ท่านอ.ไพบุลย์ ท่านจะลงเยี่ยมติดตามการดำเนินงานตามกระบวนการ "การสร้างเป้าหมาย และตัวชี้วัดความสำเร็จของการพัฒนาชุมชนท้อง" อีกครั้งในวันที่ 24 ม.ค. 53 นี้ ซึ่งชาวบ้านเลือกรู้สึกยินดีและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

ท่านอาจารย์ไพบูลย์  วัฒนศิริธรรม ประธานมูลนิธิหัวใจอาสา ได้ลงพื้นที่ในจังหวัดราชบุรี  ท่านมีความสนใจในเรื่องการใช้ตัวชี้วัดเพื่อการพัฒนาความสุขมวลรวมของชุมชนท้องถิ่น  ท่านได้แวะเยี่ยมชุมชนตำบลบ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรีและที่ ต.หนองพันจันทน์ อ.บ้านคาจ.ราชบุรี เพื่อติดตามชุมชนที่จัดทำเป้าหมายตัวชี้วัดความสุขมวลรวมของตำบล ท่านให้ข้อคิดกับคณะกรรมสภาองค์กรชุมชนตำบล ในการกำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดความสุขมวลรวมของชุมชนท้องถิ่นไว้ดังนี้

                     

หลักการสร้างเป้าหมาย และตัวชี้วัดความสำเร็จของการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น 

หลักการสร้างเป้าหมาย และตัวชี้วัดความสำเร็จของการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นที่จะนำเสนอ มีทั้งหมด 7 หลัก (ท่านอาจารย์ไพบูลย์  วัฒนศิริธรรมบอกว่าการสร้างตัวชี้วัดความสำเร็จของชุมชน มีชื่อเรียกหลากหลายอาจจะเรียกตัวชี้วัดความสุข  ตัวชี้วัดความดี   ตัวชี้วัดชุมชนป็นสุข หรือตัวชี้วัดการพัฒนา  การเรียกชื่อไม่จำเป็นต้องเหมือนกันให้แต่ละชุมชนท้องถิ่นเลือกใช้เอง)  

1.  คิดเอง ทำเอง  คือ การสร้างตัวชี้วัดที่ควรเป็นเรื่องของแต่ละชุมชนและแต่ละท้องถิ่น ตัวชี้วัดที่ราชการคิดขึ้นมาเช่น จปฐ. เป็นตัวชี้วัดที่ดี แต่ชาวบ้านไม่ได้คิดเอง  การใช้ประโยชน์จึงน้อย กลายเป็นว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เก็บข้อมูลให้ราชการ แต่ถ้าเป็นเรื่องของคนในตำบล (หน่วยที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบขั้นพื้นฐานของท้องถิ่น มี อบต. / สภาองค์กรชุมชน ที่เป็นกลไกของประชาชนในการปกครองตนเอง) ที่สามารถเชื่อมโยงกับกลไกกับระบบราชการกลาง (ราชการส่วนภูมิภาคเชื่อมต่อกับท้องถิ่น) สังคมไทยเราการทำงานส่วนท้องถิ่น + ราชการภูมิภาค ยังไม่เชื่อมโยงการทำงาน เรากำลังเน้นเรื่องการทำงานของท้องถิ่น และภาคประชาชน (อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่าน) ดังนั้นตัวชี้วัดแต่ละตำบลต้องคิดเอง ทำเอง และสามารถจะเรียนรู้เชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่น ๆได้  แต่สุดท้ายชุมชนต้องตัดสินใจเอง  ในที่สุด อะไรที่ชุมชนคิดเอง ทำเองจะถูกนำมาใช้ประโยชน์

 2. ร่วมมือ รวมพลัง  ในท้องถิ่นมีหลายกลุ่ม / องค์กร ขบวนชุมชนท้องถิ่นต้องมีการร่วมมือ รวมพลังกันภายใน จึงจะสามารถได้รับความร่วมมือ กับ อบต. ราชการภูมิภาค สถาบันการศึกษา NGO เอกชน พ่อค้า นักธุรกิจ ซึ่งในส่วนของภาคธุรกิจถ้าจัดการเชื่อมโยงให้ดีสามารถจะมีบทบาทได้มาก เช่นที่จังหวัดโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น ต้นแบบ OTOP เป็นเรื่องที่มีความลึกซึ้งมาก และมีการจัดการที่ดีจนมีชื่อเสียง  ในระดับจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นกลไกการทำงาน แต่จะต้องมีการเชื่อมโยงปรัชญา แนวคิด เป้าหมาย การเชื่อมโยงกับธุรกิจ จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก หรือแม้กระทั่งนักการเมืองหากมีบทบาทที่เหมาะสมก็จะมีความสำคัญมากเช่นกัน ดังนั้นการให้ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมกันได้จึงเป็นการดีที่สุด คือ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันอย่างเป็นมิตรอย่างสร้างสรรค์ มีเป้าหมายร่วมกัน คือ ชุมชนเป็นสุข

                          

3. อะไรก็ได้  เมื่อมาร่วมคิด  ร่วมทำตัวชี้วัด ไม่ได้มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว อาจจะศึกษาจากพื้นที่อื่นได้  แต่ไม่ใช่การเลียนแบบ ให้พิจารณาร่วมกันว่าอะไรดี  อะไรเหมาะสมและใช้ฉันทามติเป็นตัวตัดสินใจร่วมกัน เช่น เมืองชีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา มีการกำหนดตัวชี้วัดการพัฒนาที่ประชาชนมาร่วมกันกำหนดแล้วขอให้เทศบาลนำไปดำเนินการพัฒนา ประชาชนจะคอยติดตามผล  ตัวอย่างตัวชี้วัด เช่น จำนวนปลาแซลมอนที่อยู่ในแม่น้ำ แสดงถึงคุณภาพของสภาพแวดล้อม  หรือในบางพื้นที่ของบ้านเราเช่นที่บ้านจำรุง จังหวัดระยอง  ในการดูคุณภาพดินให้ดูจากจำนวนไส้เดือนในดิน และมีการเปรียบเทียบปีต่อปี ดังนั้นเรื่อง เป้าหมายและตัวชี้วัดจึงเป็นสิ่งที่ชุมชนต้องเลือก จะเป็นอะไรก็ได้ที่คนในชุมชนพอใจร่วมกัน โดยเป้าหมายสุดท้ายของการพัฒนาอยู่ที่ความสุข หรือ “อยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน” อยู่กันสบาย สงบ สันติ ร่มเย็น ตรงข้ามกับอยู่ร้อน นอนทุกข์ และไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ แต่เป็นการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข ไม่ทำให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากรของชุมชน ดิน น้ำ ป่า เป็นความสุขที่ไม่ไปสร้างความทุกข์ให้คนอื่น มีความสุขจากการช่วยเหลือ เกื้อกูลกันอย่างพอเพียง มีการปฏิบัติธรรมทำให้จิตใจดี “ความสุขร่วมกัน” จึงสามารถเป็นเป้าหมายร่วมของคนในตำบลได้  ซึ่งการที่ผู้คน ครอบครัว ชุมชน  องค์กร  จังหวัด  ประเทศตลอดจนสังคมโลก จะอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันได้นั้น จะต้องมีเสาหลักคอยค้ำจุน  เป็นเสาหลักของการสร้างความเจริญ มั่นคง แข็งแรง และ“อยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน” ให้กับผู้คน ครอบครัว ชุมชน องค์กร จังหวัด  ประเทศ ตลอดจนสังคมโลก โดยเสาหลักนั้นประกอบด้วย 3 เสาหลักคือ ความดี  ความสุข  และความสามารถ ความดี ความสามารถทำให้มีความสุขและมีความสามารถจึงทำอะไรให้งานสำเร็จได้ ผลการพัฒนาต้องนำไปสู่ความสุข ความสุขจะอยู่ได้ไม่นานถ้าขาดความดีและความสามารถ  ดังนั้นทั้ง 3 เสาหลักจึงพึ่งพา เกื้อกูลซึ่งกันและกัน และควรต้องมีทั้ง 3 เสาหลักให้มากพอและอย่างได้ความสมดุล

                เหตุการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้นในโลก สิ่งที่ทำให้เกิดคือ ความโลภ การแก่งแย่งแข่งขัน อยากรวย อยากใหญ่โต อยากมีกำไร  เกินขอบเขต การสร้างเครื่องมือที่ทำให้คนวางใจว่าจะช่วย แต่ก็เป็นเครื่องมือที่มีความเสี่ยง ธุรกิจในอเมริกาจึงได้ล้มละลายและขยายไปทั่วโลกด้วยสาเหตุว่าความดีบกพร่อง ความดีจึงเป็นเรื่องสำคัญทั้งต่อสังคมและต่อเศรษฐกิจ 

                           

4.  คิดจริง ทำจริง  ต้องตั้งใจและจริงจังกับความคิด คิดได้แล้วให้ลงมือทำไปเลย ไม่ต้องห่วงกังวลว่าจะผิดพลาด หรือไม่สมบูรณ์ เพราะในโลกนี้ไม่มีความสมบูรณ์ และความผิดพลาดจะเป็นบทเรียนให้เข้าใจและพัฒนาได้ดียิ่งขึ้น

5. เรียนรู้ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  เป็นการเรียนรู้จากสิ่งที่ลงมือทำ อาจเทียบเคียงกับตำบลอื่น ๆด้วย ทบทวนเหตุการณ์เพื่อเรียนรู้และพัฒนาต่อไป  แบบที่อาจเรียกว่า “วงจรการพัฒนา” ซึ่งได้แก่(1) คิดหรือวางแผน (2)ลงมือปฏิบัติ (3) วัดผลหรือประเมินผล  และ(4) ปรับปรุงพัฒนา   ทั้ง 4 ข้อนี้ทำให้  เป็นวงจรต่อเนื่องไปเรื่อยๆ

การเรียนรู้และพัฒนาเป็นวงจรที่ต่อเนื่อง เหมือนกับพระต้องพิจารณาตนเอง เพื่อการปรับปรุงตนเอง  การสร้างเป้าหมายและตัวชี้วัดก็เช่นกัน คิดไป ทำไป วัดผลประเมินผลไป และปรับปรุงพัฒนาไป   ก็จะเกิดการปรับปรุงพัฒนาตัวชี้วัดให้ดีขึ้นเรื่อยๆแม้เมื่อตอนเริ่มต้นอาจไม่ดีนัก

6. ร่วมสร้างขบวนการ  เป็นการขยายผลให้ครอบคลุมระดับอำเภอ จังหวัด ประเทศ จึงต้องใช้พลังและความพยายาม บทบาทนักวิชาการจะมีเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ระดับตำบล เพราะมีหน่วยงานหลายหน่วยงาน ในระดับตำบล เช่น อนามัย สาธารณสุข เกษตร การศึกษา บทบาทของหน่วยงานที่มีข้อมูลในระดับตำบลจึงเป็นเรื่องสำคัญ และมีการใช้ระบบสารสนเทศ(IT) เข้ามาช่วยสนับสนุนตัวชี้วัดของชาวบ้านได้ การสร้างขบวนการเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างกว้างขวาง และให้ได้ผล มีหลักสำคัญเพื่อใช้ในการสร้างขบวนการ คือ N K C P M

N  =  Network                    เครือข่าย  การเชื่อมโยง

K  =  Knowledge               ความรู้  ข้อมูล  การศึกษาวิจัย  การจัดการความรู้

C  =  Communication       การสื่อสาร สื่อต่าง ๆ   สื่อท้องถิ่น  วิทยุ โทรทัศน์

P  =  Policy                         นโยบายระดับท้องถิ่น /จังหวัด /ประเทศ   กฎหมาย /ข้อบังคับ /การจัดสรรงบประมาณ  ที่เอื้ออำนวยหรือไม่เป็นอุปสรรค

M  =  Management            การบริหารจัดการที่ดี  มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ

 7,แข็งขัน บันเทิง  ต้องคิดและทำอย่างเอาใจใส่ มีความจริงจัง พร้อมกับมีความสุข ไม่ร้อนรนและเร่งรีบ ต้องทำไปแล้วมีความสุขด้วย เช่น รูปธรรมของคุณแหลม ชาวนาที่ยโสธร ทำงานพัฒนาต้องมีความสุขเพราะทำเรื่องดี ๆ

                      

ท่านอ.ไพบุลย์ ท่านจะลงเยี่ยมติดตามการดำเนินงานตามกระบวนการ "การสร้างเป้าหมาย และตัวชี้วัดความสำเร็จของการพัฒนาชุมชนท้อง" อีกครั้งในวันที่ 24 ม.ค. 53 นี้ ซึ่งชาวบ้านเลือกรู้สึกยินดีและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง