ขอพักยกจากการอ่าน paper มาเขียนบันทึกซะหน่อย
ครูสอนว่า
ตัวชี้วัดที่ดีของครูก็คือ ศิษย์ หากว่าศิษย์ประพฤติปฏิบัติตัวได้เหมาะสม ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงครู
หนูมองย้อนกลับมาที่ตนเอง แล้วมองขึ้นไปที่ครู
หนูเชื่อมั่นและศรัทธาในท่าน แต่หนูเองยังไม่สามารถเชื่อมั่นและศรัทธาในตนเอง ครูสอนหนูทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทั้งทำให้เห็น หรือ แม้กระทั่งพร่ำสอน หนูก็ยังไม่สามารถ อยู่เหนืออารมณ์ได้ หนูยังทำอะไรตามอารมณ์อยู่ หลายครั้งหลายครา ก็ยังเป็นอยู่
เมื่อคืนครูถามว่า
“ยังไม่เบื่อหน่ายอีกเหรอ ยังไม่เบื่อหน่ายในโลกอีกเหรอ”
หนูก็ตอบครูตรง ๆหลังจากที่สำรวจลงไปในใจ
“ค่ะ มันไม่ลงใจ มีแต่ยินดีพอใจกับสุขที่โลกสมมุติมาคอยหลอกลวง”
แล้วตอนนี้หล่ะ หนูได้ยินแต่เสียงคร่ำครวญในใจ ครูถามต่อ
“มันเศร้าหมองไหม ไม่เบื่อมันมั่งเหรอ ความเศร้าหมองหน่ะ”“เบื่อค่ะ” ตอนนั้นใจหนูก็คร่ำครวญ
หนูได้แต่อดทน
เห็นความโง่ของหนูไหมค่ะ ขนาดมีครูดีแล้ว ครอบครัวดีแล้ว แต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ แต่หนูก็ไม่หยุดหรอกค่ะ จะขออดทน สู้ต่อไป จนกว่าจะหมดสติ หมดปัญญา แล้วก็อดทนเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มันปรากฏขึ้น เพื่อให้ใจได้เรียนรู้ทุกสิ่ง ทุกอย่าง อย่างที่มันเป็น
แต่หากมองย้อน หนูก็เห็นพัฒนาของตนเอง แต่ก็ถือว่าช้า เมื่อเทียบกับโอกาสที่ได้ แต่หนูก็จะพยายามค่ะครู แม่หนูจะมีศรัทธาน้อยกว่าใคร ๆ แต่หนูก็จะอดทน อดทนกับความอิจฉาในใจ อดทนกับความอยากในใจ อดทนกับสิ่งต่าง ๆ ที่มันบีบมันคั้นในใจ
กราบขอบพระคุณที่เตือนสติค่ะ