มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ พ.ศ.2548 , การตรวจวิเคราะห์ ,อินรียวัตถุ

 ปุ๋ยอินทรีย์...มาตรฐานนี้เพื่อใคร

       จากกระแส การลดการใช้ปุ๋ยเคมีและส่งเสริมให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์กันให้มากขึ้น ทำให้เกิดคำถามต่างๆ เกี่ยวกับปุ๋ยอินทรีย์ขึ้นอย่างมากมาย      วันนี้มีโอกาสดีที่ได้อ่านพบคอลัมน์ตอบปัญหา GAP ของจดหมายข่าวเพื่อนเกษตรกรของกรมวิชาการเกษตร ฉบับเดือนตุลาคม 2548    จึงคิดว่าคงเป็นคำถามของผู้ที่ต้องการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ หรือเพื่อการตัดสินใจซื้อปุ๋ยอินทรีย์ หรือผู้ที่ต้องการความรู้ด้านนี้ไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น ๆ   ข้อความนี้เป็นคำตอบจาก นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร ผู้อำนวยการสำนักวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ท่านได้ให้ข้อมูลว่า 
        จากการที่กรมวิชาการเกษตรได้เก็บตัวอย่างปุ๋ยอินทรีย์จากร้านค้าและโรงงานผู้ผลิตจำนวน 18 จังหวัด  ในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2548  มาตรวจวิเคราะห์จำนวน 328  ตัวอย่าง ปรากฏว่า  
   ตัวอย่างประมาณ  88 % ไม่พบปริมาณอินทรียวัตถุ และประมาณ 30 ตัวอย่าง นอกจากไม่มีอินทรียวัตถุแล้วยังไม่มีธาตุอาหารหลักด้วย นอกจากนี้ตัวอย่างอีกส่วนหนึ่งยังมีการนำปุ๋ยเคมีมาผสม ดังนั้น เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพในการปรับปรุงบำรุงดินอย่างแท้จริงกรมวิชาการเกษตรจึงได้ออก  ประกาศกำหนดมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ พ.ศ.2548มาควบคุมผู้ที่จะผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อการค้า
            การกำหนดมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ดังกล่าว ใช้หลักเกณฑ์ทางวิชาการที่เป็นมาตรฐานสากล ทั้งมาตรฐานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาตรฐานสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และมาตรฐานของต่างประเทศ ซึ่งการออกมาตรฐานดังกล่าวไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้แก่นายทุนหรือเอกชนรายใดรายหนึ่ง เนื่องจากสำรวจแล้วพบว่า เกษตรกรกว่า 80% สามารถผลิตได้ตรงตามมาตรฐานที่กำหนดได้