การนำหลักฐานเหล่านี้มาใช้ในการประเมินเพื่อคัดเลือกบุคคลเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ขององค์การนั้น ถือเป็นการวัดประเมินแบบคาดเดา (Conjecture) หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าเป็นการสันนิษฐาน (Assumption) ของผู้จัดการสรรหาว่าจ้างจากข้อมูลที่มีอยู่ในมืออย่างจำกัด
ปัญหาด้านการปฏิบัติในกระบวนการรับสมัครและคัดเลือกบุคลากร
โดยปราศจากการประเมินความสามารถ
Practical Problems of Recruitment & Selection Process
without Competency Assessment

ในทางปฏิบัติโดยทั่วไป  การระบุว่าผู้สมัครคนใดคนหนึ่งเป็นคนที่มีความเหมาะสมกับตำแหน่งหรือไม่  ผู้จัดการสรรหาว่าจ้าง (Hiring Manager) ทั่ว ๆ ไป    นำเอาข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้    มาประเมินเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการระบุแจกแจงว่าใครเหมาะสมฯ กว่ากัน  ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ที่อยู่ในใบสมัคร (Application Form) และอยู่ในประวัติบุคคล (Resume) ได้แก่  สถาบันการศึกษา,  ผลการเรียน (G.P.A.) ,  กิจกรรมระหว่างเรียน,  สถานที่ทำงานในอดีตและปัจจุบัน,  ตำแหน่งงานในอดีตและปัจจุบัน,  ค่าตอบแทนในอดีตและปัจจุบัน,  ประวัติการเข้ารับการฝึกอบรม  ฯลฯ    ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้  ไม่สามารถประเมินและทำการระบุแจกแจงชุดความสามารถและความเหมาะสมฯ ของคนได้อย่างมีมาตรฐาน  ขาดความแม่นตรง (Validity) และขาดความน่าเชื่อถือ (Reliability)   การนำหลักฐานเหล่านี้มาใช้ในการประเมินเพื่อคัดเลือกบุคคลเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ขององค์การนั้น  ถือเป็นการวัดประเมินแบบคาดเดา (Conjecture)   หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าเป็นการสันนิษฐาน (Assumption) ของผู้จัดการสรรหาว่าจ้างจากข้อมูลที่มีอยู่ในมืออย่างจำกัด   ตลอดจนเป็นการระบุตัวคนที่มีคุณภาพอย่างไร้ความหนักแน่นด้วยคำกล่าวที่ว่า “ผู้สมัคร (Candidate) คนนี้ น่าจะ มีความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งนะ  ผมรู้สึกอย่างนั้น  หรือคุณคิดว่ายังไง”   สิ้นคำผู้จัดการ  ผู้ช่วยผู้จัดการ---ผู้ชำนาญการเลียเผาขนตอบอย่างแทบไม่ต้องคิด “ดีครับผม  เหมาะสมครับท่าน”   โอ! ช่างประเสริฐแท้!  การบริหารงานแบบใช้ความรู้สึกเดาสุ่ม  แต่กระนั้น  ยังถือว่าเหตุการณ์ข้างต้นยังไม่เลวร้ายสักเท่าไร      ถ้าเหตุการณ์ข้างต้นถูกผสมโรงด้วยกรณีที่ผู้สมัครที่เป็น “เด็กฝาก”   หรือเป็นการบริหารงานร่วมกับการใช้ระบบอุปถัมภ์ พรรคพวกที่ไร้ความสามารถ อีกด้วยแล้ว  นั่นเป็นความมืดมนสำหรับอนาคตองค์การ

ข้อมูลในใบสมัคร (Application Forms) และประวัติบุคคล (Resume) ที่นำมาใช้ในการประเมินความสามารถและคุณภาพของผู้ขอสมัคร (Applicants) นั้น  เป็นการวัดประเมินแบบคาดเดาเพราะ  ผู้จัดการสรรหาว่าจ้างวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีกรอบการประเมินที่เด่นชัด  แต่นำเอาหลักฐานเหล่านี้ไปประมาณการณ์ถึงความสามารถของผู้สมัครอย่างไม่ครอบคลุมคุณสมบัติทั้งห้าประการของคนมีคุณภาพดังที่ได้กล่าวไปแล้ว  ตลอดจนข้อมูลดังกล่าวไม่อาจก่อให้เกิดความเชื่อมั่นได้ว่า  ผู้สมัครคนนั้น ๆ จะมีความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งงาน (Competency-based Position Fit)   ผู้เขียนขอยกตัวอย่างเพื่อสร้างความกระจ่าง 2 ตัวอย่าง  ในการประมาณการณ์ถึงความสามารถของผู้สมัคร (Candidate’s Competencies) ดังนี้

ตัวอย่างที่ 1   จากคำกล่าวที่ว่า “ผู้สมัครคนนี้มีผลการเรียน (G.P.A.) ที่ดี  ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง  ถือเป็นคนที่มีความสามารถทางความรู้ในสาขานั้น ๆ เป็นอย่างดี  จึงเห็นควรให้เขามาปฏิบัติงานในตำแหน่งนี้... ”   ความจริงแล้ว  ผลการเรียนไม่อาจชี้วัดได้อย่างชัดแจ้งถึงการประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล  ตลอดจนไม่อาจชี้วัดได้ว่าผู้สมัครคนดังกล่าวจะมีความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งงานนั้นจริงหรือไม่  แต่อย่างไรก็ตาม  ผลการเรียนที่ดีเป็นเครื่องบอกสมรรถนะทางสติปัญญาและความเอาใจใส่ในการเรียน  รวมถึงเป็นเครื่องบอก แนวโน้ม ที่ดีในการประยุกต์ใช้ความรู้จากการเรียน  มาเป็นประโยชน์ต่อความสามารถเชิงความรู้ (Knowledge Competency) ในการทำงาน  แต่มิอาจระบุถึงความสามารถได้อย่างแจ้งชัด  ทางที่ดีที่สุดที่เราทำได้  คือการแจกแจงความสามารถที่ตำแหน่งงานต้องการ (Competency Requirement)   จึงจะสามารถระบุชุดความสามารถ (Competency Series) และหน่วยความสามารถ (Competency Unit) ที่จำเป็นในการทำงานในตำแหน่งนั้น ๆ   โดยนำมาพิจารณาเปรียบเทียบกับการแจกแจงความสามารถของผู้สมัคร (Candidate’s Competencies)   ซึ่งแจกแจงชุดความสามารถและหน่วยความสามารถของเขาออกมาเป็นข้อ ๆ   

ตัวอย่างที่ 2   จากคำกล่าวที่ว่า “ผู้สมัครชื่อนายสมหวังจบจากมหาวิทยาลัยเกรด A อย่างมหาวิทยาลัยนานาชาติจุฑามาศ ย่อมมีความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งมากกว่าผู้สมัครที่ชื่อสมปอง  ซึ่งจบจากสถาบันบัณฑิตภูธร... ”   ความจริงแล้ว  สถาบันการศึกษานั้นไปเกี่ยวข้องกับชุดความสามารถหรือหน่วยความสามารถได้อย่างไร  แค่ผู้สมัครคนหนึ่งจบการศึกษาจากสถาบันที่มีชื่อเสียงมากกว่า  ผู้จัดการสรรหาว่าจ้างเลยอนุมานเอาว่าผู้สมัครคนนี้มีความสามารถสูงกว่าอีกคน  ซ้ำร้าย  ยังสันนิฐานอีกด้วยว่าผู้สมัครคนนี้มีชุดความสามารถและหน่วยความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งงาน (Competency-based Position Fit)   นอกจากนี้  ถ้าเป็นกรณีที่ผู้สมัครชื่อสมปรารถนาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 10 อันดับสุดยอดของสหรัฐอเมริกา (U.S. Top 10 Universities)   ถูกนำมาเปรียบเทียบกับผู้สมัครสมปองจากสถาบันบัณฑิตภูธร  คงไม่มีความจำเป็นในการประเมินความสามารถ (Competency Assessment) เป็นแน่  สำหรับผู้จัดการสรรหาว่าจ้างคนนี้  ถือเป็นความโชคร้ายขององค์การที่แต่งตั้งบุคคลที่มีความนึกคิดตื้นเขินเช่นนี้มาเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ (Authority) ในการสรรหาองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดขององค์การ  นั่นคือ คน   

อย่างไรก็ตาม  การพิจารณาเกี่ยวกับ  สถาบันการศึกษา,  ผลการเรียน (G.P.A.) ,  กิจกรรมระหว่างเรียน,  สถานที่ทำงานในอดีตและปัจจุบัน,  ตำแหน่งงานในอดีตและปัจจุบัน,  ค่าตอบแทนในอดีตและปัจจุบัน,  ประวัติการเข้ารับการฝึกอบรม  ฯลฯ  นั้นมิใช่เรื่องที่ไม่สมควรกระทำในการนำมาพิจารณาคัดเลือกบุคลากร  เพียงแต่มันไม่ควรถูกนำมาพิจารณาเป็นองค์ประกอบหลัก  ทางที่ดีในการพิจารณาก็คือ การประเมินความสามารถ ควรเป็นองค์ประกอบหลักในกระบวนการรับสมัครคัดเลือกฯ  ซึ่งทำการประเมินความสามารถของผู้สมัครแต่ละคน  โดยแจกแจงชุดความสามารถและหน่วยความสามารถของเขาทั้งหมดออกมา  เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับชุดความสามารถและหน่วยความสามารถที่จำเป็นต่อตำแหน่งงานตามที่ได้ทำวิเคราะห์ความสามารถ  ซึ่งได้แจกแจงออกมาแล้วว่า  ตำแหน่งงานนั้น ๆ ต้องการชุดความสามารถและหน่วยความสามารถอะไรบ้าง

ดร.จักษวัชร  ศิริวรรณ