และแล้วโครงการเที่ยวพม่ารอบที่ ๒ ก็ใกล้จะมาถึงอีกครั้ง..  ครั้งนี้เราจองตั๋ว ๐ บาท ของ AirAsia  จองกันข้ามปีเลยทีเดียวค่ะ จองตั้งแต่ ๑๐ ก.พ. ๕๒  แต่เดินทาง ๙ ม.ค.๕๓  ผู้ร่วมทางครั้งนี้เหลือ ๖ คน เพราะจองนานเกินไปสมาชิกบางคนจึงติดภาระกิจ

         เป็นธรรมดาของการไปพม่า สิ่งแรกที่ต้องเตรียมให้เรียบร้อยคือ การขอวีซ่า ... จากที่เคยมีประสบการณ์การทำวีซ่าในครั้งแรก  ที่เขียนเล่าเอาไว้ในบันทึก วีซ่าพม่า.. ใครว่าทำยาก (๑) และ วีซ่าพม่า.. ใครว่าทำยาก (๒)   มาครั้งนี้ก็ลอง Update ข้อมูลอีกครั้งให้ทันยุคสมัย.. พบว่าจากประสบการณ์ของคนที่เคยทำวีซ่าในปี ๕๒ นั้นมีความแตกต่างกัน  บางคนก็บอกว่าต้องใช้ ทะเบียนบ้านด้วย  สำเนาตั๋วเครื่องบิน ด้วย และต้องให้เจ้าตัวยื่นเอกสารเองยื่นทนกันไม่ได้  ประกอบกับ Office ที่รับทำวีซ่าของพม่าปรับปรุงใหม่.. ข้อมูลที่ได้นี้ทำให้เริ่มกังวลแล้วว่า  การทำวีซ่าครั้งนี้จะมีปัญหาอะไรมั๊ยน๊าเพราะเวลาเริ่มกระชั้นชิดและจะปิดปีใหม่ด้วยสิ  

         วันนี้ (๒๘ ธ.ค.๕๓) ก็เลยขอให้พี่ซึ่งเป็นคนจัดโปรแกรมทัวร์ครั้งนี้ไปด้วยเพราะต้องยื่นเอกสารให้ ๖ คน และเกรงว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ให้   สรุปแล้ววันนี้ก็ไปทำวีซ่ากัน ๒ คน พร้อมเอกสารขอวีซ่าของ ๖ คน  (เอกสารก็เหมือนเดิมเลยค่ะ Passport ตัวจริง, สำเนา Passport, Report of Arrival, Application for Entry Tourist Visa, รูปสี ๒ แผ่น  และ เงิน ๘๑๐ บาท)

         เราไปถึงสถานฑูตประมาณ ๙ โมงเช้า คนเยอะมากเลยค่ะ  แต่ส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ แต่รวมทั้งหมดแล้วก็ประมาณ ๓๐ คน เห็นจะได้   ครั้งนี้เนื่องจากเราไปกัน ๒ คน ต้องยื่นเอกสาร ๖ ชุด ก็เลยแบ่งกันยื่นคนละ ๓ ชุด สำหรับขั้นตอนการขอวีซ่าครั้งนี้จะว่าไปก็ไม่แตกต่างจากเดิมเท่าไร  ซึ่งก็มีรายละเอียดดังนี้ค่ะ

         ๑. ต้องขอรับบัตรคิวก่อน... โดยยื่นเอกสารที่ช่องซ้ายสุด (หันหน้าเข้าเคาน์เตอร์)  เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารนิดหน่อยก็ยื่นเอกสารคืนพร้อมให้บัตรคิวมาด้วย  เราได้บัตรคิวหมายเลข ๓๐๘  และ ๓๐๙ ระบุว่ายื่นเคาน์เตอร์หมายเลข ๓

         ๒. รอเค้าเรียกหมายเลข... เนื่องจากวันนี้คนไทยที่ไปขอวีซ่ามีไม่กี่คน  ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ  ทำให้ถึงคิวเราเร็วมากเพราะเค้าจะแยกคนไทยให้ยื่นที่เคาน์เ ตอร์หมายเลข ๓   ชาวต่างชาติยื่นเคาน์เตอร์หมายเลข ๒

         ๓. ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่... เรายื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ ๓ ชุด เค้าก็จัดการให้เลยไม่ได้ถามอะไรเลย  เอ่อใช่..เค้าถามแค่ว่าเดินทางวันไหน  แล้วก็บอกว่าให้มารับวีซ่าวันพุธ (๓๐ ธ.ค.๕๒  ช่วงบ่าย ๓ - บ่าย ๔ โมง) แล้วก็จ่ายตังค์  แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ... จากนั้นก็ถึงคิวพี่อีกคนที่ต้องยื่นอีก ๓ ชุด ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร   

          เอ่อ.. แต่เราก็มีคำถามว่า "จริงๆ แล้วยื่นเอกสารขอวีซ่าแทนกันได้มั๊ย" ก็เลยถามเจ้าหน้าที่  เค้าก็ตอบว่า "จริงๆ แล้วอยู่ที่เค้า (เจ้าหน้าที่) ว่าจะรับหรือไม่  ส่วนใหญ่ก็จะให้มายื่นเอง แต่ถ้ารับก็จะรับเอกสารทั้งหมดไม่เกิน ๕ ชุด/๑ คน"   คำตอบที่ได้นี้เรา ๒ คนก็เลยตีความเอาเองว่า เค้าคงไม่อยากให้บริษัททัวร์หรือกลุ่มคนต่างๆ มาหารายได้ทางการรับทำวีซ่ามากเกินไปมั๊งคะ.. แต่ก็ไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่า อันนี้ไม่ Confirm

         โดยความเห็นส่วนตัวแล้วถ้าเปรียบเทียบความแตกต่างในการทำวีซ่าครั้งนี้ (แบบปรับปรุง) กับครั้งแรก (แบบเดิม)  สรุปได้ดังนี้ค่ะ...

         ๑. แบบปรับปรุงนั้นจะมีช่องตรวจเอกสารและรับบัตรคิว  ในขณะที่แบบเดิมจะมีเจ้าหน้าที่เดินตรวจเอกสารให้และต้องนั่งเรียงแถวตามเก้าอี้  (ใครลุกเสียม้า)

         ๒. แบบปรับปรุงนั้นเจ้าหน้าที่จะทำเร็วขึ้น อาจเป็นเพราะเจ้าหน้าที่วัยรุ่นขึ้น  ในขณะที่แบบเดิมเจ้าหน้าที่จะมีอายุมากหน่อยจึงดำเนินการค่อนข้างช้า

         ๓. แบบปรับปรุง ที่พื้นปูกระเบื้องใหม่ และดู Office สว่างขึ้น  แบบเดิม ดูมืดๆ

         ๔. เอกสารเหมือนเดิมค่ะ

 

และแล้วการทำวีซ่าครั้งนี้ก็จบลงด้วยดี.. ไม่มีปัญหาอะไรมากค่ะ..

กลับจากพจญภัยในพม่าแล้วจะมาเล่าสู่กันฟังต่อนะคะ..

หมายเหตุ  สถานฑูตพม่าหยุดวันที่ ๑ และ ๔ ม.ค. ๕๓ นะคะ

uraiMan