หมอทำขวัญนาค ตอนที่ 15
“หมอทำขวัญผู้สร้างสรรค์คำร้อง”
นายชำเลือง มณีวงษ์
ผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมเพลงพื้นบ้าน
(พานพุ่มพนมมาลา รางวัลราชมงคลสรรเสริญ ปี 2547)
ในตอนที่ผ่านมา 14 ตอน ผมกล่าวถึงองค์ประกอบในพิธีทำขวัญนาค บาทบาทหน้าที่ของหมอทำขวัญ ไปจนถึงตอนหมอทำขวัญเตือนใจให้นาครู้ มาถึงบทความหมอทำขวัญตอนที่ 15 “หมอทำขวัญสร้างสรรค์คำร้อง” (ดันสด)
พิธีทำขวัญนาค เป็นการนำเสนอเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อพ่อนาคหรือผู้ที่จะอุปสมบท โดยมีบทครูเป็นแบบฉบับที่ยึดถือกันต่อ ๆ มา หมอขวัญแต่ละครได้รับการฝึกฝนพิธีการมาจากครูของแต่ท่านด้วยรูปแบบและวิธีการที่อาจจะแตกต่างกันไปบ้างในถ้อยทำนอง ลีลาการร้อง วิธีการประกอบพิธี เพลงที่นำมาประกอบการร้อง รวมทั้งคาถาที่นำเอามาใช้ในพิธี แต่ทั้งหมดนี้ก็จะอยู่ในกรอบของวัฒนธรรมประเพณีการทำขวัญนาค ที่มีเนื้อหาหลัก ๆ คือ การเตือนใจให้ความรู้ ความสงบ สมาธิ สติปัญญา

ในระยะเริ่มแรกของการเป็นหมอทำขวัญ ผมต้องท่องจำบทร้อง ในแต่ละบทมีจำนวน 3-5 หน้ากระดาษ A4 จำบทร้องได้แล้วก็นำไปร้องให้ครูฟังซึ่งครูทำขวัญนาคของผม ท่านเป็นลุงของแม่ ผมเรียกท่านว่า พ่อคุณวัน มีชนะ ตอนที่ผมเริ่มฝึกหัดทำขวัญนาคกับพ่อคุณ ราวปี พ.ศ. 2512-2513 ผมอายุได้ 18 ปี (โดยประมาณ เวลาผ่านไปนานแล้ว)
ในช่วงแรก ๆ พ่อคุณให้ฝีกว่าทำนองเสนาะก่อน มี 5 บท ได้แก่ เคารพคุณ บทปฏิสนธิ บทนามนาค บทสอนนาค และบทเชิญขวัญ ทำนองเสนาะว่าแบบที่พระเทศน์ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ทำนองธรรมวัตร ต่อจากนั้นก็ฝึกร้องเพลงไทยเดิม ทำนองช้างประสานงา เขมรปากท่อ กลองโยน พัดชา สร้อยเพลง นางครวญ เสภา แหล่ นางนาค ลาวเสี่ยงเทียน ฯลฯ แล้วก็มาฝึกทำพิธี โดยพ่อคุณจะอธิบายวิธีการและขั้นตอนตั้งแต่ การหุ้มบายศรี บูชาครู ทำน้ำมนต์ ติดแว่นเวียนเทียน สลักใบพลู วิธีเวียนเทียน ห้อบายศรี เป่าควันเทียน เจิมหน้านาค ลาพิธีการทำขวัญนาค
ผมออกงานได้อย่างเต็มตัวก็อายุ 19 ปี ในปี พ.ศ. 1513-2514 เริ่มมีงานเข้ามาที่ผมโดยตรง มีเจ้าภาพติดต้องาน แต่ด้วยความเชื่อของคนในยุคเก่าว่า ผู้ที่เป็นหมอทำขวัญจะต้องมีอายุอย่างน้อย 20 ปี หรือเคยผ่านการบวชเรียนมาแล้ว เป็นผู้ทำพิธี ผมจึงต้องออกไปทำขวัญนาคกับพ่อคุณจนผมอายุ 20 ปี และผ่านการบวชเรียนในปี 2514 นั่นแหละจะได้ออกไปทำหน้าที่เป็นโหราเต็มตัว แต่ในปัจจุบันความเชื่อถือนี้อาจเปลี่ยนไปบ้าง เช่นว่า มีหมอผู้หญิงมาเป็นโหรา (สมัยก่อนไม่มี) มีหมอขวัญเด็ก ๆ วัยรุ่นก็มี (พบมากขึ้น)
เมื่อเวลาผ่านไปนานมากเข้า เนื้อหาที่ท่องจำเอาไว้ร้องว่าหลาย ๆ งานก็เกิดความจำเจ ผมเริ่มแยกบทไปร้องตามที่ใจอยากจะนำเสนอแต่ก็ยังอยู่ในกรอบของแม่บท เมื่อ ปี 2519 (ผมอายุ 25 ปี) มีงานทำขวัญนาคเข้ามามากขึ้น เพราะท่านเจ้าภาพอยากฟังการร้องสด ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบันในงาน และเรื่องราวที่เป็นส่วนตัวของพ่อนาค ของเจ้าภาพ รวมทั้งภาพแห่งความประทับใจของแต่ละงานที่ออกมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ ในเนื้อหาที่แตกต่างด้วยการร้องด้นสดอย่างฉับพลัน (บางทีก็มีผิดพลาดอยู่บ้าง)
การร้องด้นสดในพิธีทำขวัญนาคของผมเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัว ที่มีมานานเกือบจะ 35 ปี ทำให้ผมสามารถที่จะหยิบจับอะไร ๆ เอามาร้องได้ตามที่เจ้าภาพต้องการโดยการสืบหาข้อมูลก่อนที่จะลงมือทำพิธีร้องบททำขวัญนาค รวมทั้งบทเพลงเก่า ๆ ที่นักร้องชั้นครูเคยบันทึกแผ่นเสียงเอาไว้เมื่อ 50 ปีก่อน จนบางท่านลืมไปแล้วว่า นั่นคือบทเพลงที่ท่านเคยร้อง แต่ผมยังจดจำได้ ผมก็ได้นำกลับเอามาเสนอในพิธีเป็นการเตือนใจให้สติ
มีหมอทำขวัญรุ่นน้อง ๆ หลายคนถามว่า อาจารย์ฝึกอย่างไรจึงร้องด้นสด ทำนองธรรมวัตร ทำนองแหล่ ทำนองรานิเกลิง (ลิเก) และพูดสอนในแต่ละงานมาเหมือนกันได้ ผมก็แนะนำไปว่า ก่อนอื่นจะต้องมีข้อมูลที่มาจากการท่องจำมาก ๆ แล้วเราลองแยกไปร้อง (ลองในที่นี้คือ การฝึกฝนมาก ๆ ก่อนที่จะร้องจริงในพิธี) การร้องมาก ๆ เห็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทำขวัญนาคร้องไป นึกอะไรได้ก็ร้องออกไป โดยเฉพาะร้องให้ตรงประเด็นกับงานนั้น ๆ จึงจะเกิดความรู้สึกคล้อยตาม (อารมณ์ร่วม) แต่ถ้างานไหนไปเจอขี้เมามาร่วมงานด้วย งานก็เริ่มกร่อยลงไปมากเลย เพราะงานบวชต้องการสมาธิตั้งแต่เริ่มต้น ถึงแม้ว่าจะมีความสนุกสนานก็จะต้องอยู่ในกรอบของความนิ่ง มิใช่หลงละเมอเพ้อเจ้อไปตลอดเวลา หาความสงบสุข ในทางบุญไม่ได้ก็ไม่เกิดประโยชน์
เมื่อวันเวลาเปลี่ยนไป เรื่องราวในพิธีทำขวัญนาคซึ่งเป็นบทร้องที่ถูกเขียนและบันทึกเอาไว้ผ่านมาเป็นเวลานาน หนังสือทำขวัญนาคบางเล่มที่ผมเคยหยิบอ่าน จด ท่องจำ มีราคาเล่มละ .50 บาท (50 สตางค์) คำสอนในแต่ละตอนเป็นกุศโลบาย (วิธีการอันแยบคาย วิธีการที่ชาญฉลาด) เป็นคำสอนที่เป็นตำนานเล่าขานกันมานาน ในบางบทบางตอนสามารถหาคำตอบได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์แบบตรงไปตรงมาน่าเชื่อถือ “แต่คำสอนในสมัยโบราณก็ยังมีมนขลังที่ฝังอยู่ในความทรงจำ” ผมจึงนำเอาบทร้องในสมัยก่อนมาขึ้นต้นและต่อด้วยบทร้องด้นสด ๆ (ทำนองเพลงแหล่ ทำนองลิเก) บรรยายภาพที่ตามองเห็นในงาน โดยเฉพาะปมเด่นที่น่ายกย่องสรรเสริญและมาจบลงตามบทเก่าดั้งเดิมให้ในกรอบเวลาที่รวบรัดไม่ยืดยาดจนเกินพอ
จึงทำให้พิธีทำขวัญนาคในแต่ละงาน จึงเป็นเอกลักษณ์ ณ ตรงจุดนั้น ที่มองเห็นความแตกต่างกันในเรื่องราว พฤติกรรมในทางบุญ มีที่มาที่ไปและเป้าหมายการเดินทางมาที่แตกต่างกันและมาจบลงตรงที่บิดามารดาได้บวชพระลูกชาย ได้บุญกุศล ได้มีพระสืบทอดพระพุทธศาสนา
ชำเลือง มณีวงษ์ เข็มเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ รางวัลผู้สร้างสรรค์คุณประโยชน์
ต่อประชาชนโดยส่วนรวมอย่างดียิ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2552
นี่คือ ต้นแบบ ตัวอย่างของภูมิปัญญาที่แท้จริงคนหนึ่ง
จะติดตามผลงานของอาจารย์ในเรื่องของพิธีทำขวัญนาคต่อไป
เป็นกำลังใจให้ครับ ครูพันธ์ใหม่เช่นผมก็จะไม่หยุดยั้งเช่นเดียวกันครับ...
อยากให้อาจารย์มาเยี่ยมผมที่นี่ครับเพื่อเป็นกำลังใจ..อิอิ http://learners.in.th/blog/l-z/toc
รูปภาพเก่ามาก
ตอบความเห็นที่ 5