ตั้งใจว่าจะเขียนเล่าประสบการณ์เรื่องการไปประเทศออสเตรเลีย
เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
แต่ด้วยภารกิจเร่งด่วนหลายเรื่องที่จี้แบบติดๆ
จึงทำให้ไม่มีโอกาสได้เขียนสักที แต่ประสบการณ์ที่เพิ่งพานพบมาหมาดๆ
จึงทำให้อยากเขียนบันทึกอุทาหรณ์นี้ไว้เตือนใจทั้งตนเองและผู้อื่น
ช่วงอยู่ที่นั่นประมาณ ๙ วัน
ทำใบขับขี่สากลไปเช่ารถขับอยู่ ๒ รัฐ คือ Queensland &
New South
Wales ได้ประสบการณ์ทั้งตื่นเต้น ระทึกขวัญ และประทับใจ
อย่างหลากหลาย
เปิดจดหมายที่ส่งมาจาก Cross City Tunnel ประเทศออสเตรเลียจำนวน ๒
ฉบับ ต้องอ่านแบบตั้งใจทุกตัวอักษร
เพราะเป็นเอกสารจากหน่วยงานระดับนี้ย่อมมีความสำคัญมากๆ
ขึ้นชื่อว่า TOLL
NOTICE มีข้อมูลละเอียดยิบ
บันทึกทั้งวันที่และเวลาที่ขับรถผ่านเส้นทางลอดอุโมงค์
เน้นประโยคสีเข้มว่า You have been nominated by the
registered operator as being of the above vehicle when it
was recorded using the Cross City Tunnel without paying the toll as
required by law.
มีการอธิบายความและบอกขั้นตอนว่าคุณมีทางเลือกที่จะต้องปฏิบัติอยู่
๓ ข้อ ภายในระยะเวลา ๑๔
วันเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ/
ปรับหรือฟ้องร้อง
งานนี้ต้องโทษตนเองสถานเดียวที่ไม่รอบคอบ
ไม่มีการศึกษากฎระเบียบของการใช้ถนนที่นั่น
ทบทวนความทรงจำ
…แหม….เวลาขับผ่านก็ไม่เห็นมีช่องเก็บเงินหรือตระกร้าให้โยนเหรียญเลยนี่นา
….คุณเล่นตั้งกติกาแบบรู้กันเองในหมู่พวกชาวคุณ
…แล้วนักท่องเที่ยวอย่างฉันจะรู้ได้ไง
การขับรถที่ต่างประเทศ
เพียงแค่รู้กฎจราจรและใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้นั้นไม่เพียงพอเสียแล้ว
คุณต้องรู้จักสังเกตและศึกษาวิธีการใช้ถนนในเมืองนั้นๆ
ด้วย แม้กระทั้งป้ายจอดรถ
ซึ่งบางสถานที่ยอมให้จอดแค่ ๑๕ นาที
บางสถานที่จอดได้แค่รถประเภทนี้-ประเภทนั้น หรือ
บางกรณีเจ้าของหน่วยงานนั้นยอมให้เราจอดได้เพราะไปติดต่อ-พูดคุยธุระกับเขา
แต่ตำรวจกลับไม่ยอม…..อ้างอิงเรื่องป้ายที่เขียนติดไว้ว่า Staff
Only เถรตรงดีแท้ๆเชียว
ต้องเลือกเองว่า
จะจ่าย 14.24 เหรียญ เพิ่มขึ้นจากราคาค่าผ่านทาง
4.24 เหรียญ
หรือว่าจะยอมเป็นความกับพวกออสซี่
เมื่อใช้หมายเลขอ้างอิงนั้นเข้าไปตรวจสอบที่ Website ของ Cross City
ได้พบเอกสารที่เหมือนกันกับที่ส่งมาให้ทั้ง ๒
ฉบับ.... ต้องชมเชยการทำงานที่นำระบบ Online
มาใช้อย่างเป็นประโยชน์ ที่แน่ๆ จดหมายแจ้ง
TOLL
NOTICE คงจะส่งตามมาอีกหลายฉบับ
เพราะจำได้ว่าขับลอดอุโมงค์นั้นมากว่า ๒ ครั้ง
จะทำไงได้ก็รูดปึ๊ดๆ
ซิคะ
สวัสดียามดึกค่ะ เป็นประสบการณ์ตรงที่เป็นประโยชน์ค่ะ
* ขอให้มีความสุขตลอดปี ๒๕๕๓ และสุข-สมหวัง-ตลอดกาลนะคะ
* เป็นพวกไม่ชอบอยู่นิ่งและสะเพร่า จึงมีประสบการณ์หน้าแตกอยู่บ๊อย-บ่อยค่ะ
* ขอบคุณนะคะ ที่เข้ามาเยี่ยมชม!
*** หลังจากปฏิบัติงานถ่ายภาพคณะนักเรียนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยต่างๆได้สัก 30 นาที ไปประสานฝ่ายแนะแนว ฯ และโทรฯติดต่อช่างให้มาซ่อมเครื่องคอมพ์ของฝ่ายแนะแนว....(ไม่ใช่หน้าที่ของเราหรอกค่ะ แต่เขามีปัญหาแล้วเราอยากได้ข้อมูล..เราก็ต้องช่วยติดต่อหาช่างฯมาแก้ไข ) พร้อมปรึกษา รองฯ ฝ่ายวิชาการ เรื่องข้อมูลการดำเนินงานประชาสัมพันธ์ฯ ใช้ทั้งยานหาหนะ -โทรศัพท์- 2 เท้าก้าวเดิน....หมดพลังงานไปหลายแคลอรี่....แต่พอได้รับภาพน่ารักๆจากพี่ต้อย...อื้อฮือ....หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ ! ***
เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก นี่ลองให้คนไทยไปขับรถที่โน้นจริงๆผมคิดว่าตำรวจคงมึนตึบ
คนขับซิคะ มึน.... เพราะตำรวจที่นั่นเขาเขียนใบสั่งอย่างเดียวโดยไม่ฟังความ สงสัยไม่ค่อยมีงานจะทำ ขนาดเขาปิดถนนซ่อมช่วงกลางคืน เผอิญมีรถทะเล่อทะล่าขับหลงเข้าไปเฉี่ยวรถอีกด้านหนึ่งที่ขับสวนมาแบบเบาๆ ในเวลาไม่ถึง ๒ นาทีรถตำรวจวิ่งมาจุดเกิดเหตุตั้ง ๘ คัน แถมรถพยาบาลอีก ๑ (ที่รู้ละเอียดเพราะมันเกิดเหตุการณ์หน้าโรงแรมที่พักค่ะ)
Pually ว่า ขับรถในกรุงเทพฯ ง่ายกว่าที่ Sydney นะคะ ถ้าไม่มัวงงเรื่องป้ายบอกเส้นทาง (Hu Hu Hu)ที่นั่นขับกันไวมาก ขนาด GPS ยังงง ต้องคอย Setting คำนวณหาเส้นทาง/ ทิศทางใหม่เป็นระยะๆ ทางแยกก็มีมากตั้งอยู่ในระยะไม่ห่างกัน แถมบีบแตรอย่างไร้มารยาท
ขอบคุณนะคะที่เข้ามาเยี่ยมเยียน สรุป DAD สบายดีใช่ไหมเอ่ย?
วันนี้เก็บข้อมูลเติมเต็มความรู้จากบันทึกของน้อง สนุกค่ะ สนุกกว่าอ่านครั้งแรก
อ่านไปขำไป น้องคงชิ่วๆ นะพี่ว่าน่ารักดีค่ะ แม้ว่าจะย่งยากกับกฎของบ้านเมืองเขา
นึกภาพไม่ออกเลยนะเนี่ย! หุหุ
มักจะผ่านพ้นสถานการณ์ต่างๆ อย่างเฉียดฉิวเสมอๆ ค่ะ สงสัยโชคช่วยมังคะ
น่าจะมีโอกาสได้ไปลุยด้วยกันสักครั้งหนึ่งนะคะ....!
ขอบคุณที่แชร์ความรู้ดีๆใหม่ๆให้นะคะ ถ้าหากบ้านเรามีกฎจราจรเข้มงวดอย่างบ้านเขานึกไม่ออกเหมือนกันนะคะว่าจะเป็นอย่างไรคงวุ่นวายน่าดู รัฐบาลคงรวยเละแน่เลยเพราะเก็บเงินค่าปรับจากผู้ขับขี่ผิดกฎจราจรเนี่ย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
*** การขับรถในประเทศไทย หลายคนมักจะละเมิดกฏ-หย่อนระเบียบวินัย-แล้งน้ำใจ หุนหัน-พลันแล่น แบบน่าเป็นห่วงนะคะ ขอบคุณ" น้องเจนนี่จ้า " นะจ๊ะ ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยกัน น้องเป็นความหวังของสังคมไทยในอนาคตนะจ๊ะ ! ***