งานสอนเด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง หมู่บ้านปรีชา
ครูจิ๋วเริ่มงานในการทำงานด้านลูกกรรมกรก่อสร้างที่หมู่บ้านปรีชา คาดหวังว่าคงเป็นห้องเรียนที่พร้อมพอสมควร วันแรกเตรียมอุปกรณ์การเรียนการสอนไปมากมาย ไปพบเด็กเลย เด็กลูกกรรมกรก่อสร้างตามไปทำงานกับพ่อแม่ตามบ้านที่กำลังก่อสร้างแต่ละหลัง เด็กวิ่งเล่นบ้าน ช่วยพ่อแม่ยกไม้บ้าง บางรายก็นอนหลับใต้หลังคาที่พ่อแม่ทำงานอยู่ เด็กที่พบครั้งแรกเด็กผอมมาก เห็นได้ชัดว่าเป็นเด็กที่ขาดสารอาหารแน่นอน และร่างกายของเด็กก็อ่อนแอ บางคนก็วิ่งตามหลังของแม่ วันนั้นมีเด็กอยู่สองคนที่สิ่งตามแม่อายุประมาณซัก 5 ขวบ แล้ววิ่งไปเหยียบตะปูเข้า เด็กร้องไห้มากเลย ครูจิ๋วเองก็ตกใจเป็นอันมากที่เห็นเลือดเด็กออกมา ร้องบอกแม่เด็กว่าต้องพาไปหาหมอน่ะ แม่เด็กตะโกนบอกครูจิ๋วว่าไม่มีเงิน จะเอาเงินที่ไหนเพราะเงินเดือนยังไม่ออกเลย แค่อาหารวันนี้ยังไม่มีจะกินเลย
ครูจิ๋วเองจะทำอย่างไรดี หน้าที่ของเราคือมาสอนเด็ก แล้วเราจะช่วยอย่างไรได้บ้าง วิ่งไปที่หน้าป้อมย่าม แล้วขอโทรศัพท์กลับไปที่มูลนิธิฯ หาครูหน่องทันที ครูหน่องบอกกลับมาว่านั่นแหละคืองานของเรา ถ้าเราช่วยเหลือเขาได้กรรมกรก่อสร้างจะไว้วางใจแล้วปล่อยเด็กมาเรียนหนังสือกับเด็ก ให้ครูจิ๋วพาเด็กพาไปหาหมอศุนย์อนามัยที่ใกล้ที่สุด แล้วครูก้ไปต่อรองเรื่องค่ารักษาพยาบาล ทางศูนย์อนามัยฯก็สงเคราะห์ค่าฉีดวัคซีน และยาแก้ปวดให้ พร้อมทั้งให้นมเพิ่มมากอีก ครูจิ๋วได้พี่ที่เป็นนักสังคมสงเคราะห์ เป็นเครือข่ายการทำงานเป็นครั้งแรก เวลาเด็กเจ็บป่วยหรือต้องการอาหารเสริมเพิ่มเติมทางศูนย์อนามัยฯจะจัดการให้ครูจิ๋วทั้งหมด แล้วพาเด็กกลับมาที่บ้านพักกรรมกรก่อสร้าง พ่อแม่พี่น้องของเด็กต่างยกมือไหว้กราบขอบคุณมาก เราเองก็บอกว่าไม่เป็นไร แล้วเราจะต้องทำงานด้วยกันอีกนาน ครูจิ๋วจะมาสอนที่แหล่งก่อสร้างนี้
ตอนบ่ายครูจิ๋ว และครูเกียรติ ครูที่คอยเป็นพี่เลี้ยงให้ ถูกเจ้าของหมู่บ้านปรีชา เรียกเข้าไปพบว่ามาทำอะไรกัน ครูเกียรติจึงได้เล่าให้ฟังว่า ทางมูลนิธิฯ มีโครงการศูนย์เด็กก่อสร้าง ที่ครูจะไปสอนเด็ก ให้เด็กอ่าออกและเขียนได้ ทางโครงการมีอาหารกลางวันให้เด็ก มีนมให้เด็กกิน เพื่อต้องให้เด็กลูกกรรมกรก่อสร้างได้มีโอกาสเท่าเทียบกับเด็กทั่วไป แต่สิ่งที่พวกครูต้องการคือสถานที่สอนเด็ก ทางเจ้าของโครงการก็พยักหน้ารับทราบ ว่าไม่สามารถหาสถานที่ได้ พวกเราก็กลับในวันนั้น
แต่พวกเราก็ยังลงพื้นที่ทุกวัน โดยขอใช้บ้านพักกรรมกรก่อสร้างที่เขายินยอมให้ใช้พื้นที่เป็นที่สอนเด็ก ใช้เวลาสอนประมาณ 1 เดือน เด็กก็เพิ่มมากขึ้น เด็กมีความสุขมาก พ่อแม่เด็กก้ไม่ต้องพาลูกเข้าไปไซด์งานด้วย ดูเหมือนว่าพ่อแม่เด็กจะทำงานอย่างมีความสุข เพราะลูกได้กินอาหารกลางวัน มีขนม มีนมให้เด็ก และลดค่าอาหารในครอบครัวด้วย
ทางเจ้าของโครงการก่อสร้างฯเชิญเราไปพบอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะหาสถานที่ให้ โดยให้ใช้ บ้านที่ก่อสร้างเสร็จแล้วเป็นที่สอน และให้ครูนอนพักด้วยจะได้เดินทางไม่ไกลมากนัก ครูเกียรติจึงเป็นคนนอน แต่ครูจิ๋วต้องเดินทางไป-กลับ มานอนพักที่มูลนิธิ(ซอยปลี้มมณี)
เริ่มงานด้วความซับสนที่จะสอนอะไรกับเด็ก สิ่งที่เรียนมานั้นไม่สามารถที่จะนำมาใช้ได้เลย ต้องมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา แต่สิ่งที่สำคัญ คือเด็กทุกคนมาที่เรียนด้วยความสุขและมีหัวใจในการรักการเรียน เป็นอย่างมาก เริ่มงานด้วยว่าครูศูนย์เด็กก่อสร้างทุกทำงานทุกอย่าง ตั้งแต่การเรียนการสอน การทำอาหารเลี้ยงเด็ก การประสานงานกับศูนย์อนามัยเวลาเด็กเจ็บป่วย การสร้างความเข้าใจกับเจ้าของโครงการ การทำงานกับพ่อแม่เด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง เป็นสิ่งที่ครูจิ๋วต้องเรียนรู้จากพี่เลี้ยง และตัวเด็กลูกกรรมกรก่อสร้างเองที่เป็นครูสอนครูจิ๋วอีกครั้งหนึ่ง