หลังจากที่ผมได้เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมาธิการที่ปรึกษา และคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ครั้งที่ 1/2553 เมื่อวันที่ 6-8 มกราคม 2553 ณ โรงแรม บีพี สมิหลาบีช แอนด์ รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา และมีการบรรยายพิเศษเรื่อง “การจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” จากวิทยากร คือ นายสมชาย จริยเจริญ นายากเทศมนตรีเทศบาลตำบลเมืองแกลง จังหวัดระยอง จากการบรรยายในครั้งนี้ผมได้สรุปสาระสำคัญและแนวคิดได้ดังนี้
เทศบาลตำบลเมืองแกลง ได้มุ่งพัฒนาเมืองบนพื้นฐานความคิดความเข้าใจที่ต้องการให้ทุกคนร่วมมีส่วนรับผิดชอบต่อบ้านเมือง มากกว่าเพียงการใช้สิทธิ์เลือกตั้งและการเสียภาษี โดยมุ่งสร้างและแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนตามความถนัดและความชำนาญในแต่ละสาขาอาชีพ เพื่อร่วมกันรักษาบ้านเมืองให้สมดุลย์และเป็นเนื้องานเดียวกันกับภารกิจขององค์กรเทศบาล ผมขอเรียกว่า"เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข เฉลี่ยความรับผิดชอบ"
ขยะมูลฝอยหรือของเสีย เป็นมลพิษที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันจัดการ โดยเริ่มจากระดับครัวเรือนขยายออกไปสู่ชุมชน ภาพใหญ่ในการจัดการของเสียอยู่ที่ขยะรีไซเคิลและขยะอินทรีย์ ซึ่งขยะทุกชิ้นล้วนอมต้นทุนการใช้พลังงานแฝงอยู่ทั้งสิ้น จึงต้องตั้งธงให้มีการหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดขยะ โดยการลดการใช้ การนำกลับมาใช้ใหม่ การใช้ซ้ำ หรือนำไปแปรรูปเป็นพลังงานทดแทน และส่วนที่เหลือก็ไปกำจัด ณ หลุมฝังกลบให้น้อยที่สุด เพราะการใช้อย่างคุ้มค่าให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพสูงสุด จะช่วยบรรเทาภาวะโลกร้อน และลดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดการของเสียได้
ด้วยกลวิธีในการจัดการของเสียที่สำคัญ..."คิดง่ายๆ ทำงายๆ แต่ยั่งยืน"
1. การปลูกฝัง “ขยะมีค่า” สู่เครือข่ายภาคประชาชน
โดยต้องเริ่มที่ครัวเรือนด้วยการปรับเปลี่ยนแนวคิดให้รู้จักลดปริมาณและคัดแยกขยะเป็น และเน้นการประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลแก่ชุมชน เช่น ร่วมกับโรงเรียนรับซื้อขยะจากนักเรียน กิจกรรมทอดผ้าป่าขยะเพื่อให้เกิดความตระหนักในคุณค่า เอาขยะมาแลกของราวัลในวันเด็ก
2. เขตปลอดถังขยะ
ภายใต้แนวคิด “การจัดการขยะ คือ การกำจัดถังขยะ” เป็นวิธีจัดการหรือลดปริมาณขยะอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งสามารถกำจัด “ทัศนอุจาด” ตามทางเท้าหรือริมถนนให้หมดไปได้ เมื่อทุกครัวเรือนต่างมีหน้าที่รับผิดชอบเก็บขยะของเสียที่ตนเองก่อไว้เสียเองก่อนนำออกมาทิ้ง ขยะที่มีค่ามีราคาจะถูกคัดแยกไว้ เหลือเพียงขยะส่วนน้อยเท่านั้นที่ต้องให้รถเทศบาลนำไปฝังกลบ
3. หลุมขยะที่ไม่มีวันเต็ม
เป็นวิธีการจัดการขยะอินทรีย์ โดยใช้หมูเลี้ยง (หมูหลุม) ในการจัดการกับขยะอินทรีย์ จำพวกผัก ผลไม้ เศษอาหารจากครัวเรือนซึ่งมีสัดส่วนถึงครึ่งหนึ่งของขยะ นอกจากนั้นยังสามารถนำหมูไปบริโภคเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม และยังได้ปุ๋ยคอกจากมูลของหมูที่เลี้ยง
4. บ่อแก๊สธรรมชาติที่ไม่มีวันหมด
ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องบริโภค ตราบนั้นย่อมมีเศษขยะอินทรีย์ตกค้าง” แทนที่จะนำไปทิ้งให้สูญเปล่า โดยนำมาหมักรวมกันแบบไร้ออกซิเจนและอาศัยจุลินทรีย์ในการย่อยสลายจนบูดเน่าตามธรรมชาติ จะเกิดแก๊สชีวภาพที่สามารถนำมาใช้ในการปรุงอาหาร แปลงเป็นแสงสว่างได้ทุกวัน โดนขยะอินทรีย์ที่ผ่านการย่อยสลายแล้วสามารถนำมาเป็นปุ๋ยหมักได้
5. “ผงขี้บด” ลดโลกร้อน
โดยใบไม้ กิ่งไม้ในพื้นที่ที่ถูกตัดทิ้ง และที่เทศบาลตัดแต่งเพื่อความสวยงามเรียบร้อย แล้วต้องขนถ่ายไปทิ้งหรือเผาทำลาย ก็ปรับเปลี่ยนวิธีด้วยการนำเข้าเครื่องบดย่อยกิ่งไม้ จนกลายเป็นผงขี้บดสำหรับคลุกเคล้ารวมกับเศษผักผลไม้ในกระบวนการผลิดปุ๋ยหมัก แปรสภาพเป็น “ทองคำสีดำ” หรือปุ๋ยธรรมชาติที่ใช้ในการฟื้นฟู ปรับสภาพดิน
6. น้ำหมักชีวภาพ “ยาคูลท์มาแล้วค่ะ”
เป็นกระบวนการผลิตน้ำหมัก ด้วยส่วนผสมของน้ำตาลโมลาส หรือกากน้ำตาล กับเศษผักสวนครัวหรือผลไม้ที่เหลือทิ้งจากครัวเรือน จากตลาด ถ่วงให้จมในถังน้ำหมักที่มีหัวเชื้อจุลินทรีย์ ใช้เป็นตัวช่วยย่อยในกระบวนการหมักปุ๋ย ใช้ล้างห้องน้ำ ช่วยดับกลิ่น ใช้หยดลงท่อระบายน้ำ ช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุในท่อก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เสมือนจุลินทรีย์จากนมเปรี้ยวหรือโยเกิตช่วยในระบบการย่อยของร่างกาย
สวัสดีครับ คุณเหล็กโคน
เป็นวิธีการที่ดีมากเลย ขยะที่โรงเรียนมากเหลืกเกิน ฌแล่ยเด็กจะทิ้งขยะประมาณ 20 กรัม /คน
พลาสติกแก้ยากมากครับ
สวัสดีค่ะ...คุณเหล็กโคน
นี่นับเป็นอีกขั้นของการลดภาวะโลกร้อนใช่มั๊ยคะ
ดีค่ะ ... ชอบ ๆ
สวัสดีครับพี่นงนาท สนธิสุวรรณ
....ขอบคุณนะครับที่ให้ความสนใจเข้ามาอ่าน...ขอให้อ่านอย่างมีความสุขเช่นกันครับ
สวัสดีครับคุณนก..บุษรา
@ขอให้ไรทุกข์ ไร้โศก ไร้โรค เช่นกัน
@ประเทืองปัญญาด้วยสาระที่อ่านนะครับ
.....อย่าลืมติดตามอีกนะครับ.....
สวัสดีครับ....พี่พรชัย
....พี่ได้ใช้วิธีแก้ด้วยธนาคารขยะของโรงเรียนแล้วยังครับ
....อีกอย่างถุงพลาสติก(ถุงหิ้ว)ที่ยังไม่ล้างก็ขายได้นะครับ ตกกิโละ 2.50บาท
....ใครไม่ทำไม่มีรายได้....ทำเองได้เอง(นำร่องให้คนอื่นเห็นก่อนไหมครับ)
สวัสดีน้อง....ส้มขาม....
@ขอบคุณนะครับที่สนใจและอย่าลืมติดตามนะครับ
@สิ่งดีๆที่ช่วยกู้โลก(ได้บ้าง)