เช้านี้ชาวเฮฮาศาสตร์มีนัดกันที่โรงเรียนสตรีภูเก็ต

ท่านอัยการจัดการบ้านให้ไปพบคณาจารย์ในเรื่องKM.

เมื่อได้รับโจทย์แล้วเราฟันธงเห็นชอบมอบเล่าฮู กับ พระอาจารย์Handy

เรื่องนี้ลงตัวอย่างชื่นหมื่น..

8.00 น.

คุณแอ๊ด กับ ท่านอัยการชาวเกาะ มารอพบเราที่โรงเรียน

เจอหน้ากัน..มหกรรมการกอดก็เกิดขึ้น

รถโรงเรียนมารับ เสียเวลาเล็กน้อยเพราะคอยน่องหวาน นึกว่ายังไม่ขึ้นรถ..ที่แท้ขึ้นมาก่อนเพื่อน เพียงแต่ตัวเล็กมานั่งอุบเงียบมองไม่เห็น แถมยังไม่ส่งเสียงอีกต่างหาก หลังจากรอ รอ รอ..สุดท้ายค้นพบว่านั่งอิบอิบอยู่ท้ายรถนี่เอง ฮาๆๆ โรงเรียนภูเก็ตเตรียมข้าวต้มแกล้มปาท่องโก๋ .. แถมซาลาเปารสเด็ด อิ่มอร่อยแต่เช้าเลยละครับ หลังจากนั้นก็เข้าห้อง  มีคณาจารย์มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประมาณ 60 ท่าน หลังจากท่านอัยการเกริ่นนำ  ผมเชิญเล่าฮูแสวงเปิดฉาก ..ตามสไตล์เฮฮาศาตร์ ..ไมค์อยู่ที่ใครคนนั้นต้องพูด..เล่าฮูเสนอแบบเสียงดังฟัง ชัด จับไมค์แล้วท่านก็ร่ายลีลาด้วยการยกเรื่องราวที่ผ่านพบที่หลากหลาย สนุกครึกครื้นเชียวละครับ ร้องโขนกึกก้องห้องประชุม

ก่อนอ.แสวง วางไมค์ เปิดโอกาสให้อาจารย์ได้ซักถาม

เรื่องการทำน่าแบบ ไม่ไถ -ไม่หว่าน -ไม่ใส่ปุ๋ย ได้รับความสนใจอย่างมาก

บรรยากาศดีเชียวละครับ แคว๊กๆๆ..

ท่านที่รับไม้ลำดับที่2 คือ พระอาจาีย์พินิจ พันธุ์ชื่น (Handy )

อาจารย์เป็นคนไชยา สุราษฎร์ จึงแลงใต้ได้อย่างเนียนมาก

เป็นการเปิดฉากเรื่องKM.อีกสไตล์หนึ่งที่นิ่มนวล

อาจารย์Handy..เริ่ม KM.ที่ใจ  แม้พูดต่างกันสุดท้ายก็เรื่องเดียวกัน

อยากจะเริ่มตรงที่คำถาม ..ถามใจเธอดูก่อน ควรเป็นไปตามธรรมชาติ

มองเป็นส่วนก็ได้ แต่ควรรู้วิธีรวมส่วน

เหมือนการเอาอุปกรณ์อาไหล่รถมาประกอบเป็นรถยนต์ทั้งคัน

มนุษย์เจริญได้เพราะมีการจัดการความรู้

วิวัฒนาการความรู้ได้ไต่ระดับขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้ง

มีทั้งความรู้ที่ถูกต้อง ..KMแท้ในวิถีชีวิตมนุษย์ มีอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่เข้ารูปเข้ารอย

ความรู้เสมือนจริง จากผู้ที่ไม่ได้เรียนรู้จากการปฎิบัติ จึงรู้ครึ่งๆกลางๆงูๆปลา

ดินพอกหางหมูอย่างไรก็อย่างนั้น

พอกความไม่รู้เอาไว้อย่างแน่นเหนียว

จะตีแตกความรู้ได้ควรมีการจัดการความรู้นะครับ

เราจึงจัดการความรู้ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นๆๆ..

หัวใจของKM.คือการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ

ทำกับมือให้รู้็ซึ้งแก่ใจ รู้เข้าไปในลึกหัวใจ

ถ้ามีความรู้จริงจะไม่สงสัย ถ้ายังสงสัยแสดงว่ายังไม่รู้จริง ไม่รู้แจ้ง

คนรับไม้ที่ 3 โยนไมค์ให้คุณตฤณ ตัณฑเศรษฐี

มาสรุปขมวดหางศิลป์ ในเรื่องความเป็นไปในกระบวนการพัฒนาไอทีในประเทศไทย

รอกอดได้เล่าที่ไปที่มาได้อย่างละเอีอดละลอ

ตามวิธีไม่ได้พูดให้เชื่อ..แต่พูดให้คิด

สนุกกับความคิดก็ดีนะครับ ถ้าเราคิดอย่างมีคุณภาพ

แคว๊กๆ

เรียนในห้องได้ความรู้

เรียนนอกห้องได้ความจริง

เอาความรู้+ความจริง = ความรู้จริง

ความรู้จริงคือกระบวนการของKM.ครับผม

คุณตฤณให้แง่คิดส่งท้าย..

ควรเริ่มจากการสังเกต มีสติสัมปัชญญะ

ถ้าคนเราไม่เอ๊ะ ก็ไม่สามารถฉุกคิดได้

สติสัมปชัญญะ คืออ๋อ ..อ๋อมันอย่างนี้เอง

ไม่มีเอ๊ะ ไม่มีอ๋อ..ก็เริ่มต้นKM.ยาก

แคว๊กๆ