ผมเคยไปนั่งคุยกับหัวหน้า... ในกรมวิชาการเกษตร เป็นผู้ชาย เดาเอาเองว่าเป็นใคร ลองดูมุมมองและแนวคิดของท่านกันนะครับว่าประเทศไทยเราจะเป็นอย่างไร

Q. ทำไมต้องกำหนด O.M. เป็นไม่ต่ำกว่า 20% เพราะแค่ 10% ก็ยากแล้ว บางช่วงบางเดือนมันต่ำกว่า 10% ควรเป็นเข้มงวดกับพวกผลิตปุ๋ยอินทรีย์ปลอมมากกว่า

A. เพราะต้องการให้เกษตรกรได้ใช้ของดี การกำหนดมาตรฐานนี้ก็เอามาจากผลทดสอบในอดีตที่โรงงานนำมาขึ้นทะเบียน พบว่าโรงงานส่วนใหญ่ทำได้

Q. ทราบหรือไม่ว่าการขึ้นทะเบียน ส่วนใหญ่จะจ้างพนักงานในกรมเป็นผู้ขึ้นทะเบียนให้ เขาพยายามทำตัวอย่างให้ดีที่สุด ซึ่งในการผลิตจริงไม่มีใครทำได้ ดูได้จากผลทดสอบตัวอย่างที่สารวัตรเกษตรเก็บมาทดสอบ

A. ไม่ทราบ ไม่มีใครบอก

Q. ก็ผมบอกอยู่นี่ไง คนอื่นๆ เขาก็บอกกัน แต่คุณไม่เคยฟัง

A. ไม่รู้ ไม่เห็นมีใครบอก

Q. ถ้าจะทำได้อย่างนี้ต้องทำเป็นปุ๋ยผงยังพอทำได้ แต่ปุ๋ยเม็ดทำไม่ได้ การปั้นเม็ดต้องผสมดินด้วย

A. แล้วคุณปั้นเม็ดทำไม คุณก็ทำปุ๋ยผงขายสิ

Q. ผมทำปุ๋ยผงไปแจกลูกค้าให้ทดลองใช้กันแล้ว ราคาถูกกว่า ได้ผลดีกว่า แต่ลูกค้าไม่ชอบ ใช้ยาก ผงมันปลิว

A. ก็พวกคุณทำให้ลูกค้าเคยตัว

Q. การค้าขายต้องตามใจลูกค้า ถ้าระเบียบเป็นแบบนี้โรงงานก็ตายหมด

A. ไม่เห็นมีโรงงานไหนตาย รอให้ตายสักครึ่งหนึ่งก่อนค่อยว่ากัน

Q. ทำไมบังคับไม่ให้ปุ๋ยอินทรีย์เติมปุ๋ยเคมี

A. เติมทำไม แพงเปล่าๆ เกษตรกรควรแยกซื้อไปเติมเองจะถูกกว่า

Q. แต่เกษตรกรถูกนักวิชาการไปหลอกว่าใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมีได้ เขาเลยไม่ซื้อปุ๋ยเคมีอีก ส่วนพวกที่รู้ ก็ไม่อยากผสมเอง มันยุ่งยาก ไม่อยากผสมเอง และไม่อยากซื้อปุ๋ยหลายชนิด

A. ทำให้เกษตรกรเคยตัว

Q. ปุ๋ยอินทรีย์ผสมปุ๋ยเคมี เป็นทางเลือกที่เกษตรกรชอบใจและใช้ได้ผล

A. ถ้าคุณเติมปุ๋ยเคมีก็ต้องขออนุญาตผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมี

Q. ปุ๋ยอินทรีย์เคมีกำหนดธาตุอาหารขั้นต่ำ 12% ราคาจะสูงเกินไป ราคารไปชนกับปุ๋ยเคมีปลอม เกษตรกรก็จะไม่ซื้อ ที่เหมาะสมคือธาตุอาหารประมาณ 7-9

A. คุณต้องให้ความรู้เกษตรกร

Q. แล้วเมื่อไหร่จะปราบปุ๋ยเคมีปลอมหมด ถ้าไม่หมด อินทรีย์เคมีขายไม่ได้

A. เดี๋ยวก็หมด

Q. รัฐมนตรีสั่งให้กรมฯ ทบทวนมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์แล้วไม่ใช่หรือ

A. ใช่

Q. เมื่อไหร่จะทบทวนเสร็จ

A. คงไม่ทบทวน เพราะรัฐมนตรีไม่ได้สั่งว่าให้ทบทวนเรื่องอะไร

Q. ผมเห็นคำสั่งให้ทบทวนค่ามาตรฐานไงครับ โรงงานผลิตไม่ได้ ผู้ส่งออกก็มีปัญหา

A. แต่รัฐมนตรีไม่ได้บอกว่าให้ทบทวนเป็นเท่าไหร่ แล้วใครจะทบทวน (อ้าว.. เปลืองภาษีชาวบ้านจริงๆ)

Q. ท่านรัฐมนตรีเป็นห่วงผู้ส่งออก ถ้าไม่รีบแก้ไขผู้ส่งออกก็ส่งออกไม่ได้

A. ดี จะได้เก็บไว้ใช้ในประเทศ

ฯลฯ

ยังมีอีกยืดยาวครับ แต่สรุปได้ง่ายๆ สั้นๆ ว่า

โง่ !!