ผมเชื่อของผมว่า หมอที่ดีจะมีหน้าที่ "รักษาคนไข้" ไม่ใช่ "รักษาโรค"....ดังนั้น คงไม่มีหมอคนใดที่รักษาคนไข้แล้วอยากจะให้เกิดความผิดพลาด

เหตุเกิดเมื่อครั้งที่ผมเรียนหนังสือชั้น ม.2.... 

         หัวรุ่งของวันหนึ่ง  เวลาประมาณตีห้ากว่าๆ ผมกับพี่สาวมาถีงสถานพยาบาลของหมอเติมศรี พรมศร ที่ต้นซอยสูติคาม สถานพยาบาลที่พี่สาวของผมมาฝากครรภ์ไว้ที่นี่
       
        เสียงเพลง "ท่าฉลอม" ของคุณชรินทร์  นันทนาคร จากวิทยุ เอเอ็ม ยี่ห้อ "ธานินทร์" ดังแผ่วๆออกมาจากภายในบ้าน ผสมผสานกับเสียงด่าทอที่ออกมาจากปากของผู้ชายวัย 25 ปี ไปไม่มากนัก
       เสียงด่าที่หยาบคายเกินกว่าเด็ก ม.2 อายุ 15 ปี อย่างผมจะรับได้
     
       ในขณะนั้นผมพอที่จะอนุมานและนำเรื่องราวมาปะติด ปะต่อ ได้ว่า ผู้ชายคนนั้นเขาไม่พอใจที่หมอรักษาภรรยาเขาไม่ดี เพราะหลังจากการมาทำคลอดที่นี่และผู้ชายคนนั้นนำภรรยาเขากลับบ้านไปแล้ว 4 -5 วัน เกิดมีอาการตกเลือดอย่างรุนแรง ผมจำได้ว่าหมอเติมศรี ร้องไห้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
      
         มาวันนี้  ผมได้ดูข่าวเกี่ยวกับผู้ป่วยต้อกระจกที่เข้ารับการผ่าตัด ที่ ร.พ.ขอนแก่นและมีภาวะการติดเชื้อ ทำให้ ตาบอด 10 ราย แล้ว แพทย์ และจักษุแพทย์ และเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ทำการรักษาไม่สบายใจเกิดความเครียดอย่างหนัก และกดดันกับปัญหาที่เกิดขึ้น ถึงขั้นหมดกำลังใจในการทำงาน และปีใหม่ที่ผ่านมาได้ลาหยุดพักผ่อนจำนวนมาก เพื่อไปทำบุญเข้าวัดสงบสติอารมณ์
  
      เวลาต่างกัน 55 ปีแต่เหตุการณ์ใกล้เคียงกัน

     

 ผมเชื่อของผมว่า หมอที่ดีจะมีหน้าที่

"รักษาคนไข้"  ไม่ใช่ "รักษาโรค"

      ดังนั้น คงไม่มีหมอคนใดที่รักษาคนไข้แล้วอยากจะให้เกิดความผิดพลาด
      ดังเช่นกรณีตัวอย่าง 2 กรณีในระยะเวลาที่ต่างกัน 55 ปีอย่างที่เล่ามานี้
 
.......................................................................................................................................