บรรยากาศของมิตรไมตรีจิต ครู- ศิษย์ -เพื่อน

เพื่อนโทรฯมานัดหมายรวมรุ่นก่อน ๒ วัน  โชคดีที่มีการเลื่อนกำหนดการจัดค่ายฯออกไป  สัปดาห์นี้จึงว่างเว้นจากการเดินทางไปที่อื่นๆ  หากจำไม่ผิด ๖ เดือนที่ผ่านมาไม่มีโอกาสได้ใช้เวลาในช่วงสุดสัปดาห์อยู่ในจังหวัดกำแพงเพชรเลย 

          
      

หลังจากจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนสตรีนครสวรรค์   ชีวิตถูกหักเห-โดนหักมุม …. ไปศึกษาอยู่วิทยาลัยครูกำแพงเพชรเป็นเวลา ๒ ปีเนื่องจากเตี่ยขอร้องให้กลับมาอยู่ที่นี่และเรียนครูโดยยกเหตุผลอ้างว่า  นิสัยขี้เกียจนอนตื่นสายแบบผู้เขียน  สมควรประกอบอาชีพครูซึ่งมีวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และปิดเทอม  หากไปทำงานอย่างอื่นที่มีการแข่งขันสูง คงไม่ทันเขา....   บุพการีขอร้องทั้งทีก็ต้องโอนอ่อนผ่อนตามไปก่อนแล้วค่อยกลับลำทีหลัง…  โดยแอบวางแผนซ้อนไว้… ยอมสมัครสอบและไปสอบโดยไม่อ่านหนังสือ  คาดหวังไว้ว่าหากสอบไม่ผ่านและไม่มีสถาบันใดๆรองรับ  ท่านคงยอมให้ไปเรียนที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง  แต่….ชีวิตเหมือนถูกลิขิต… ผู้เขียนต้องเริ่มต้นชีวิตในสังคมใหม่…. ไม่มีเพื่อนที่รู้จักสักคน ไม่คุ้นเคยแม้แต่วัฒนธรรมในครอบครัวของตนเพราะถูกจัดให้ไปอยู่กับญาติตั้งหลายปีได้รับอนุญาตให้กลับมาเยี่ยมเยียนปีละ ๑-๒ ครั้ง   ต้องศึกษาเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตของสังคมและชุมชนที่นี่อย่างเหนื่อยยาก   ขอขอบคุณเพื่อนๆ กลุ่มนี้ที่หยิบยื่นไมตรีจิตและช่วยประคองชีวิตอันสับสนให้เข้ารูปเข้ารอยสามารถยืนอยู่ในสังคมที่นี่ได้อย่างอบอุ่นและเป็นสุข

     

      ด้วยภารกิจที่แตกต่างกันไปตามวัยและสถานภาพของเพื่อนๆ จึงรวมตัวกันได้ ๑๓ คน  ส่วนที่เพิ่มเติมอีก ๒ คนของช่วงเช้า และเพิ่มรวมเป็น ๓ คนในภาคค่ำล้วนเป็นสะใภ้และเขยของรุ่นนั่นเอง   นัดหมายกันที่ร้านอาหาร ตั้งแต่เวลา ๑๐:๓๐ ทานอาหารไป-คุยกันไป อย่างออกรสจนถึงเวลา  ๑๗: ๓๐ น  ทุกคนล้วนถวิลหาบรรยากาศเก่าๆ อันเปี่ยมไปด้วยสัมพันธภาพอันดีที่ใสซื่อบริสุทธิ์และจริงใจ  โดยไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน    โทรฯไปเชิญอาจารย์นิพนธ์  บรรจง อาจารย์ที่ปรึกษามาด้วยเพื่อสวัสดีปีใหม่ …. มีการแนะนำตัวเพื่อช่วยให้อาจารย์ระลึกได้ง่ายขึ้น  แม้เหตุการณ์จะผ่านเลยมาหลายสิบปีแต่ดูเหมือนความทรงจำของอาจารย์ที่มีต่อศิษย์รุ่นนี้ยังคงไม่จางหายไปตามกาลเวลาที่พ้นผ่าน    ลูกศิษย์ยังคงใช้สรรพนามแทนตนกับอาจารย์เหมือนเดิม

     
                    
                           สาวเสน่ห์แรง....เอ็นดูเด็ก 
 
คุณครูวิชุตา บอกข้อมูลเพิ่มเติมว่า  หนูเปลี่ยนนามสกุลแล้วนะคะ  เป็นนามสกุลของคนที่นั่งข้างๆ คนนี้แหละค่ะ

      
                           
                              สาวโสดหัวใจแกร่ง

     คุณครูมารยาท  ตอกย้ำสถานภาพตนเองว่า   หนูยังใช้สรรพนามนำหน้าชื่อเป็นนางสาวอยู่เหมือนเดิมค่ะ   เมื่ออาจารย์ถามว่าแล้วไม่คิดจะแต่งงานหรือไง   เธอตอบด้วยเสียงแผ่วเบาว่า   หนูคงไม่....แล้วมั๊งคะ (ขอเน้นว่า….แผ่วจนเกือบไม่ได้ยิน  ไม่มีการเน้นน้ำหนักของคำ  เผื่อมีโอกาสไง….Whew)  แถมคุยเฟื่องต่อว่า  ศิษย์รุ่นเก่าๆ ของ วค.กำแพงเพชรล้วนได้ดี- มีงานทำทุกคน  แถมมีตำแหน่งใหญ่โตหลายคนทีเดียว  มีทั้งผู้อำนวยการ และครูระดับ คศ. ๓ ที่นั่งอยู่นี่ก็ ๔ คนไปแล้ว

                      
                     
                           สาวมั่นผู้มีหัวใจอันอบอุ่น

     คุณครูเสาวภา.... คุยโวอย่างภูมิใจว่า  อาจารย์ลักขณาบอกว่าเพราะศิษย์รุ่นนี้เป็นเด็กดี  อาจารย์จึงจำได้แม่นยำ  ( ลูกศิษย์ ๒ ประเภทที่จำได้ง่าย คือ  เรียนเก่ง/ดี กับ เรียนแย่/เกเร )

      
                           
                                   คู่ชีวิต-คู่ขวัญ

คุณครูภีรพันธ์  หนุ่มจังหวัดตากหน้าตาออกแนวเกาหลีโดยไม่เสริมแต่ง  แต่ปัจจุบันหุ่นเริ่มใกล้เคียงเจ้าสัว....  ยังคงถูกเรียกขานในตำแหน่งหัวหน้า(ห้อง) เช่นเดิมโดยไม่มีการปลด(แอก) ควงคู่ภรรยาคนสวยมาร่วมงานด้วยจนจบรายการอาหารเย็นในเวลา ๒๐:๔๐ น. อดไม่ได้ที่จะแอบเช็คชื่อผู้มาร่วมงานเพื่อรายงานอาจารย์เช่นเดิม ฮา…..

    
                        
                         รายงานอาจารย์ที่ปรึกษา

 หลายคนไม่ยอมเปลี่ยนแปลง….  แม้กาลเวลาจะล่วงเลยเปลี่ยนไปก็ตาม  อย่างเช่นคุณครูนิตยา คุณครูพรรณี  คุณครูปาริชาติ  คุณครูอารีย์  คุณครูพัชราพร คุณครูเครือวัลย์และคุณวนิดา   ภาพแห่งความหลังครั้งอดีตยังตราตรึงอยู่ในห้วงแห่งความทรงจำที่ดี 

      
                       
                     คู่รักหวานแหววแห่งปีของรุ่นค่ะ

   คุณสุทัศน์คู่ชีวิตของคุณครูเสาวภา  แกล้งบ่นกระปอด-กระแปดเมื่อพบหน้ากันช่วง ๖ โมงเย็นว่า  กินอะไรกันตั้งแต่เช้า-ค่ำ ยังไม่เสร็จเสียที แถมเม้าท์ภรรยาว่า ตั้งแต่อยู่กันมาหลายปี  คุณเสาวภาไม่เคยประพฤติปฏิบัติแบบนี้มาก่อน  ไปทำผมตั้งแต่ ๒ ทุ่ม- ๔ ทุ่ม  แถมตื่นขึ้นมาอาบน้ำ-แต่งตัวตั้งแต่ตี ๕ ตรงกันข้ามกับทุกวันที่ต้องปลุกให้ตื่น ฮา  ฮา ฮา   คุณครูเสาวภาหัวเราะแก้เขิน  กล่าวเสริมว่า จริงๆนะ ตื่นเต้นที่จะได้พบเพื่อน  เลือกเสื้อผ้าใส่ไม่ถูกเลยทีเดียว  ไปงานอื่นๆยังไม่กังวลขนาดนี้เลย
                     

    

        ภาพหมู่หลังจากพระอาทิตย์อำลากลับไปนานแล้ว

  หลายสิบปีผ่านไปที่ไม่มีโอกาสได้พบเจอ    ทั้งครูและศิษย์จึงมีเรื่องพูดคุยกันมากมาย ทั้งเรื่องเกี่ยวกับการศึกษา  การเมือง  สังคมและประเทศชาติ  ได้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ทั้งแนวทางการพัฒนาการศึกษา   การทำงานและประสบการณ์ชีวิต
    “ เชื่อไหมว่า  เค้ามีสำเนาเอกสารคำขอ ที่คัดลอกมาจาก กค. ของหลายๆ คน  ทั้งจากพิษณุโลก พะเยา ฯลฯ เขียนเหมือนกันเป๊ะเลย   มีหลายคนๆ มาขอดูงานบ้านเค้า  เห็นแล้วเลยปลงอนิจจัง  จึงไม่อยากทำ ”

   ที่เขากำหนดให้ทำการวิจัย เพื่อต้องการพัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้น แต่ครูบางคนกลับนำภาระงานมาเบียดบังเวลาสอน แทนที่จะหันมาใส่ใจดูแลนักเรียนฯลฯ 
    ครูที่สอนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน   เมื่อทำผลงานเสร็จ  ไม่ค่อยได้นำผลงานเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควร  ในเมื่อคุณภาพการศึกษาต่ำลง  คาดว่าในอนาคตอาจจะย้อนให้กลับมาสอบเลื่อนตำแหน่งแทนการสร้างภาพและคัดลอกเอกสารเป็นรูปเล่ม(สำหรับบางคน)

   “ แฟนเค้านะ  ชอบส่องพระ  วันๆ ส่องดูแต่พระ…”(น่าเห็นใจจริงๆที่ไม่ส่องดูเธอบ้าง ฮา....)

    
ปีนี้เราไม่จัดงานวัน Christmas เพราะกลัวนักเรียนใส่เสื้อแดงมา ....” 
  
   “ หลานเราได้ไปญี่ปุ่นด้วยนะ   ได้ทุนแค่สิทธิของมหาวิทยาลัย  ต้องออกค่าเครื่องบินเอง แต่คุ้มมากเลย  นำการศึกษาไทยไปนำเสนอ  มีการประยุกต์การรำไทยไปโชว์และมอบมาลัยดอกไม้ให้หัวหน้าใหญ่  โอ้โฮ…ชาวญี่ปุ่นทึ่งมาก  บอกว่าทำได้ไง  อลังการงานสร้างมาก ”

    ข้อคิดจากอาจารย์นิพนธ์  สรุปได้ว่า  การสอนสมัยนี้ ต้องปรับกลยุทธ์ในการสอนใหม่  จะเรียกให้นักเรียนมานั่งท่องศัพท์คงเป็นไปไม่ได้  แต่ให้สอดแทรกไปที่กิจกรรมเสริม  เช่นเกม  บทบาทสมมุติ  ละครฯลฯ  เดี๋ยวนี้มีรายการโทรทัศน์สอนเกี่ยวกับภาษาดีๆ หลายรายการ  การเรียนรู้ภาษาต้องพยายามสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมือนกับภาษาแม่  เด็กๆ ที่เกิดและเติบโตที่นี่ฝึกฝนการเรียนรู้ภาษาไทยด้วยการใช้ไปเรื่อยๆ ค่อยๆปรับประโยคให้ถูกต้อง  จนสามารถใช้ภาษาได้ดี   ดังนั้นการเรียนภาษาจะให้ได้ผลก็ต้องจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการฝึกฝน เหมือนกับมี LAB รอบตัว  ได้ใช้ภาษาสื่อสาร    อาจจะไม่สมบูรณ์แบบแต่ทุกภาษาสามารถพัฒนาได้ ฯลฯ

   
                          สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๓
    
อาจารย์นิพนธ์ อวยพรให้ทุกคนมีความสุขและประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานและมีชีวิตที่มีความสุข 
     ต่างให้คำมั่นสัญญาว่าต่อจากนี้ไปจะต้องรวมตัวกันให้ได้อย่างน้อย ๑-๒ ปี/ครั้ง  คุณสุทัศน์รีบเดินมาสำทับเพื่อนๆภรรยาว่า ต้องหาโอกาสพบกันให้ได้นะ  ผมมีความสุขมากที่เห็นร่องรอยความสุข-สดใสฉาบอยู่ทั่วใบหน้าคุณครูเสาวภา ซึ่งไม่เคยได้เห็นมาก่อน  
   ....ปีหน้าวางแผนจะไปล่องแพที่จังหวัดตากเพราะมีเพื่อนอยู่ที่นั่นหลายคนหรือไม่เช่นนั้นก็ลุยไปหาเพื่อนอีกคนที่จังหวัดเชียงราย....การกำหนดวัน-เวลา ต้องรอเช็คคิวของคุณครูเสาวภาและผู้เขียนก่อน นอกจาก ๒ คนนี่แล้วที่เหลือเขาไม่มีปัญหาจ้ะ....(โต้เถียงไม่ขึ้นจริงๆ)