เดินทางถึงหมู่บ้านปางจำปี
พอเราเดินทางมาถึงที่หมู่บ้านปางจำปีสิ่งแรกที่ทุกคนต้องทำคือการถ่ายรูป เก็บภาพบรรยากาศยามเช้าที่สวยงามไว้ ท่ามกลางธรรมชาติซึ่งเรียกได้ว่าหาได้ยากเลยทีเดียวแหละกับบรรยากาศแบบนี้ยิ่งในยุคปัจจุบันนี้ด้วยแล้ว หลังจากนั้นเมื่อเอาของไว้บนรถและของบางส่วนของวางไว้ในศาลา เราทุกคนก็ต้องแบ่งกลุ่มกันเพื่อทำงาน แต่ก่อนการแบ่งกลุ่มนั้นก็มีลุงมีอายุสองคนกับอีกหนึ่งหนุ่มไฟแรงนั้นคือ ผู้ใหญ่บ้านและลุงบุญเสริฐอีกคนนั้นเป็นวิทยากรของมหาวิทยาลัยเราที่ไปทำงานที่นั่นนั่นคือ พี่กบนั่นเองค่ะ ทั้งสามคนถือได้ว่ารู้เรื่องราวที่นี่มากเพราะตอนที่ทั้งสามบรรยายเกี่ยวกับหมู่บ้านปางจำปี ทำให้เราทุกคนเข้าใจและมองเห็นภาพความเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความเป็นอยู่ ในเรื่องของอาชีพ หรือแม้แต่ในเรื่องทรัพยากร อีกทั้ง เรื่ิองที่ถือได้ว่าในปัจจุบันที่น้อยหมู่บ้านมักจะมี นั้นคือในเรื่องสามัคคีนั้นเอง
การเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนไปของหมู่บ้านนั้นเรียกได้ว่าไม่น่าเชื่อ จากข้อมูลหลายๆที่ได้บอกเราว่าที่หมู่บ้านที่นี่แห้งแล้งมากและประสบปัญหาน้ำแห้ง ไฟไหม้ป่าอย่างหนักในปี พ.ศ.2543-2544 แต่เมื่อเดินทางเข้าไปและจากการฟังคำบรรยาย แทบไม่อยากที่จะเชื่อเลยว่าที่ที่ไปในปัจจุบันคือที่ได้ประสบปัญหามาเพราะมันสวยงาม ร่มรื่น อากาศเย็นสบายทั้งกลางวันและกลางคืน(แต่ตกดึกกับยามใกล้สว่างหนาวมั๊กมากคร๊า)
เป็นไงล่ะน้ำตกไหลแรง และสวยงามมากๆเลยไช้มั้ยคะ
จากนั้นเราก็ได้ไปเดินสัมภาษณ์ชาวบ้านในหมู่บ้าน ทั้งคนเฒ่าคนแก่ จนถึงเด็กๆที่ปั่นจักรยานตามเรามาเพื่อจะไล่สุนัขให้พวกเรา ที่หมู่บ้านปางจำปีนั้นเกือบทุกบ้านเลี้ยงสุนัข บางตัวก็ไม่กัดแต่บางตัวก็กัด เด็กๆจะรู้ว่าตัวไหนดุและจะคอยระวังให้ เด็กที่นั่นน่ารักมากเลยค่ะ และพวกเด็กๆจะรู้จักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านเป็นส่วนใหญ่เราจึงถามเด็กๆ เพื่อที่จะหาบ้านนายพรานได้โดยง่ายไม่ต้องสุ่มหาเองค่ะ
