ตอนที่ ๑


ตอนที่ ๒

 
          หลังจากฟังการนำเสนอประเด็นเชิงนโยบายอีก ๑๐ หัวข้อ กับการอภิปราย   และกลับมานอน(ไม่) คิด อีก ๑ คืน    ผมก็ได้ประเด็นสำคัญสำหรับที่จะทำให้ระบบกำกับดูแลอุดมศึกษามีประสิทธิผลจริงๆ 

          หัวข้อของประเด็นที่นำเสนอได้แก่

๕.   ข้อมูลอุดมศึกษาเพื่อสาธารณะ
๖.   การวิจัยระบบอุดมศึกษา
๗.   การจัดกลุ่มอุดมศึกษา ๔ กลุ่ม
๘.   ธรรมาภิบาลในระบบอุดมศึกษา
๙.   กฎหมายอุดมศึกษา
๑๐.   อุดมศึกษากับความรับผิดชอบต่อสังคม
๑๑.   ยุทธศาสตร์อุดมศึกษาไทยในการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประชาคมอาเซียน 
๑๒.   Post Audit ของสถาบันอุดมศึกษา
๑๓.   Best Practice  ของสถาบันอุดมศึกษา
๑๔.   Admission


          ยุทธศาสตร์ที่จะทำให้ สกอ. ประสบความสำเร็จในการทำหน้าที่บริหารจัดการการกำกับดูแลระบบอุดมศึกษาอย่างมีประสิทธิผล   ตามความคิดของผม (ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด) ได้แก่

๑.   ขจัดงาน operation ที่เป็นงานงอก ไม่ใช่งานหลัก ออกไปเสีย


๒.   ว่าจ้างบริษัท consultant มาศึกษาภารกิจหลัก และผลสัมฤทธิ์ในการทำหน้าที่กำกับดูแลระบบที่แท้จริง    และเสนอแนะวิธีจัดแบ่งงานและจัดส่วนงานขององค์กรใหม่   รวมทั้งเสนอแนะวิธีพัฒนาทักษะที่ต้องการในการทำหน้าที่


๓.   ในขณะเดียวกัน แสวงหาความร่วมมือกับสถานทูตฝรั่งเศส    ขอทีมผู้เชี่ยวชาญมาประเมินระบบกำกับดูแลระบบอุดมศึกษาไทย    ทั้งในระดับประเทศ และระดับสถาบัน   โดยทำงานร่วมกับสถาบันคลังสมองฯ


๔.   ดำเนินการเพื่อสร้างความรู้ สร้างกระแส และกระบวนการในวงการอุดมศึกษา และในสังคมไทย    เพื่อยกร่างกฎหมายอุดมศึกษาใหม่ ที่ครอบคลุมทุกด้าน   และจะทำให้อุดมศึกษาเป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสังคมได้อย่างแท้จริง    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบอุดมศึกษาจะใช้ทรัพยากรของชาติอย่างสมเหตุสมผล และสร้างผลกระทบต่อสังคมอย่างคุ้มค่า    ย้ำว่าเป้าหมายหลักของกระบวนการนี้ไม่ใช่แค่ให้ได้ พรบ. ใหม่    แต่เพื่อให้เกิด social learning เกี่ยวกับอุดมศึกษากับสังคม ด้วย

          ในช่วงเวลา ๑ ปีที่ผ่านมา    กกอ. วางหลักคิดหรือปรัชญาการกำกับดูแลระบบอุดมศึกษาไว้อย่างครอบคลุม และ innovative   และท่านเลขาธิการ สกอ. ก็ได้สังเคราะห์ประเด็นมานำเสนออย่างดีมาก น่าชื่นชม    แต่การดำเนินการยังเสนออย่างแยกส่วน    มีลักษณะต่างสำนักต่างทำ   ผลสำเร็จในการกำกับดูแลระบบที่ดีจะไม่เกิด เพราะฝ่ายจัดการไม่มีระบบการทำงานที่ร่วมมือกัน   ยังทำงานแบบแยกส่วนต่างฝ่ายต่างทำ    และยังทำเป็นเฉพาะการกำกับดูแลแบบ Fiduciary เท่านั้น   ยังไม่มีทักษะในการทำงานกำกับระบบแบบ Strategic และแบบ Generative

          ด้วยเหตุนี้ผมจึงมีข้อเสนอให้ดำเนินการเพื่อปรับระบบงานของฝ่ายจัดการ คือ สกอ. ตาม ๔ ข้อข้างบน

          ซึ่งหมายความว่า เป็นข้อเสนอภายใต้ข้อสรุปว่า   การดำเนินการกำกับดูแลระบบอุดมศึกษาในปัจจุบันยังไม่เป็นที่น่าพอใจ   และจะให้ได้ผลจริง ระบบการจัดการต้องเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่ใช่ค่อยๆ ปรับปรุงทีละเล็กละน้อย   ต้องการการเปลี่ยนแปลงแบบ Quantum Jump   ซึ่งจะมีความเจ็บปวดแบบคนคลอดลูก   แต่หลังจากนั้นแล้ว คนในระบบจะมีความสุขตามมา  

 

วิจารณ์ พานิช
๑๕ ธ.ค. ๕๒