สวัสดี ชาว Blog ทุกท่าน วันที่ 7 มกราคม 2553 ผมได้นำคณะครูจากมหาวิทยาลัยนาชาติแสตมฟอร์ดไปแนะแนวการเข้ารับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ให้กับโรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากคณะครูและนักเรียนทุกคน จีระ หงส์ลดารมภ์
กราบเรียนท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่เคารพครับ
ผม นาย ภิคเนตร อังอภิวัชร์ชวาล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้าครับ ผมคือคนที่ได้ถามคำถาม หลังจากที่ท่านได้พูดคุยเกี่ยวกับการเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา ในรั้วมหาวิทยาลัย เป็นคนแรก ผมด้วยความเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ท่านได้เสียสละเวลาอันมีค่า มาพบปะ พูดคุย กับรุ่นน้อง ทั้ง ๆ ที่ถึงแม้อายุจะห่างกันมากซะจนหาค่ามาวัดไม่ได้ แต่สิ่งที่ท่านได้แสดงให้ผมได้รับรู้ถึงชีวิตอันแท้จริงในด้านของการศึกษาเล่าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษานั้นเป็นสิ่งที่หาค่ามาวัดไม่ได้เสียมากกว่า
ความเป็นจริงแล้ว ผมได้ตัดสินใจไปแล้วว่าจะเข้าศึกษาต่อสถาบันไหน คณะอะไร สาขาอะไร เรียบร้อยแล้ว แต่พอมาได้ยินจากคำที่ท่านได้พูดเอาไว้ในห้องประชุมนั้น ทำให้ผมรู้สึกว่า สิ่งที่ตนได้คิดหรือตัดสินใจนั้น มันเป็นสิ่งที่ยังไม่ใช่หรือไม่เหมาะสมในตัวเองอย่างแน่นอน เพราะอย่างที่ ผมถามท่านว่า "การที่คนเราจะก้าวเข้าไปสู่ในรั้วมหาวิทยาลัยแล้วนั้น จะทำอย่างไรถึงจะได้ข้อที่จะทำให้เราสามารถดำเนินชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างดีเยี่ยมที่สุด" เนื่องจากว่าผมเป็นคนที่ไม่ค่อยเปิดโลกทัศน์ในด้านสังคมมากสักเท่าไรนัก ดังนั้น ส่วนใหญ่แล้ว ผมมักจะปรึกษากับบุคคลที่มีประสบการณ์มาก ๆ หรือได้ผ่านกับสิ่งนั้นมาได้ไม่นาน เช่น คุณพ่อคุณแม่ อาจารย์ที่นับถือมากที่สุด และบุคคลที่เป็นรุ่นพี่ที่ผมรู้จัก เป็นต้น ซึ่งพอผมมาได้เจอกับท่าน ผมก็ยิ่งรู้สึก ดีใจมาก และคิดว่าท่านคือบุคคลที่ผมจะสามารถตัดสินใจในเรื่องของการดำเนินชีวิตในด้านการเรียนได้อย่างถูกวิธีและแน่นอนที่สุด
ครับ ผมในฐานะที่เป็นรุ่นน้องของท่าน ผมก็รู้สึกยินดี ภาคภูมิใจที่ได้มีรุ่นพี่ศิษย์เก่าเทพศิรินทร์ อย่างท่าน มาบอก ไกด์ลายให้ผม ใช้ชีวิตไม่หลุดนอกลู่นอกทาง ผมสัญญาว่าในการที่ท่านได้มาพูดคุยกับรุ่นน้องที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้าในครั้งนี้นั้น ผมจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวังอย่างแน่นอน ผมจะนำคำแนะนำ ความรู้ที่ได้จากท่าน ไปปฏิบัติและจะเป็นคนดี คนเก่ง และเป็นผู้นำคนของสังคมในภายภาคหน้า และจะเป็นคนที่ค้นหาความรู้ทางด้านต่าง ๆ เพิ่มเติมจากสิ่งที่ตนเองยังไม่รู้อยู่เสมอได้อย่างตามที่โรงเรียนในเครือข่ายเทพศิรินทร์ทุกแห่งได้ฝึกและ สั่งสอนให้เติบโต ก้าวหน้า ไปพบกับสังคมที่มากหน้าหลายตาในฐานะลูกแม่รำเพย ผมจะทำในสิ่งที่ดีและคิดว่าจะทำให้สังคมนั้นอยู่เย็นเป็นสุขได้อย่างแน่นอนครับ...ขอบคุณครับ Pikkanate.
สวัสดีค่ะ ท่าน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
ขอให้มีความสุขมากๆ ค่ะ
• หลังจากที่รับฟัง อาจารย์บรรยายแล้ว ก็รู้สึกว่าในชีวิตเรามีอะไรกว้างมากๆ ได้รู้ถึงการเลือกสิ่งต่างๆ ที่ดีที่สุดของชีวิต
• ได้รู้จักวิธีการที่จะค้นหาตัวเองว่าชอบในคณะอะไร อยากเรียนอะไรเพื่อที่จะได้เข้าศึกษาต่อ และได้รู้อะไรอีกหลายอย่างที่ถูกต้อง
• บรรยากาศที่น่าเรียน ห้องหนึ่งไม่สมควรมีนักเรียนเยอะ
• เครื่องมือที่อยู่ในโลกโลกาภิวัฒน์ (ภาษาต่างประเทศ)
• วัฒนธรรมที่หลากหลาย
• หลังจากที่ฟังแล้วก็ลดความคดเกี่ยวกับค่านิยมลงได้ แต่ยังไงก็แล้วแต่อีกอย่างเราต้องชินด้วยลำแข้งของตน ต้องรีบ ต้องลุก ต้องลอง ทำด้วยตนเองถึงจะเข้าใจอย่างแท้จริง
• จากที่ได้ฟังท่านอาจารย์บรรยาย ทำให้เกิดความคิดใหม่ว่าการเรียนรู้ไม่มีที่ส้นสุด ไม่มีขอบเขต ไม่มีพรมแดน ตราบเท่าที่เรายังคงใฝ่เรียนใฝ่รู้ และทราบว่าคนที่คิดวิเคราะห์เป็น และมีจินตนาการจะเรียนรู้ได้ดีกว่าคนที่ท่องจำเพียงอย่างเดียว
• ปัจจุบันโลกกลายเป็นยุคโลกาภิวัฒน์ การดำเนินการศึกษาโดยการมองนอกกรอบ ในปัจจุบันอาจเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ สิ่งที่ล้อมรอบตัวเราล้วนน่าศึกษา และนั้นจะกลายเป็นการศึกษาที่ไม่รู้จบ ไม่สิ้นสุด
• รู้ว่าเมื่อเข้าไปในมหาลัยแล้วควรทำตัวแบบไหน เรียนแบบใด ถึงจะมีความสุข
• ได้รู้ว่าสิ่งไหนที่เราชอบ อยากเรียน เรียนแล้วมีความสุข
• ได้สอนให้เราเป็นคนกล้าแสดงออก กล้าตัดสินใจ
• วันนี้ได้รับความรู้มากมาย และสำคัญที่สุดได้รู้ว่าการเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่ที่ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยนั้น แต่อยู่ที่คณะที่เรามีความสนใจ และอยากเรียนรู้ต่างหาก
• การฟังบรรยายของ ดร.จีระ ได้แนวคิดเรื่องการเรียนมหาลัยการปรับตัวในโลกโลกาภิวัตน์ เพื่อดำรงชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบันได้อย่างไม่เป็นคนรกโลก
• ได้เรียนรู้การค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเรา ได้ทัศนคติที่ให้เราคิดนอกกรอบ ตามให้ทันโลกที่เปลี่ยนแปลง
• หลังจากได้ฟังบรรยายเพื่อเปิดโลกทัศน์ของท่าน ดร.จีระ แล้ว คล้ายเป็นมุมมองแบบใหม่ที่สามารถเปิดความคิดอันน้อยนิดได้ ฉันหวังว่าจะเป็นนักรัฐศาสตร์ ทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชน แม้ความเป็นไปได้จะมีน้อย แต่ท่านส่งเสริมให้เราคิดพิจารณามองให้เป็นปัญหา และแนวทางการแก้ไข รวมถึงการเรียนรู้ที่ไร้ขีดจำกัด
• หลังจากที่ได้ฟังบรรยายแล้ว ทำให้ข้าพเจ้ามีเป้าหมาย และจุดมุ่งหมายในชีวิตว่าหลังจากที่เรียนจบแล้วในระดับมัธยมศึกษา จะเลือกเรียนในมหาวิทยาลัย หรือสถาบันใดแล้วมีความสุข และประสบความสำเร็จ
• ศึกษาต่อ
• ศึกษาในสิ่งที่แปลกใหม่
• อยากจะเป็นคนที่เก่งกว่า ดร.จีระ
• ความรู้ไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัย แต่อยู่ในชีวิตประจำวัน
• ได้รู้ว่าที่จริงแล้วเราชอบอะไร รักที่จะทำอะไร ก็ทำตามที่เราคิด การที่เราตามเพื่อนหรือตามกระแสส่วนใหญ่มันจะไม่ใช่ตัวเรา ชีวิตคนเราไม่ได้อยู่ได้ด้วยเงิน ลาภยศ ตำแหน่ง หน้าที่ แต่จะอยู่อย่างไรให้มีความสุขต่างหาก
• ได้ทัศนคติใหม่ๆที่อาจเป็นมุมมอง ในการใช้ชีวิตบางตนมีแนวทางในการดำรงชีวิตไม่เหมือนกันทุกคนต้องมีทางเลือก และเป้าหมายของตนเอง
ขอเป็น 1 คำถามนะค่ะ
• คือ คนเราต้องมีแนวทางไม่เหมือนคนเก่งก็ดี แต่ถ้าทุกคนเก่งหมดการที่จะทำงาน เช่น การผลิต คนเก่งเหล่านี้จะยอมมานั่งผลิตเองหรือ ก็ต้องมีคนที่ด้อยมาเป็นลูกน้อง เพราะทำอะไรต้องมีทาง 2 อย่าง
• อย่างแรกคือได้รับข้อมูลในการคิดค้นหาตัวเองมากขึ้น เพราะ ณ ปัจจุบันนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะเรียนอะไร มหาลัยไหน และยังคิดว่าต้องเข้ามหาลัยดังๆท่านั้นใช่มัย พอฟังได้มาคิดแล้วก็รู้ว่าที่คิดมันไม่ใช่ ไม่จำเป็นต้องมหาลัยดังๆเราเข้าที่เราอยากเรียนก็ได้ เราเรียนไปแล้วมีความสุขสนุกก็พอ มีประโยชน์ต่อเรามากไม่ต้องคิดแค่ในกรอบคิดนอกกรอบเราก็จะได้รู้อะไรใหม่ๆมากขึ้น
• ต้องค้นหาตัวเองให้เจอว่าอยากเรียนสาขาอะไร คณะอะไร ที่ไหน โดยสามารถหาความรู้ได้โดยตัวเองจาก internet บ้าง อาจารย์แน่ะแนวบ้าง เมื่อทราบแล้วว่าค้นหาตัวเองพบแล้วต้องเตรียมความพร้อมให้ตัวเองในทุกๆน ทั้งจิตใจ ความชอบ การปรับตัว