ในตอนเย็นของวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๓ เมื่อรถจอดสนิทที่ลานจอดรถของสวนเพชรฯ ทุกคนต่างรีบลนลานลงมาด้านล่าง เพราะอยากให้ถึงห้องพักโดยเร็วที่สุด หลังจากเดินทางมาเป็นเวลา ๑ วันกับอีกครึ่งคืน ความเหนื่อยล้าและความหิวเป็นตัวเร่งพวกเรา แต่พอทุกคนก้าวลงจากบันไดรถลงไป กลับไปหยุดความเร่งรีบนั้นไว้ กลับหันไปหาพนักงานต้อนรับผู้นี้.......เขาชื่อแพนด้า พวกเราคือแขกที่เพิ่งมาที่นี่เป็นที่แรก แต่การต้อนรับของแพนด้า เหมือนกับว่ารู้จักกันมาก่อนสนิทสนมกันเหลือเกิน มันวิ่งไปทักทาย เลียมือทุกคนที่ลงจากรถ พร้อมกระดิกหางไปมาไม่หยุด หน้าตาหรือก็ไม่เท่าไรหรอก แววตาก็ดุดันขี้โกง รูปหัวหรือก็ใหญ่โต ไม่หล่อเลย ที่น่าสนใจและดึงดูดความสนใจพวกเราก็คือลวดลายสีในตัวมันเหมือนกับแพนด้า และลีลาการต้อนรับแขกนั่นล่ะ ขณะที่ทุกคนกำลังตื่นเต้นกับการทักทายมัน พี่ๆ ที่มากับนักเรียนกลุ่มกิฟท์ไทย ก็เดินมาบอกว่า แพนด้าได้รับสัญญาณว่ามีแขกจะเข้ามาที่นี่ต้องแต่ ๑๐ นาทีที่แล้ว ช่วงนั้นครูภาทิพโทรเข้ามาถามทางเข้ากับพี่ๆเขา เขาก็สังเกตเห็นแพนด้าไปยืนกระดิกหาง รอที่ลานจอดรถ และรอรับจนพวกเรามาถึง หลังจากพวกเราเข้าที่พัก แพนด้าก็แวะมาทักทายใกล้ชิดบ้างหายไปบ้าง เมื่อสอบถามถึงประวัติของแพนด้าจากเจ้าของรีสอร์ท น้องเขาบอกว่า แพนด้าก็คือสุนัขที่เขามาปล่อย แต่มันฝากเนื้อฝากตัวดี ด้วยการทำหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับ ทุกคนที่นี่จึงรักแพนด้ามาก แพนด้าจึงเป็นเสมือนดาราของที่นี่ทีเดียว แต่แพนด้าก็มีข้อบกพร่องทั้งบกพร่องในหน้าที่และบกพร่องทางการอยู่ร่วมกับเพื่อนในสังคมคือแพนด้า รังแกเจ้าเหมียว ขณะที่พวกเรากำลังยืนคุยกันไม่ทราบว่าเป็นเพราะมันหวงพวกเราหรือต้องการแสดงความสามารถ มันเข้าไปขย้ำเจ้าแมวจรจัดจนเกือบตาย น่าสงสารแมวตัวนั้นมากๆ โชคดีที่คนสวนมาห้ามมันทัน....เจ้าแมวโชคร้ายก็เลยรอดตายไป อีกอย่างถึงเวลาที่พวกเรากลับแพนด้าไม่ได้มายืนส่ง มันมองอยู่ห่างแล้วจากไป แหม! นี่ถ้าแพนด้ามายืนส่งด้วยล่ะก็ คนอายแย่เลย
ว้าว! เจ้าแพนด้า น่ารักจัง ขอบคุณเรื่องราวดีๆ ที่นำมาแบ่งปันค่ะ
สวัสดีค่ะ ครูบันเทิง ดูแล้วครูบันเทิงนี่บันเทิงสมชื่อจริงๆ
ภาพแม่เสือน่ารักมากๆค่ะ