก็ยึดได้ทั้งประเทศ พร้อมที่จะแก้กฏหมาย หรือสร้างพระไตรปิฏกเล่มใหม่ที่มีคำสอนของตน 

น่าสงสารคนไทยจริงๆ

ตาอิน(เหลือง)กะตานา(แดง)แย่งปลากัน ตาอยู่ย่อง MOU คว้าพุงปลาไปกิน

10.7 ล้านคน ฐานเสียงขนาดนี้ พรรคไหนๆก็ต้องยอมหลีกให้ 

สถาปณา รัฐไทยใหม่ สร้างจักรวรรดิธรรมกาย ได้ไม่ยาก

รัฐไทยใหม่
IP: xxx.9.171.187
เขียนเมื่อ 

ลับ ลวง พราง จากลัทธิ สู่ การสถาปณาจักรวรรดิธรรมกาย

โครงการรัฐ "ธรรมกาย" ฟื้นฟูศีลธรรม 1,000 ล้านวันที่ 11 พฤษภาคม 2553 รายการ คมชัดลึก Nation

แสงสว่าง
IP: xxx.137.28.82
เขียนเมื่อ 

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา(สรรพสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลง"รู้ปัจจุบันตามความเป็นจริงอย่างมีปัญญา แล้วจะพบว่าทุกสรรพสิ่งคือความว่างเปล่า")

พุทธบุตร
IP: xxx.154.130.201
เขียนเมื่อ 

ศาสนาจะยั่งยืนก็อยูที่จิตใจของคนเท่านั้น

บวชดีกว่า
IP: xxx.120.24.103
เขียนเมื่อ 

ใครอยากรู้ความมาบวชกันดีกว่าจะได้รู้ว่าเขาสอนอะไร

ทำไมคนจึงเยอะขึ้นแบบทวีคูณ

ฝ่ายที่โจมตีวัดเนี่ย, กิจวัตรประจำของเขาทำอะไรเช้าจรดเย็น

ช่วยสร้างให้คนดีได้กี่คน

วัดนี้สอนให้คนเปลี่ยนนิสัยที่จะแน่วแน่ในศีลสมาธิปัญญาเสียสละเพื่อส่วนรวม

คนมีปัญญาควรหาความจริงให้กระจ่างไม่ใช่ฟังเล่าฟังข่าวเอา

ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยเชื่อข่าว, แต่เมื่อได้ไปบวชที่นี่ถึงสามครั้ง

จึงเข้าใจสงสัย เปิด dmc ดู ดูซักสามเดือนอาจจะเข้าใจบ้างว่าเขากำลังทำอะไรกันอยู่ ดูไม่กี่วันอย่ามาพูดว่าเข้าใจ

อัตตา...อนัตตา
IP: xxx.93.135.108
เขียนเมื่อ 

ธรรมะ>>ธรรมชาติ คือการเข้าใจหลักธรรมชาติที่สรรพสิ่งล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป หาได้มีสิ่งใดจีรังยั่งยืนไม่ การให้ทานนั้นเป็นเรื่องดี แต่ไม่ใช่ให้มากเพื่อหวังในโลกียสมบัติ เช่นนั้นย่อมไม่เกิดสิ่งใด เพราะการให้ทานหมายถึงการกำจัดความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน ถ่ายถอนความเห็นแก่ตัว การให้ทานนั้นจิตต้องบริสุทธิ์ ทั้งก่อนให้ระหว่างให้และหลังจากให้ทาน คือเริ่มจากจิตที่ให้อยากให้ให้แล้วเป็นสุข สุขที่ใจได้บุญกับตัวเพราะเราสร้างสุขที่ไม่เบียดเบียน ระหว่างให้ให้แล้วไม่คิดอะไรอย่างหวังผลภายหน้าเอาแต่ประโยชน์ตน และท้ายที่สุดให้แล้วไม่เกิดความเสียดายไปอีกย่อมเรียกว่าทานอันบริสุทธิ์บริบูรณ์ ในชาดกจึงมีเรื่อง นางฟ้าองค์หนึ่งซึ่งมีวรรณะเช่นทอง วิมานทอง และสรรพสิ่งต่างๆเป็นทอง พระอินทร์ตรัสถามถึงเหตุแห่งวิมานและฉวีทองนั้น นางบอกเพียงแต่เป็นคนยากจนเข็ญใจไม่เคยทำทานที่ไหนเพียงแต่ก่อนตายตนต้องการไหว้พระสารีริกธาตุแต่ด้วยเหตุแห่งความยากไร้ไม่มีสิ่งถวาย จึงได้เด็ดดอกบวบสีเหลืองทองกำลังจะไปถวายพระธาตุแต่โดนควายขวิดตายเสียก่อนได้ไปไหว้ กระนั้นด้วยผลแห่งจิตอันเป็นมหากุศลและการให้ด้วยจิตอันเป็นบริสุทธิ์ ก็ยังส่งผลถึงวิมานและวรรณะผิวพรรณดั่งทอง นั่นย่อมหมายความว่าเจตนาอันบริสุทธิ์และความตั้งใจในการทำดี แม้จะไม่ได้มีมูลค่าสูงแต่ย่อมส่งประโยชน์และมีความสูงส่งทางใจ พระโพธิสัตว์ยังเคยเกิดเป็นสัตว์แต่ทำไมจึงประกอบบุญและสั่งสมบุญได้จนสามารถตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณได้ฉันใด เราเองแม้ไม่มีทรัพย์มากหากปฏิบัติและโอปนยิโกน้อมมาระวังจิตกายใจของเราย่อมได้ผลไม่วันใดก็วันหนึ่งเช่นกัน จิตเรานั้นเป็นพุทธะคือบริสุทธิ์อยู่เดิม เราย่อมรู้ว่าทำสิ่งใดดีหรือไม่ดีอยู่แล้ว พึงใช้สติและปัญญาระลึกรู้ รู้ด้วยการพิจารณาด้วยปัญญา ด้วยธรรมะ(ธรรมชาติ)...สติสำคัญเสมอ

...ทุกศาสนาย่อมสอนให้คนเป็นคนดี ละเว้นความชั่ว อยู่ที่เรามีสติในการรับรู้ เข้าใจและนำมาใช้หรือไม่...