GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ข้อคิดว่าด้วยการสูญเสีย (2)

"กายก็เหมือนกับเสื้อ ถ้าเก่าขาดก็ต้องเปลี่ยน แต่จิตจะยังคงอยู่ไม่แตกดับไปกับกาย ดังนั้น มุ่งหวังรักษากายให้แข็งแรงไม่พอ ต้องรักษาใจด้วยเพราะเมื่อถึงจุดนั้น แต่ละคนถ้าไม่หัดวางใจให้ถูกแล้วจะลำบาก"

     ไม่นานมานี้ได้ทราบข่าวว่ารุ่นพี่คนหนึ่งป่วยเข้าโรงพยาบาล หมอบอกว่าเขาเป็นมะเร็งระยะที่3 ไม่น่าเชื่อ ปกติเขาเป็นคนแข็งแรง ไม่เจ็บป่วย ตรวจสุขภาพทุกปี แต่ไม่เคยมีสัญญาณเตือน

      หลังจากพูดคุยปลอบใจแฟนของเขาหลายครั้งๆละหลายสิบนาที ทางโทรศัพท์ เราก็ได้โอกาสไปเยี่ยม....

      สัมผัสแรกที่ได้พบทำให้เรารู้สึกสะท้อนใจ ภาพของรุ่นพี่ในความทรงจำ คือ ผู้ชายหน้าตาดี สุขภาพแข็งแรง แต่บุคคลที่อยู่ตรงหน้าเราตอนนี้คือ ผู้ชายรูปร่างผ่ายผอม ผิวดำคล้ำ แต่สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือจิตใจที่เข้มแข็งของรุ่นพี่คนนี้ เขาบอกกับเราว่ายังอยากสู้ อยากอยู่กับลูกให้นานกว่านี้...

     ระหว่างที่ไปเยี่ยมคนป่วยมีอาการอาเจียนออกมาเป็นเลือดสด 2 - 3 ครั้ง ดูจากสภาพแล้วอาการหนักทีเดียวแต่คนป่วยมีสติดีและเข้มแข็งมาก ไม่ร้องไห้เลย... ส่วนแฟนของรุ่นพี่เธอดูซึมเศร้า มีน้ำตาคลออยู่เกือบตลอดเวลา..

      ฉันได้เอาหนังสือกับ CD เสียงธรรมะไปให้..รุ่นพี่ถามเราว่า "มันจะเจ็บมากไหมตอนคนเราจะตาย" เราบอกตามหนังสือที่เคยอ่าน " จิตช่วงก่อนจะออกจากกายจะเจ็บอยู่ แต่ร่างกายในภาวะนั้น จะอยู่ในภาวะไม่รับรู้แล้ว... เป็นช่วงที่อาจเหมือนอยู่ในภวังค์ อาจได้ยินเสียง แต่ไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้ บางคนอาจมีสีหน้ากระตุกหรือมือไม้ไขว่คว้าสะเปะสะปะ แต่น่าจะมาจากระบบของสมองอัตโนมัติมากกว่าที่จะส่งสัญญาณว่าเขากำลังเจ็บปวดทุกข์ทรมาน.."

          รุ่นพี่บอกเสียงแผ่วๆ ว่า "ยังไม่อยากถอดใจ ห่วงลูก.."

      เราพยักหน้ารับรู้ก่อนเสริมว่า ..กายนี้ก็เหมือนกับเสื้อนะ เก่าขาดก็ต้องเปลี่ยนแต่จิตนี้จะยังคงอยู่ไม่แตกดับไปกับกาย ดังนั้นมุ่งหวังรักษากายให้แข็งแรงไม่พอต้องรักกษาใจด้วย เพราะเมื่อถึงจุดนั้นในแต่ละคนถ้าไม่หัดวางใจให้ถูกแล้วจะลำบากนะ..อย่างตอนนี้เวลาที่พี่เจ็บปวดนอกเหนือจากความคิดห่วงลูกแล้วพี่รู้สึกอย่างอื่นอีกไหม..

      "โกรธตัวเองที่ทำไมต้องเป็นอย่างนี้" 

       เออ..แล้วอย่างอื่นๆล่ะ  "กลัวตาย กลัวทรมาน" 

       เราก็กลัวเหมือนกัน... เราตอบ

       แล้วความเงียบก็เข้ามาแทนทีการสนทนา ไม่มีคำพูดใดๆ อีกนอกจาก....น้ำตา ทั้งเราและเขาเริ่มน้ำตาคลอ....โชคดีก่อนที่เขาจะป่วย เขาเคยบวช เคยฝึกสมาธิ มาบ้าง เราจึงชวนเขาให้พยายามฝึกสติตามลมหายใจ เราคาดหวังว่ามันอาจจะช่วยลดความหมกหมุ่นกับอาการเจ็บป่วยลงไปได้บ้าง เขาว่าจะลองดู.... ในความเงียบนั้นต่างก็รู้สึกได้ถึงความอาลัยอาวรณ์ซึ่งกันและกัน

        ก่อนลากลับ รุ่นพี่ยิ้มให้ เขาบอกขอบใจด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา...เรายิ้มรับบอกกับเขาเบาๆ ว่า...อย่าลืมรักษาใจให้ดีๆ ด้วยนะพี่

        เขาไม่ตอบแต่ส่งยิ้มให้พร้อมกับ  ชูมือแบบลูกเสือ........

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 32635
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

เขาว่ากันว่า โรคมะเร็งเป็นโรคของกรรมเก่า  คนที่สามารถตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกสามารถรักษาให้หายได้เพราะกรรมยังไม่ตัดรอนทำให้ยังมีเวลาสร้างบุญกุศลได้ต่อ  ส่วนคนที่ตรวจพบในระยะสุดท้ายเพราะกรรมหนักทำให้ปิดบังจนตรวจพบในระยะสุดท้ายยากที่จะเยียวยา  ในความคิดของตัวเองคนที่สามารถรู้ว่าเวลาของตัวเองเหลืออยู่เท่าไรถือว่าโชคดีเพราะจะได้จัดการกับสิ่งที่ตัวเองต้องทำให้เรียบร้อย  และจะได้ตั้งสติให้มั่นคงแข็งแรงเมื่อจิตดับจะได้สู่สุคติ  เพราะตอนจิตจะดับสำคัญนัก

...ดอกไผ่บานสัญญาณแห่งรัก

แรกเริ่มประจักษ์บานเพื่อลาจาก

สื่อความหมายให้เธอปล่อยวาง

อ่อนแอไกลห่าง..เข้มแข็งเคียงข้าง..อยู่รอบกายเธอ

พอดีกำลังอ่านหนังสือของดร.สนอง วรอุไรชื่อ "ทำชีวิตให้ได้ดี และมีความสุข"ได้พูดถึงกำลังใจก็เหมือนกำลังกาย ที่ต้องฝึกฝนบ่อยๆ กำลังของกายมี 5 ตัว ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ถ้าฝึกจิตให้สงบนิ่งได้จะเพิ่มพลังให้ร่างกายได้ด้วย เคยมีผู้ป่วยเนื้องอกในรังไข่มาฝึกจิตให้นิ่ง และคิดแต่ในทางบวก ทำเพียงเดือนเดียวเท่านั้น ปรากฏก้อนเนื้อเล็กลงไปเอง ครบ 3 เดือนหายไปเลยทั้งก้อน หมอนัดผ่าตัดไว้ ก็ไม่ต้องผ่า  ปัจจุบันยังแข็งแรงค่ะ

 

  • บางคนว่า มะเร็งเป็นเรื่องของใจ
  • เป็นมะเร็งแต่ถ้าไม่รู้ก็ไม่เป็นไรอยู่ได้เรื่อยๆ
  • แต่พอรู้ปุ๊บ เดือนหน้าก็ตาย (เพราะใจเสีย)
  • ถ้าใจเข้มแข็ง หลายคนหายสนิท แม้หมอจะบอกว่าคุณอยู่ได้แค่ 2 อาทิตย์
  • ดูแลนซ์ อาร์มสตรอง (แชมป์จักรยานตู เดอ ฟรองซ์ 6 สมัยซ้อน) เป็นตัวอย่าง
  • มูลนิธิหมอชาวบ้านมีหนังสือเกี่ยวกับการเอาชนะมะเร็งของแพทย์ชาวออสเตรเลียผู้หนึ่ง ที่หมอผู้รักษาบอกว่าคุณอยู่ได้แค่ 2 อาทิตย์
  • ถ้าจิตใจเข้าแข็ง ก็สามารถหายได้
  • ระวังสุขภาพ ไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า น้ำอัดลม หลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งทั้งปวง ไม่กินอาหารมัน อาหารรสจัด ฯลฯ
  • คือรักษาภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอนั่นเอง
  • ภูมิคุ้มกันของเราสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้สบาย
  • อโรคา ปรมาลาภา
  • http://gotoknow.org/arrive-alive

ขอบคุณข้อคิดเห็นและคำแนะนำดีๆที่ได้รับ...ในวันนี้รุ่นพี่ได้จากไปแล้วอย่างสงบถึงแม้เขาอาจจะไม่ได้ใช้คำแนะนำเหล่านี้แต่หวังว่าสำหรับผู้อ่านท่านอื่นๆจะได้ประโยชน์จากข้อคิดและคำแนะนำเหล่านี้...

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของรุ่นพี่ด้วย..