ความสุขอยู่ที่ใจ ไม่ได้อยู่ที่ไหน

 

 

 

ความสุขอยู่ตรงไหนยังไกลเอื้อม

ความสุขอยู่ที่ใจเชื่อมให้เอื้อมถึง

 

ให้ดูใจตนนะคะ

 

ท่านพุทาสภิกขุ ท่านกล่าวไว้ว่า

โลกภายนอก กว้างไกล ใครใครรู้
โลกภายใน ลึกซึ้งอยู่ รู้บ้างไหม
จะมองโลก ภายนอก มองออกไป
จะมองโลก ภายใน ให้มองตน




คนไม่ยอมปฏิบัติธรรมหรือคนที่พร่องธรรม จะมองทุกสิ่งทุกอย่างให้สนองใจตนเอง ถูกอารมณ์ของตน ทุกอย่างจะต้องถูกใจตนเอง เช่น 

จะออกไปธุระ ฝนตกก็โกรธฝน บ่นว่าฝนตกทำไมคนจะไปธุระ

คนพูดกันเสียงดังก็โกรธหาว่ามาแกล้ง

คนทำอะไรไม่ถูกใจก็โกรธ หาว่าไม่ใส่ใจ

 

อะไรๆ ใครทำอะไรก็ไม่ถูกใจไปเสียทั้งหมด


อะไรเกิดขึ้นมองออกว่าผู้อื่นผิด โทษผู้อื่นไม่ดี มีเเต่ฉันถูกอยู่ผู้เดีย ไม่มีอะไถูกใจเลย

เอาตนเองเป็นศูนย์กลางวัดคนอื่น คนอื่นไม่เหมือนตนเป็นคนผิดหมด



ของทุกอย่างในโลกย่อมจะถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง มันเป็นเรื่องภายนอกที่เกิดขื้นตามธรรมชาติ

คนที่มีธรรมะในหัวใจ แม้ห้ามสิ่งภายนอกไม่ได้ เเต่สามารถห้ามใจตนเองได้ ด้วยการพิจารณาทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างมีสติ

ได้โดยเข้าใจธรรมชาติว่า ฝนตกเเดดออกเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องธรรมชาติ

บุคคลอื่นที่ทำไม่ถูกใจเพราะเขาเป็นคนเช่นนั้นเอง เขาอาจมีข้อมูลและความเข้าใจที่แตกต่าง ซึ่งก็เป็นธรรมดาของโลกที่แต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป

นี่คือการปรับที่ใจเรา ไม่ควรมองออกไปภายนอก เเล้วคิดให้มันถูกใจเราเท่านั้นซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้เขาคิดเหมือนเรา

ดังนั้นต้องมองให้ถูกต้องตามความเป็นจริง มีสติรู้เท่าทัน จะเกิดปัญญาในการดำรงชีวิตที่สงบสุข