บทว่า คัมภีรา ความว่า มีที่ตั้งอันญาณของบุคคลอื่นหยั่งไม่ได้ยกเว้นตถาคต เหมือนมหาสมุทรอันปลายจะงอยปากของยุงหยั่งไม่ถึงฉะนั้น.(ทะเลลึกไม่สามารถวัดหยั่งด้วยปากยุง)

สวัสดีปีใหม่ครับ.ผมเอาพระธรรมมาฝากอีกครั้งหลังจากหายไปนาน ไม่ได้ติดพันอะไรมากหรอกครับ ตอนนี้ต่อจากศีลแล้วทรงกล่าวสิ่งที่ลึกชึ้งกว่านั้นคือธรรม.

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงพรรณนาศีล ๓ ประการโดยพิสดารโดยอนุสนธิ แห่งคำสรรเสริญที่พรหมทัตมาณพกล่าว ด้วยประการฉะนี้แล้ว (ทรงพรรณนาศีล ๓ ประการคื่อ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล)
บัดนี้ ทรงเริ่มประกาศความว่างเปล่าโดยนัยมีอาทิว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ยังมีธรรมเหล่าอื่นที่ลึกชึ้ง เห็นได้ยาก รู้ตามได้ยาก ดังนี้ โดยอนุสนธิแห่งคำสรรเสริญที่ภิกษุสงฆ์กล่าว.

คำว่าธรรม ในพระบาลีนั้น ความว่า ธรรมศัพท์ เป็นไปในอรรถทั้งหลายมีอาทิอย่างนี้คือ คุณธรรม, เทศนาธรรม, ปริยัติธรรม, นิสัตตธรรม,

ธรรมศัพท์มีความหมาย ๔ อย่างคือ

  1. 1.   ธรรมศัพท์เป็นไปในอรรถคุณธรรม เช่นในประโยคมีอาทิว่า “ธรรมแลอธรรมทั้ง ๒ หามีผลเสมอกันไม่ อธรรมนำสัตว์ไปนรก ธรรมให้สัตว์ถึงสุคติ”

  2. 2.   ธรรมศัพท์เป็นไปในอรรถเทศนาธรรม เช่นในประโยคมีอาทิว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง แลที่สุด แก่เธอทั้งหลาย”

  3. 3.   ธรรมศัพท์เป็นไปในอรรถปริยัติธรรม เช่นในประโยคมีอาทิว่า “ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ย่อมเรียนธรรม คือ สุตตะ เคยยะฯ”

  4. 4.   ธรรมศัพท์เป็นไปในอรรถนิสัตตธรรม เช่นในประโยคมีอาทิว่า “ก็ในสมัยนั้นแลธรรมมีอยู่ คือ ขันธ์ทั้งหลายมีอยู่”

ก็ในพระบาลีนี้ ธรรมที่ทรงกล่าวว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ยังมีธรรมเหล่าอื่นที่ลึกชึ้ง เห็นได้ยาก รู้ตามได้ยาก”นี้เป็นไปในอรรถคุณธรรม,

เพราะฉะนั้นพึงเห็นความในพระบาลีนี้อย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตยังมีคุณอื่นๆอีกมาก(กว่าศีล).

มาดูท่านขยายความหมายของธรรมศัพท์อีกครับ

บทว่า คัมภีรา ความว่า มีที่ตั้งอันญาณของบุคคลอื่นหยั่งไม่ได้ยกเว้นตถาคต เหมือนมหาสมุทรอันปลายจะงอยปากของยุงหยั่งไม่ถึงฉะนั้น.(ทะเลลึกไม่สามารถวัดหยั่งด้วยปากยุง)

ที่ชื่อว่า เห็นได้ยาก เพราะลึกชึ้งนั่นเอง.

ที่ชื่อว่า ได้ยาก เพราะเห็นได้ยากนั่นเอง.

ที่ชื่อว่า สงบ เพราะดับความเร่าร้อนทั้งหมด.

ก็ชื่อว่า สงบ แม้เพราะเป็นไปในอารมณ์ที่สงบ.

ที่ชื่อว่า ประณีต เพราะทำให้ไม่รู้จักอิ่ม ดุจโภชนะที่มีรสอร่อย.

ที่ชื่อว่า คาดคะเนเอาไม่ได้ เพราจะใช้การคะเนเอาไม่ได้ เหตุเป็นวิสัยแห่งญาณอันสูงสุด.

ที่ชื่อว่า ละเอียด เพราะมีสภาพละเอียดอ่อน.

ที่ชื่อว่า รูได้เฉพาะบัณฑิต เพราะบัณฑิตเท่านั้นพึงรู้ เหตุมิใช่วิสัยของพวกพาล.

ข้อว่า เย ตถาคโต สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทติฯ ความว่า ชึ่งเป็นธรรมที่ตถาคตเป็นผู้มิใช่มีบุคคลอื่นแนะนำ ก็ทำให้ประจักษ์ด้วยพระปรีชาญาณอันวิเศษยิ่งเอาที่เดียว แล้วสอนให้ผู้อื่นรู้แจ้ง คือ แสดง กล่าว ประกาศ.

ถามว่า ก็และธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสรรเสริญอย่างนี้นั้นได้แก่อะไร?

ตอบว่า ได้แก่ พระสัพพัญญุตญาณ.

ถามว่า ถ้าอย่างนั้น ทำไมถึงทำนิเทศเป็นพหุวจนะ.(เป็นคำถามเกี่ยวกับไวยากรณ์)

ตอบว่า เพราะประกอบด้วยจิตมากดวง และมีอารมณ์มากมาย.

มาดูอรรถของคำว่า สัพพัญญุตญาณ ตามปรมัตถ์

จริงอยู่ พระสัพพัญญุตญาณนั่น ได้ในมหากิริยาจิตที่เป็นญาณสัมปยุต ๔ ดวง(จิต๔ดวง). และธรรมที่ไม่ชื่อว่าเป็นอารมณ์ของพระสัพพัญญุตญาณนั้น หามิได้.

สมดังคำที่พระสารีบุตรกล่าวไว้เป็นต้นว่า ชื่อว่าพระสัพพัญญุตญาณ เพราะรู้ธรรมทั้งหมด กล่าวคือ ธรรมส่วนอดีต อนาคต ปัจจุบัน.

ชื่อว่า อนาวรณญาณ เพราะไม่มีเครื่องขัดข้องในพระญาณนั้น.

ทรงทำนิเทศเป็นพหุวจนะ เพราะประกอบด้วยจิตมากดวง และเพราะมีอารมณ์มากมายด้วยอำนาจที่เกิดขึ้นบ่อยๆด้วยประการฉะนี้แล.

ก็สาวกบารมีญาณลึกชึ้ง แต่ปัจเจกโพธิญาณยังลึกชึ้งมากกว่านั้น ฉะนั้นจึงไม่มีคำกำหนดไว้ในสาวกบารมีญาณนั้น

แลพระสัพพัญญุตญาณยังลึกชึ้งกว่าปัจเจกโพธิญาณนั้น ฉะนั้น จึงไม่มีคำกำหนดไว้ในปัจเจกโพธิญาณนั้น

ส่วนญาณอื่นที่ลึกชึ้งกว่าพระสัพพัญญุตญาณนั้นไม่มี ฉะนั้น จึงกำหนดว่า ลึกชึ้งที่เดียว.

ครับผมหายไปนานทีเดียวคิดถึงทุกๆท่านเลยเอาพระธรรมมาฝากเหตุเพราปีใหม่ไกล้ถึงเต็มที เทศกาลปีใหม่แทนที่จะมีความสุขมากกว่าว่าไหม แต่สถิติบอกว่ามีทุกข์มากกว่าเพราะทุกข์คือการพลัดพรากเป็นของทำใจยาก

เพราะเหตุนั้น จึงได้นำธรรมะมาเพื่อป้องกันอันตรายทั้งปวง เพราะพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งอันสูงสุดของเราชาวพุทธ ไม่มีที่พึ่งอื่นยิ่งกว่า ธรรมะอีกอย่างที่จะใช้ได้ดีในเทศกาลนี้คือ ธรรมมีอุปการะมาก ได้แก่ สติ-สัมปชัญญะครับท่าน
ขอให้ทุกท่านโชคดีตามบุญบารมีที่กรทำมา ประสพสิ่งที่ชื่นตาชื่นใจ คำว่าทุกข์แม้น้อยนิดก็ขออย่าได้เกิดฯฯฯฯฯ
พรุ่งนี้วันพระด้วยสิ อย่าลืมทำบุญเอาบุญนะครับ สวัสดีฯฯฯฯฯฯฯฯฯ