
"คน" ประกอบด้วยคำสองคำ คือ "ค.ควาย+น.หนู" สรุปคือ มีสัตว์สองประเภทรวมตัวอยู่ใน "คน" และ "คน" ในภาษา "กิริยา" แปลว่า "กวน" ซึ่งนำไปสู่ "ความยุ่ง" และอาจจะก่อให้เกิด "ความขัดแย้งในเชิงลบ" ฉะนั้น มีบางเวลาที่คน "กวนอารมณ์" "กวนสังคม" และ เมื่อกวนหนักๆ เข้าก็กลายเป็น "ความยุ่งยาก และยุ่งเหยิง" และตัวแปรที่ทำให้ยุ่งก็คือ "กิเลส" เพราะบางครั้งคนนั้นก็จะเอาแบบนี้ คนนี้ก็จะเอาแบบนั้น ตามแต่กิเลสจะบัญชาการ
ด้วยเหตุนี้ ในขณะที่ "ทำงาน" ที่จะต้องไปสัมพันธ์กับ "คนมากๆ" โดยเฉพาะคนที่มี "กิเลส" ด้วยแล้ว จำเป็นที่เราจะต้องซื้อ "ทัมใจ" มารับประทาน ในยามที่เรา "ปวดหัว" ทุกครั้งที่เจอกิเลสของคน เราก็หยิบยา "ทัมใจ" มารับประทานทุกคราว แล้วส่วนผสมที่อยู่ในตัวยา และขาดไม่ได้ใน "ยาทัมใจ" คือ "ธรรมะ" หรือ "สติ" รู้เท่าทัันอารมณ์ของตัวเองในขณะอยู่กับคน และเจออารมณ์ต่างๆ เข้ามากระทบ บอกตัวเองว่า "เวลาถูกกระทบ เราจะไม่กระเืืทือน" จะบอกได้อย่างไร ถ้าเราไม่กินยาทัมใจที่มีส่วนผสมของสติ
ฉะนั้น ในขณะที่ทำงาน (๑) งานได้ผล คนทำเป็นสุข ย่อมดีไป (๒) งานไม่ได้ผล คนทำเป็นทุกข์ ย่อมไม่ดี (๓) งานได้ผล คนทำเป็นทุกข์ ย่อมไม่ดี แต่สิ่งที่เราต้องบอกตัวเองและสำัคัญที่สุดก็คือ (๔) งานจะได้ผลหรือไม่ได้ผล คนทำต้องเป็นสุข ถ้าทำได้แบบนี้ ไม่ว่า่เราจะทำงานกับใคร ที่ไหน เมื่อไร เราก็สามารถแสวงหาความสุขจากการทำงานได้อยู่ตลอดเวลาโดยการย้ำเตือนกับตัวเองว่า "ทำงานกับกิเลสของคน อย่าหวังผลอะไรมาก"
ด้วยธรรมะ พร และเมตตา
พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส,ผศ.ดร.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
นมัสการพระคุณเจ้า คนคือการทำให้เข้ากัน รวมกัน แต่ทำไมคนคนชอบขัดแย้งกันจังคะ
โยมพรเพ็ญ
บันทึกนี้เตือนสติผมได้มากเลยครับ
งานจะได้ผลหรือไม่ได้ผล คนทำต้องเป็นสุข ถ้าทำได้แบบนี้ ไม่ว่า่เราจะทำงานกับใคร ที่ไหน เมื่อไร เราก็สามารถแสวงหาความสุขจากการทำงานได้อยู่ตลอดเวลาโดยการย้ำเตือนกับตัวเองว่า "ทำงานกับกิเลสของคน อย่าหวังผลอะไรมาก"
(ผมชอบทำงานแบบหวังผลตามที่ต้องการ เมื่อผลไม่เป็นตามที่คิด ก็หงุดหงิดงุ่นง่านครับ)
นมัสการพระคุณเจ้า
คนเราแตกต่างกัน ความขัดแย้งก็คงย่อมมีบ้าง เพราะธาตุเจ้าเรือนต่างกัน ยีนต่างกัน อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ต่างกัน
ดังนั้นคงดั่งที่ท่านว่า การ "คน" ต้องอาศัยศาสตร์และศิลป์ คือ "ยืดหยุ่น" จึงจะทำให้เข้ากันได้อย่าง "ยิ้มแย้ม" และ "อยู่เย็น"
ผู้รู้ท่านบอกว่า ทุกข์มีไว้ให้เห็น สุขมีไว้ให้เป็น
โยมท้องฟ้า
อาจารย์ Small man,
กราบคารวะยามเย็นๆขอรับพระอาจารย์..
กระผมว่าทุกสิ่งที่เรากระทำ..ควรให้ความหมายในสิ่งนั้นๆ..ไม่ใช่..การตั้งความหวัง..
เราควรให้ความหมายในตัวมัน
แต่ไม่ควรตั้งความหวังกับสรรพสิ่งมากนัก
เพราะการตั้งความหวังมักนำพาซึ่ง..การเรียกร้อง ความอยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ..เข้ามาสู่ตัวตน..
ขอบพระคุณกับข้อคิดดีๆขอรับ..
ท่านอาจารย์ธรรมฐิต
นมัสการพระคุณเจ้า
ขอบพระคุณสำหรับเรื่องราว
ชอบความเห็นที่ 1 และ 2 มากเจ้าค่ะ
_/|\_
ป.ล.ภาพแรกเสร็จประมาณ 50 % แล้วเจ้าค่ะ