ความสำคัญของป่าไม้
เราเป็นเพื่อนกันนะ ปางจำปี
สวัสดีค่ะ ^ ^ มาพบกับพวกเรา กลุ่มป่าไม้อีกครั้งนะคะ ? วันนี้เราจะมาเล่าให้ทุกท่านได้ฟังเกี่ยวกับเรื่องของความสำคัญของป่าไม้ต่อผู้คนชาวปางจำปีอย่างออกรส ออกชาติ เสมือนได้ไปอยู่ที่นั่นด้วยกันเลยล่ะค่ะ ต่อจากคราวที่แล้ว ที่เราได้ไปนั่งพักรับประทานอาหารกันจนอิ่มหนำสำราญ พร้อมลุยงานต่อ... เราก็ได้วางแผนกันต่อว่า เราจะไปสัมภาษณ์คนในหมู่บ้านต่อ สำหรับประเด็นอื่น ๆ แล้วสักพัก เราจะไปลุยถ่ายหนัง และเข้าไปสำรวจป่าไม้ที่นี่กันค่ะ ^^
ท่านแรกที่เราเจอหลังจากอิ่มแปล้ ๆ มาแล้ว ท่านคือ คุณลุงอุ่นเรือน (ชื่อของท่านน่ารักมาก ๆ เลยล่ะค่ะ)
สัมภาษณ์คุณลุงอุ่นเรือน
ตอนนั้นท่านกำัลังนั่งตาก"ตอก"(คือ ไม้ ไว้สำหรับมัดของ มัดข้าว มัดไม้มุงคาบ้าน)อยู่กลางแดด
"ตอก" ของคุณลุงอุ่นเรือน & เพื่อนเราที่ช่วยคุณลุงตากตอก
เราจึงขอเข้าไปสัมภาษณ์ และเพื่อนในกลุ่มของเราก็เข้าไปช่วยคุณลุงตากด้วยล่ะค่ะ ในตอนนั้นแดดที่ปางจำปีร้อนมาก ๆ ค่ะ ดิฉันเลยขอให้คุณลุงย้ายมานั่งที่อีกฝั่ง แล้วท่านก็ยอมย้ายมาโดยไม่บ่นสักคำเลยนะคะ เอ๊ะ ทุกท่านคงสงสัยทำไมต้องบ่นแค่ลุกมานั่งที่ร่ม ๆ ก็คุณลุงขาไม่ดีน่ะสิคะ เดินไม่ค่อยได้ แล้วก็ลำบากในการเดินเคลื่อนที่ (แล้วมารู้ทีหลังอีกทีค่ะว่า ความจริงแล้วคุณลุงท่านไม่ได้มาตาก ตอก ที่เพิ่งทำเสร็จ แต่มาเก็บต่างหาก เพื่อนเราที่เข้าไปหวังจะช่วยคุณลุง กลายเป็นว่าสร้างภาระให้คุณลุงหนักกว่าเก่าอีกค่ะ ฮ่า ๆๆๆๆ)
ความอุดมสมบูรณ์ของป่า...
จากนั้นพวกเราก็คุยกับคุณลุงไปเรื่อยๆ จนสักพักพวกเราก็ถามคุณลุงว่า ป่าไม้ปางจำปีมีความสำคัญต่อคุณลุงและชาวบ้านปางจำปียังไงบ้างคะ ในด้านไหนคะ คุณลุงก็บอกพวกเราว่า อืม!! ป่ามีความสำคัญกับพวกลุงมาก เพราะป่า มีต้นไม้ แหล่งน้ำ ที่ทำให้ลุงมีอยู่ มีใช้อยู่ทุกวันนี้ ป่าช่วยให้ลุงมีอาชีพ อย่างตอนนี้ลุงก็ทำอาชีพรับทำตอก ทำฟืน จักรสาน เป็นต้น ทำให้ลุงมีบ้าน ลุงก็นำต้นไม้ในป่ามาทำเป็นบ้านเรือนอยู่ทุกวันนี้ มีอาหาร <อย่างอาหารที่ลุงท่านทุกวันนี้ลุงก็นำมาจากป่า ก็จะเป็นพวก ผัก ผลไม้ >มียารักษาโรค <ป่าที่นี่มียารักษาโรคมากมายที่ช่วยให้ลุงหายจากโรคภัยต่าง ลุงว่านะ สมุนไพรจากธรรมชาติก็รักษาลุงให้หายจากโรคต่างๆได้ดีเหมือนกัน ลุงแทบจะไม่ได้ไปโรงพยาบาลเลย เพราะส่วนมากลุงจะเก็บสมุนไพรแถวบ้านบ้าง ในป่าบ้างมารักษาตัวเอง อย่างตอนนี้ลุง ขาไม่ดีเดินไม่ค่อยได้ ลุงก็ต้มยาทานตลอด ตอนนี้ก็ทำให้ลุงไม่ปวดขา และก็สบายเนื้อสบายตัว >และที่สำคัญ ทำให้ลุงมีชีวิตที่อยู่โลกใบนี้ด้วยความอยู่รอด
เมื่อพวกเราถามคุณลุงอุ่นเรือนเสร็จ พวกเราก็เดินทางไปต่อที่บ้านหลังอื่น เราก็เดินๆๆ กันไป แล้วเราก็เจอคุณยายปั๋น ซึ่งคุณยายกำลังนั่งมองพวกเราอยู่ อิอิ ว่าพวกเรามาทำอะไรกันแล้วทำไมต้องถือกล้อง ถือสมุด มากมาย + + จากนั้นพวกเราก็เดินเข้าไปทักทายคุณยาย คุณยายก็ตอบรับพวกเราว่า ว่าใดไปไหนมากันก่ ?? เพื่อนในกลุ่มตกใจกันมาก โดยเฉพาะ ดิฉันค่ะ ดิฉันตกใจมากๆ เพราะดิฉันฟังไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเลยว่า คุณยายพูดอะไร จากนั้นดิฉันก็เลยให้เพื่อนที่อยู่เชียงใหม่พูดกับคุณยาย ทำให้ดิฉันเข้าใจอารมณ์ที่อยากเรียนรู้ภาษาเหนือจังเลยค่ะ เพราะดิฉันอยากคุยกับคุณยายมากๆค่ะ คุณยายพูดสนุกมากค่ะ แม้ว่าดิฉันจะฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง >>>>
พวกเราก็คุยกับคุณยายไปเรื่อยๆ เมื่อมาถึงคำถามพวกเราก็ถามคุณยายต่อว่า ป่าไม้สำคัญต่อคุณยายมากไหมคะ คุณยายก็พูดขึ้นมาทันทีทันใดว่า^^ ป่าไม้มีความสำคัญสิ ทุกวันนี้ยายก็ใช้ไม้มาประกอบอาชีพและใช้ดำรงชีวิต แต่ยายไม่ได้ไปตัดมานะ ยายนำไม้ที่เป็นท่อนๆ หรือไม้ที่ล่นจากต้นมาใช้ ยายก็นำมาเป็นฟืน ไว้จุดไฟทำอาหาร ไม่งั้นยายก็นำไปทำถ่านขาย เป็นต้น อืม แล้วยังมีอีกอย่างที่ยายใช้ คือ ยายยังนำผัก ผลไม้มาทำอาหารอีกด้วย เมื่อเราคุยกับคุณยายปั๋นเสร็จพวกเราก็เดินทางไปยัง บ้านหลังอื่น เดินสอบถามไปเรื่อยๆ จนเจอพี่เมื่อเวลา 14.00 น. พวกเราก็เดินทางไปยังน้ำตก เพื่อไปสรุปงานและพักผ่อนค่ะ หลังจากที่เหนื่อยกันมาทั้งวัน
และแล้ว ก็มาถึง น้ำตก ...............................





