เมื่อเช้าข้าพเจ้าขับรถสบายๆ...จากบ้านถึง รพ.ป่าติ้ว
ได้รับความห่วงใยจากพี่แก้วโทรถาม...ถึงการเดินทาง ทำให้การเดินทางเช้านี้มีสติมากขึ้น ขับรถแบบไม่เร่งรีบ เมื่อมาถึง...ห้องประชุมมีหลายท่านที่มานั่งรอ และนั่งฟังเรื่องเล่าจากพี่โอ...บอกเล่าถึงการเรียนรู้ R2R เมื่อวานนี้...รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ทำให้ใจนี้ชุ่มชื่น
สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่นำพาไปสู่การเรียนรู้ด้วย "หัวใจ" ทำให้ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า รพ.ป่าติ้วน่าจะเป็นอีกพื้นที่หนึ่งของการนำพาตนให้ละความเห็นแก่ตัวและทำเพื่อผู้อื่นมากขึ้น
ระหว่างการเริ่มต้นเส้นทางการเรียนรู้วันนี้...ช่วงแรกมีคนน้อยมาก ทราบว่ามีภาระกิจที่ติดพัน... เราเริ่มต้นกระบวนการด้วยการ "พักกายพักจิต" ตามลมหายใจเข้าสบายและลมหายใจออกสบาย... มันคือ ความสุขเล็กๆ ที่เราใช้หล่อเลี้ยงจิตใจเรานะ ลมหายใจอันสบาย...
เมื่อเราได้นำพาเราสู่ความผ่อนคลาย...
เราใช้เวลา...นำพาตนเองอยู่กับตนเอง ในการทบทวนต่อตนเองในการงานที่เราทำ
การที่เราได้ลงมือเขียน... คือ การเริ่มต้นนำพาตนเอง ต่อการทบทวนตนเองอย่างใคร่ครวญ... ทำให้มองเห็นภาพความคิด ความรู้สึกของตนเองชัดเจนขึ้น
มีหลายเรื่องราวที่ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจ
ตามลมหายใจและเรียนรู้เรื่องราวหน้างานของตนผ่านเรื่องเล่าที่เรียบเรียงออกมา
- งานของฉัน คือ อะไร
- ฉันมีเป้าหมายการทำงานอย่างไรบ้าง...
- การทำงานที่ผ่านมาอะไรคือ ปัจจัยที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันมีความสุข
- ในงานของฉัน...มีอะไรบ้างที่ฉันคิดว่าน่าจะพัฒนาต่อได้ เพราะอะไร และเพราะอะไร...ฉันจึงอยากพัฒนางานนี้

หลายๆ เรื่องเล่าทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจ...
มันคือ การเริ่มต้น ของคนทำงานเพื่อผู้อื่น มีใจนอบน้อมและอ่อนโยนมากขึ้น มองเห็นแก่ประโยชน์ของตนเองน้อยกว่าประโยชน์ที่ชาวบ้านควรได้รับ แง่คิดหนึ่งที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้จากเรื่องเล่าคนหน้างาน รพ.ป่าติ้วนี้ คือ ... คนสาสุข...อีกหลายคนที่เป็นดั่งช้างเผือก คิดและปรารถนาที่อยากจะทำการงานมากมายเพื่อผู้อื่น มากกว่าการที่อยากจะได้ผลงาน...
ตอนนี้ข้าพเจ้าไม่หวั่นใจ...เลย ว่า แนวร่วมในอุดมการณ์แห่งตนเองนั้นมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ... อุดมการณ์ที่ว่า "ละความเห็นแก่ตัว"...ทำเพื่อผู้อื่นให้มาก
หากว่า...สังคมไทย...ร่วมใจกันทำเช่นนี้
อณูแห่งความสุขคงจะแผ่ซ่านไปทั่วทุกย่อมหญ้า...แน่นอน
เรื่องเล่า...คนเบื้องหลัง
งานหน่วยจ่ายกลาง...เป็นงานที่ฉัน มองเห็นคุณค่าในตัวของงาน เพราะอะไรรู้มั๊ย.. งานนี้ได้เป็นแหล่งที่ขัดเกลาความรู้สึก นักคิดของฉันได้ไม่น้อย ก่อนที่ฉันรู้ว่าคุณค่าของงานนี้ ได้เปลี่ยนวิธีคิดของฉันได้ คือ ความสุขอยู่ที่วิธีการคิดนั่นเอง
ก่อนหน้านี้...ที่ยังไม่ได้มาอยู่ ฉันคิดว่างานนี้ดูไม่คู่ควรพยาบาลอย่างฉันที่จะลงมา เพื่อนหลายคนก็บอกเช่นกัน ...
พอฉันลงมารู้สึกว่า คือ งานหนักมาก คิดมาสารพัด และแล้วเมื่อได้ลงมาเรียนรู้การทำงาน ฉันเริ่มรู้แล้วว่างานที่นี่มันไม่ธรรมดาซะแล้ว จึงเริ่มค้นหาว่า
เอ๊ะ...ทำไม เด็กแรกเกิดติดเชื้อเยอะจัง...
ทุกอย่างห็แก้หมดแล้วทำไมนะ...
เท่าที่สังเกตตั้งแต่เริ่มอยู่ห้องคลอด พบว่า ต้องตรวจสอบภายในไม่เคยผ่านเลย แต่ spect test ผ่านทุกครั้ง ทำให้ฉันเริ่มสงสัยว่าการทำการทำสอบ spect test ทำกันอย่างไร จึงเริ่มศึกษาเพราะตั้งใจว่า...
เป้าหมาย...ของงานจ่ายกลางนั้นจะต้องส่งมอบ อุปกรณ์ที่ปลอดเชื้อ อย่างมีคุณภาพ จากนัั้นฉันได้วิธีเรียนรู้ เรียนรู้ เรียนรู้ ในทุกๆ เรื่อง สนใจที่จะศึกษาวิธีการการพัฒนาระบบการปลอดเชื้อ เจ้าหน้าที่รู้จนทราบวิธีการทำ spect test ที่ถูกวิธี การใช้เครื่องมือ นำพาน้องๆ ในที่ทำงาน ทำทดลอง เรียนรู้ทุกวัน...จนได้วิธีการทำงานใหม่ นอกจากนั้นจึงตั้งคำถามว่า...
ต่อ...
สิ่งที่เราตัดสินใจนี้ไม่ชัดเลย...ที่ได้ไปรับรู้ทุกข์ของคนไข้ หลายคนที่ได้นำ set ไปทำที่บ้าน เพราะคนเหล่านั้นมาลำบากมาก สิ่งที่เรานำมาปรับปรุงคือ จัดการ set ทำแผลให้ถูกใจชวนญาติที่ทำแผลมาออกแบบ set แลกเปลี่ยนเบอร์โทรกันและกัน
นี่ก็เป็นความสุขเล็กๆ ที่ได้ให้
สิ่งที่ทำให้ได้เรียนรู้ R2R วันที่สอง
รับรู้ถึงพลังของแต่ละคนที่จะได้บอกเล่าเรื่องราว ที่ดีๆในการให้ ของทีมงาน แต่ละคน ซึ่งเป็นสิ่งที่ฟังเพื่อนเล่าแล้วเกิดความสุขใจไปด้วย คงไม่ต่างกันคนที่ได้รับโอกาสถ่ายทอด เรื่องราวดีๆเหล่านั้น ทำให้มองเห็นขุมพลังที่จะกระตุ้นการทำดี อย่างไม่หยุดยั้ง และขอฝากกำลังใจกลับไปถึงอาจารย์ เพื่อเสริมพลัง ให้ที่โรงพยาบาลอื่นๆด้วย การเสริมพลังแห่งความสร้างสรรค์อย่างเป็นสุข
อุ้มบุญ