รักษ์ธรรมชาติ

 

 

เสน่ห์พุทธคยายังไม่ลืม

ได้มีโอกาสไปเยือนพุทธคยาอีกครั้ง เป็นครั้งที่ ...s ยังเป็นดินแดนพุทธภูมิที่น่าดูและมีเสน่ห์เหมือนเดิม ด้วยวิถีชีวิตที่ติดดินมากๆ

พิหารแม้จะได้ชื่อว่าเป็นรัฐที่ยากจนที่สุดแต่กลับเห็นแต่รอยยิ้มจากคนที่นี่โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ยิ้มอย่างบริสุทธิ์ ไม่มีมายา สะท้อนถึงจิตใจที่สุขตามประสาบ้านนาและอยู่กับสิ่งแวดล้อมได้ดี ผมไปพิหารทีไรก็ไม่เคยเบื่อที่จะเห็นสิ่งน่าดูเหล่านี้ เพราะหาดูที่ประเทศไหนไม่ค่อยได้แล้ว ที่ผู้คนจะอยู่ร่วมกันกับสัตว์และสิ่งแวดล้อมได้อย่างกลมกลืนเช่นนี้ สองข้างทางจะเห็นอาคารก่ออิฐซึ่งคงจะก่อกันเองจึงดูไม่ค่อยจะเรียบร้อยนัก ตลาดที่สับสนวุ่นวายด้วยผู้คนที่มากมาย แต่ก็เต็มไปด้วยสีสันด้วยผลไม้และผักนานาชนิด ไร่นาที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยข้าว มัน ผักนานาชนิด ท้องทุ่งเขียวขจี เห็นควายเคี้ยวเอื้องอย่างมีความสุขหน้าบ้านดิน เห็นวัวทั้งเดินทั้งยืนทั้งนอนกันตามท้องถนนอย่างอิสระเสรี เห็นกองฝางเหลืองอร่าม รวมทั้งเชื้อเพลิงจากมูลวัวและควายที่ปั้นเป็นวงกลมแบนๆ คล้ายจานติดอยู่กับฝาอาคารทั่วทุกแห่ง นี่ละคือเสน่ห์ของธรรมชาติที่พุทธคยา รัฐพิหาร

แม้ในวันนี้จะมีถนนมากขึ้น มีสะพานใหม่ๆ แต่นอกนั้นยังเหมือนเดิมเมื่อสมัยหลายพันปีมาแล้ว พุทธคยาจึงเป็นเมืองสำคัญของรัฐพิหารที่มีชื่อเสียงระดับโลกเพราะชาวพุทธจากทั่วโลกต่างเดินทางมาแสวงบุญในช่วง 6 เดือนของปี(ตุลาคมถึงมีนาคม) ทำให้นึกถึงบันทึกเรื่องทัชมาฮาลที่ผมเคยเขียนและบอกว่าในแต่ละปีมีคนไปเยือนอักกรา เพื่อชมทัชมาฮาลถึงปีละ 5 ล้านคน ผมคิดว่าพุทธคยาก็น่าจะมีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากเป็นล้านแน่นอน ธุรกิจต่างๆ ในพุทธคยาจึงเจริญรุ่งเรืองในช่วงเวลาดังกล่าว โรงแรมราคาที่หลากหลายและมักไม่เพียงพอต่อความต้องการ ร้านอาหารนานาชาติ สิ่งของอุปโภคบริโภคเป็นที่ต้องการและขายดีมาก เอาเฉพาะพระธิเบตชาติเดียวก็มีเป็นหลายหมื่นหรือเป็นแสนแล้วโดยเฉพาะเมื่อองค์ดาไลลามะเสด็จพุทธคยา ก็จะเห็นพระธเบตนับหมื่นนับแสนคนเดินสีแดงเต็มไปหมด

พุทธคยาไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก ยังคงเป็นพุทธคยาที่ดูคึกคักและศักดิ์สิทธิ์เช่นเดิม เป็นที่ทั้งคน วัวและธรรมชาติอยู่ร่วมโลกด้วยกันอย่างกลมกลืน

ณ บริเวณหมู่บ้านนางสุชาดาอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำเนรัญชราเยื้องกับเจดีย์พุทธคยา ชาวบ้านยังมีวิถีชีวิตเรียบง่าย อยู่กับไร่นาและกองฝาง เด็กๆ มีรอยยิ้มแจกผู้มาเยือนอย่างเหลือเฝือ พร้อมทั้งส่งเสียงเรียก “อาจารย์ อาจารย์ มันนี่ money น่า” พลางส่งสายตาละห้อยเรียกคะแนนสงสาร เด็กเหล่านี้ดูไม่ลดละหรือเบื่อที่จะขอความเห็นใจจากผู้มาเยือน  และท้ายที่สุด แม้จะไม่มีใครตอบสนองก็ยังมีรอยยิ้มส่งให้เราเสมอ

มาเยือนหมู่บ้านติดดินแบบนี้ทำให้อดนึกถึงภาพยนตร์เรื่องอวตารไม่ได้ ดวงดาวแพนดอราและชาวนาวีที่รักษ์ธรรมชาติของตนได้ดีมากจนทำให้เจค ซัลลีนาวิกโยธินหนุ่มหลงใหลไปกับความงามของคนและธรรมชาติบนดาวดวงนี้  จึงเป็นที่มาของคำว่า  I see you คือการเห็นด้วยจิต 

บางทีการไปเยือนอินเดีย อาจต้องเปิดใจเพื่อที่จะได้เห็นสิ่งต่างๆ ที่วิถีของอินเดียพยายามจะรักษาเอาไว้ให้ใกล้ธรรมชาติที่สุด จนเราอาจไม่เข้าใจ วันหนึ่ง อาจจะต้องพูดกับอินเดียว่า I see you India.