ถ้วยชาใบงามที่มีคุณค่า ได้ก่อกำเนิดขึ้นแล้วนั้น ...

ที่มาของถ้วยชาก่อนจะเริ่มเข้าสู่พิธีชงชาและการจัดการความรู้ 

       โดยทั่วไป สำหรับพิธีชงชาในสมัยโบราณนั้น ไม่ใช่ว่าจะใช้อุปกรณ์ใดๆ ก็ได้ที่สรรหามาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้วยชา หากถ้าเป็นตระกูลสูงศักดิ์หรือประเภทราชวงศ์ในอดีต การแสดงพิธีชงชานั้นจะสมบูรณ์พร้อม ขึ้นอยู่กับหลายๆ องค์ประกอบ องค์ประกอบที่สำคัญยิ่งส่วนหนึ่งคือการใช้ถ้วยชานั่นเอง ถ้วยชา ถือเป็นสิ่งที่ต้องโชว์ให้เห็นถึงเอกลักษณ์และเป็นเครื่องแสดงยศฐาบรรดาศักดิ์ที่ดี แต่ในปัจจุบัน แม้ว่าพิธีชงชายังคงพอมีเหลืออยู่บ้าง แต่การดื่มชานั้นมีมากมายกว้างขวางทั่วโลก ทำให้ไม่จำเป็นต้องประกอบพิธีชงชา ไม่ต้องพิธีรีตรองมาก การคัดสรรถ้วยชานั้นจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องละเอียดสวยงามมาก ก็สามารถดื่มชาได้เช่นเดียวกัน

          แต่คุณทราบหรือไม่ว่า การถือกำเนิดของถ้วยชา (ซึ่งแต่เดิม คือดินเหนียวแดงก้อนหนึ่ง) ที่มาค่า มีราคาและสมฐานะของการจิบน้ำชานั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้วยชาที่ราคาใบละเป็นพันๆ บาท หรือที่มิอาจประมาณราคาได้ มีที่มาที่ไปอย่างไร

          ก่อนอื่น คือ การหาดินเหนียวแดง เมื่อได้ก้อนดินเหนียวแดงมาแล้วต้องนำมาตบและปั้นนานกว่า 1 ชั่วโมง จากนั้นจะนำก้อนดินเหนียวที่ถูกตบแต่งตั้งไม่รู้กี่ครั้งนี้มาวางไว้บนแท่นหมุนแท่นหมุนทำหน้าที่ของมันโดยช่วยทำให้ก้อนดินเหนียวถูกหมุนไปรอบๆ จนได้โครงถ้วย เมื่อได้แล้ว ก็นำลงจากแท่นหมุนและทำการตกแต่งทรงรอบๆ ด้วยมืออีกครั้งหนึ่ง จากนั้นนำเข้าสู่เตาอบ การเผาด้วยเตาอบนี้ ใช้อุณหภูมิ 700 กว่าองศา จนกระทั่งดินเหนียวที่เริ่มเป็นโครงร่างนั้นร้อนจัดจนเป็นสีแดงฉาน ในที่สุดเมื่อเปิดประตูเตาอบ จะนำอุปกรณ์มาคีบถ้วยชาออกจากเตาแต่ต้องเบามือไม่ให้เกิดตำหนิจากการคีบ วางในอุณหภูมิปกติ หรืออุณหภูมิห้องจนถ้วยชาเริ่มเย็นลง พอถึงขั้นตอนนี้ เราจะเรียกว่า ถ้วยชาอย่างหยาบ

          พอถ้วยชาอย่างหยาบเริ่มเย็นลงได้ที่ จะถูกแปรงปัดเพื่อปัดเศษไม่พึงประสงค์ออกจนหมด และเริ่มมีการลงสี ทาสี รอสักครู่ให้สีเริ่มแห้งแต่ไม่ต้องแห้งสนิทก็ได้ จะทำการนำถ้วยชาอย่างหยาบนี้เข้าเตาอบอีกรอบ แต่ว่า เพิ่มดีกรีความร้อนขึ้นเป็นสองเท่าของตอนแรก อบอยู่อย่างนั้นนานพอดู

          หลังจากเปิดประตูเตาอบครั้งที่สอง แทนที่เราจะพบถ้วยชาไหม้ๆ ดำๆ หรืออาจมีรอยแตกร้าวใบหนึ่ง แต่เรากลับพบผลงานที่เรียกได้ว่า เป็นของที่สามารถตั้งวางแสดงที่ห้องรับรองของพระราชวังได้อย่างดีทีเดียว อย่างนี้นี่เองที่เขาเรียกว่า เป็นตัวบ่งบอกระดับยศฐาบรรดาศักดิ์

          แต่กระนั้นอาจจะยังไม่เพียงพอ หากคุณละเมียดละไมกับฐานที่ราบเรียบ และความมนของถ้วยชาโดยรอบ อาจต้องตรวจดูว่ามีอาการสากมือหรือไม่เมื่อนำมือมาวนรอบถ้วยชา ส่วนฐานต้องเจียรความเรียบเพื่อขัดด้าน และป้องกันการลื่นไหลของถ้วยชา แต่ในย่อหน้าสุดท้ายนี้ถือเป็นส่วนประกอบที่คนไม่ได้พูดถึงกันมาก แต่ข้าพเจ้าคิดว่า มันสำคัญและจำเป็นทีเดียว

          ถ้วยชาใบงามอยู่ตรงหน้าแล้วจ้า ...

          หากถ้วยชาสามารถพูดได้ มันคงบอกให้หยุดปั้น หยุดตบตั้งแต่ตอนแรก ถ้าผู้ทำหยุดปั้นและหยุดตบตามที่มันบอก จะไม่มีวันได้ถ้วยชาเกิดขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นก้อนดินเหนียวแดงแข็งๆ แห้งๆ ก้อนหนึ่งที่ไม่มีประโยชน์ ไร้ค่า และต้องโยนทิ้งไป หากมันพูดได้ คงพูดต่อว่า หยุดและเอามันออกจากแท่นหมุนได้แล้วเพราะว่ามันเวียนหัวเหลือเกิน แต่ถ้าการหยุดหมุนลง โครงร่างของถ้วยชาก็จะแหลกเหลว หากมันบอกให้ หยุดเผามันได้แล้วเพราะมันกำลังจะขาดใจตายเนื่องจากความร้อน ถ้าเอาออกมาก่อนโดยฟังคำพูดของมันและสงสารมัน มันก็จะเกิดรอยร้าวในทันที เพราะมันยังไม่เข้าที่ หลังจากนั้น ถ้ามันพูดได้ มันคงพูดอีกว่า อย่าทาสีบนตัวฉันได้ไหม เพราะสีมีกลิ่นฉุนเหลือเกิน หากมันไม่ยอมให้มีขนแปรงมาปัดเพื่อทำการทาสีต่อ มันก็จะไม่มีตัวประสานเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเอง และไม่เกิดการแข็งตัว พอถึงขั้นตอนสุดท้ายที่โหดร้ายกับถ้วยชาที่สุด นั้นคือ การนำเข้าเตาอบนับพันองศา หากมันไม่มีความอดทนมากพอและเอาแต่ร้องว่า ขอออกจากเตาอบได้แล้ว ไม่ไหวแล้ว ร้อนเหลือเกิน ... มันจะออกมาเป็นถ้วยชาที่สวยงามก็จริง แต่อายุสั้นนัก เพราะมันจะแตกโดยง่ายในอีกไม่นาน

 

          กว่าจะเกิดสิ่งสวยงามที่สร้างสรรขึ้น ช่างยากเย็น แต่การให้กำเนิดแก่ผลงานนั้น เวลาที่หยิบจับถ้วยชา เวลาที่ล้างน้ำร้อนให้กับถ้วยชา เมื่อถึงคราวที่รินชาใส่ถ้วย และ ณ. เวลาที่จิบชา ใครจะล่วงรู้ว่า แท้ที่จริง มันคือก้อนดินเหนียวแดงก้อนหนึ่ง ...

เปรียบกับชีวิตของคนเรา คนเราต่อต้านการเปลี่ยนแปลงก็จริง แต่สิ่งที่ต่อต้านมากกว่าก็คือวิธีที่เกิดการเปลี่ยนแปลง การที่คนๆ หนึ่งจะเป็นผู้เพรียบพร้อม ประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วยามเมื่อมองดูสวยงาม ดูดี ไม่ใช่ว่า เขาจะไม่เคยผ่านประสบการณ์ร้อนหนาวมาเลย โดยเฉพาะผู้ที่ก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาด้วยตนเอง อากง อาแปะจากแผ่นดินจีนโพ้นทะเล หอบเสื่อผืนหมอนใบมา ตั้งตัวที่ประเทศไทย กว่าจะสำเร็จได้ ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำ ผ่านร้อนหนาว ปากกัดตีนถีบ จนกว่าจะเจริญรุ่งเรืองเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงคุณค่า แต่จะมีสักกี่คนที่รำลึกได้ว่า กว่าจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จมาได้คนหนึ่ง เขาผ่านวันเวลาดีร้ายมากี่หมื่นชั่วโมง

ไอยสไตน์ กาลิเลโอ โทมัส แอลวา เอดิสัน บิลเกต เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และบุคคลที่ประสบความสำเร็จหลายๆ คนมาแล้วทั่วโลก ไม่ปรากฎว่า มีผู้ใดประสบความสำเร็จมาเพียงแค่การเกิดมาแล้วได้เลยทั้งสิ้น  แต่พิสูจน์และผ่านด้วยกาลเวลาและการอดทนทั้งสิ้น

ถ้วยชาแห่งคุณค่า จึงได้ก่อกำเนิดขึ้น ...                                              

 

Wachi Bowornki.