ความรู้เรื่อง"สติ" กับ "สมาธิ" วันนี้จะอธิบายธรรมะเรื่องสติกับเรื่องสมาธิให้ท่านได้ฟังสักหน่อย คำว่า สติ แปลว่าความระลึกได้ ระลึกรู้ว่าขณะนั้นเราทำอะไรอยู่ก็ให้มีสติอยู่ตลอดเวลา ส่วนสมาธิ แปลว่าความตั้งมั่นแห่งจิต หรือภาวะที่จิตตั้งมั่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานๆ เรียกว่าจิตมีสมาธิ สติเปรียบเหมือนกับดอกไม้ ส่วนสมาธิ เปรียบเหมือนกับ กลิ่นหอมของดอกไม้ ถ้าไม่มีดอกไม้จะมีกลิ่นหอมของดอกไม้ได้อย่างไร ดังนั้นการฝึกสมาธิ ก็คือ การฝึกให้มีสตินั่นเอง เมื่อเรามีสติอยู่กับตัวแล้วสมาธิก็จะมีตามมาเองเมื่อเรามีสติ สมาธิ และปัญญาก็จะมีตามมาได้เอง เพราะเมื่อเรามีสติดี สมาธิของเราก็จะอยู่กับสิ่งที่เราเรียน ปัญญาคือความรอบรู้ในสิ่งนั้นก็จะเกิดขึ้นได้เองโดยอัตโนมัติ
หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน จังหวัดนครราชสีมา มีลูกศิษย์คนหนึ่งไปบอกท่านว่าไม่สามารถที่จะเรียนให้จบปริญญาตรีได้แต่ท่านก็บอกว่าให้ไปเรียนเถอะเรียนจบได้หมดทุกคนนั้นแหละ ถ้ามีสติอยูเสมอเวลาเรียนหนังสือก็ให้มีสติสังเกตดูเวลาครูสอนท่านพูดอะไร ท่านเขียนอะไร ท่านชี้ไม้ชี้มืออย่างไรก็ให้สังเกตดูและมีสติรับรู้อย่ตลอดเวลาก็จะเข้าใจได้แจ่มแจ้งตามที่ครูสอนทุกประการ
ลูกศิษย์ของท่านคนนั้นมาปฏิบัติตามที่ท่านสอนเอาไว้ เวลาที่ครูสอนอะไรก็สังเกตดูแทบไม้กะพริบตาจากเรื่องที่ยากๆ ก็กลายเป็นเรื่องที่ง่ายสามารถเรียนจบปริญญาตรีได้ตามกำหนด 4 ปี และเรียนต่อปริญญาโท ทุกวิชาเขาเรียนผ่านได้อย่างสบายและได้เกรด A เกือบจะทุกวิชา เวลาจะสอบวิทยานิพนธ์ซึ่งเป็นการสอนสัมภาษณ์ ทีแรกลูกศิษย์คนนี้ของท่านก็คิดหนักใจอยู่เหมือนกัน พออ่านตำราไปนั่งคิดไปคำถามก็ผุดขึ้นมาในใจทันทีพร้อมคำตอบผุดขึ้นมาด้วย พอถึงวันสอนอาจารย์ผู้สอบสัมภาษณ์ก็ถามคำถามที่ผุดขึ้นมาในความคิดของเขาทุกข้อและเขาก็ตอบได้ตามนั้นทุกข้อ จนอาจารย์ผู้สอบสัมภาษณ์ก็ประหลาดใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมเขาจึงตอบได้รวดเร็วอย่าง
นี้ เขาบอกอาจารย์เขาฝึกสติตลอดเวลาที่เรียนในห้องเรียนกับอาจารย์และเวลาทำอะไรก็ให้มีสติอยู่กับสิ่งนั้นตลอดเวลาจึงทำให้เขาสามารถตอบคำถามได้อย่างรวดเร็ว ลูกศิษย์คนนี้ทีแรกเป็นหัวไม่ดีหลังจากที่เขาได้ฝึกสติอย่างที่หลวงพ่อพุธ ฐานิโย สอนก็ทำให้เขาเรียนเก่งขึ้นมาทันที ถ้าใครอยากเรียนหนังสือเก่งก็ให้ท่านมีสติตลอดเวลาที่เรียนหนังสือ ก็จะทำให้ท่านเรียนหนังสือเก่งไปเองโดยอัตโนมัติ