วันรุ่งขึ้น 18 ธ.ค. พวกเราออกเดินทางจากโรงพยาบาลประมาณเกือบเก้าโมงเช้า สภาพอากาศในวันนี้ค่อนข้างร้อนกว่าเมื่อวาน ระหว่างทางจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช นครไทยมาที่ทรัพย์ไพรวัลย์ แกรนด์ โฮเต็ลแอนด์รีสอร์ท มีแดดแรงตลอดแม้จะเป็นช่วงเช้าของวัน โดยในวันนี้เป็นวันสุดท้ายของวันประชุม เมื่อมาถึงซึ่งเป็นเวลาสายกว่ากำหนดการเริ่มกิจกรรมไปแล้วถึง 1 ชั่วโมง พวกเรากลุ่มนิสิตแพทย์ซึ่งมีหน้าที่สังเกตการณ์และคณะประชุมคนที่เหลือ 2-3 คน รีบเดินเข้าไปในห้องประชุม สมาชิกคนอื่นๆ เริ่มทำกิจกรรมไปบ้างแล้ว โดยวันนี้เรื่องหลักๆ ที่ผู้เข้าร่วมประชุมระดมสมอง คือ การจัดทำแผนงานโครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของตำบล
โดยเริ่มที่กิจกรรมการทำแผนผังความคิดเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ เพื่อระบุปัญหาและนำไปเป็นแนวคิดเพื่อการไปสู่สุขภาวะของคนนครไทย วิทยากรได้ให้ผู้เข้าประชุมติดสติ๊กเกอร์เลือกปัญหาที่ตนคิดว่าสำคัญที่สุด จากนั้นจะเรียงลำดับคะแนนเพื่อหาปัญหาที่สำคัญที่สุดในมุมมองของคนนครไทย และเป็นโจทย์สำหรับกิจกรรมต่อไป เมื่อนับรวมคะแนนและเรียงลำดับเพื่อค้นหาปัญหาสำคัญ 11 ลำดับแรกของคนนครไทย พบว่ามีดังนี้
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพ เช่น อาหาร การออกกำลังกาย ลดพุง
- การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกร
- การสร้างทีมงาน
- การจัดการสุขภาพชุมชน
- ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ
- หมู่บ้านปลอดอบายมุข
- ปัญหาเด็กวัยรุ่น
- ปัญหาสิ่งแวดล้อมและหมู่บ้านน่าอยู่
- การสร้างแกนนำ
- การสื่อสารและการจัดการการเรียนรู้
- การจัดการแหล่งน้ำ
ในช่วงแรกในฐานะผู้สังเกตการณ์ พวกเรารู้สึกสงสัยว่า “ทำไมจึงต้องค้นหาปัญหาสำคัญ 11ลำดับ ทำไมไม่เป็น 3 ลำดับหรือปัญหา 5 ลำดับแรก” แต่แล้วก็ได้ทราบคำตอบว่า เนื่องจากอำเภอนครไทยมี 11 ตำบล กิจกรรมดังกล่าวเป็นกุศโลบายเพื่อค้นหาปัญหาและนำมาเป็นโจทย์เพื่อให้ทั้ง 11 ตำบลนำมาหาวิธีแก้ไข ดังนั้นการค้นหาปัญหาจึงมีการเรียงลำดับหา 11 ปัญหาแรกที่สำคัญ
ในเวลานี้ได้โจทย์มาครบทั้ง 11 ข้อแล้ว วิทยากรได้เปิดโอกาสให้แต่ละตำบลสามารถเลือกเรื่องที่ตนอยากแก้ไขเพื่อนำไประดมสมองภายในกลุ่มและออกมานำเสนอต่อสมาชิกกลุ่มอื่นๆเป็นการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เมื่อแต่ละตำบลได้เลือกโจทย์ที่ต้องการแก้ไขไปแล้ว วิทยากรจึงเปิดโอกาสให้แต่ละกลุ่มนั่งล้อมเป็นวงเล็กๆ เพื่อปรึกษาหารือกันภายในกลุ่มโดยให้แสดงความคิดเป็นรูปแบบ “บันได 5 ขั้นสู่ความสำเร็จ” และเขียนสรุปความคิดของตนลงในแผ่นกระดาษเตรียมนำเสนอต่อไป ช่วงเวลานี้ใช้เวลานานพอสมควร จนวิทยากรต้องเตือนผู้เข้าร่วมประชุมว่า “วันนี้เราจะปิ๊กบ้านกันตอนเที่ยง มีข้าวเที่ยงให้กิน แต่ไม่ได้จองอาหารว่างตอนบ่ายเอาไว้นะ ใครอยากกินต้องจ่ายตังเอง” เรียกเสียงหัวเราะได้ไม่น้อย
ระหว่างนี้พวกเราเดินถ่ายรูปและสังเกตการณ์ไปเรื่อยๆ จนถึงเวลาอาหารว่างทุกคนจึงได้รับประทานอาหารว่างและได้ผ่อนคลายความคิดชั่วครู่ เสร็จแล้ววิทยากรจึงเรียกรวมกลุ่มและให้แต่ละตำบลออกนำเสนอผลงานที่ตนได้คิดสร้างสรรค์เพื่อช่วยแก้ปัญหาสำคัญของนครไทยทั้ง 11 ข้อ แต่เนื่องด้วยเวลาที่จำกัดทำให้แต่ละกลุ่มมีการนำเสนอผลงานโดยใช้เวลาไม่นานนัก โดยรายละเอียดของแต่ละโครงการมีดังนี้

1.การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ : โดยตำบลยางโกลน
บันไดขั้นที่ 1
- สำรวจหาปัญหาสุขภาพและสาเหตุ โดยการทำประชาคมหรือแบบสอบถาม นำข้อมูลที่มีอยู่มานำเสนอต่อประชาชน
บันไดขั้นที่ 2
- วิเคราะห์ปัญหา รวบรวมข้อมูลสาเหตุพฤติกรรมสุขภาพในชุมชน
บันไดขั้นที่ 3
- วางแผนงาน จัดโครงการแก้ไขปัญหาสุขภาพ
บันไดขั้นที่ 4
- ฝึกอบรม มีต้นแบบบุคคลในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
บันไดขั้นที่ 5
- ประชาชนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพดีขึ้น80%
2.การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกร : โดยตำบลห้วยเฮี้ย (ตั้งเป้าหมายโครงการประสบผลสำเร็จภายใน 3 ปี)
บันไดขั้นที่ 1
- ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน
บันไดขั้นที่ 2
- ลดการใช้สารเคมีจากการเกษตรอย่างน้อย30%
- ลดผู้ป่วยจากการใช้สารเคมีจากการเกษตรอย่างน้อย30%
บันไดขั้นที่ 3
- รณรงค์การเลิกใช้การใช้สารเคมีจากการเกษตร
- ค้นหาเกษตรกรผู้มีความเสี่ยงด้วยการเจาะเลือด
- ให้ความรู้
- กลุ่มที่ได้รับผลโดยตรง เช่น ผู้รับจ้างทำการเกษตร
- กลุ่มที่ได้รับผลโดยอ้อม
บันไดขั้นที่ 4: การเฝ้าระวังการเกิดผู้ป่วยใหม่และบำบัดรักษาสิ่งแวดล้อม
- ตรวจแหล่งน้ำและดินเพื่อให้มีสารต่างๆอยู่ในมาตรฐาน
- รักษาผู้ป่วยจากการใช้สารเคมีจากการเกษตรและติดตามเฝ้าระวังการเกิดโรคซ้ำ
- เปรียบเทียบผลก่อนและหลังทำโครงการ
บันไดขั้นที่ 5: ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์
- สร้างแรงจูงใจ
- เลิกใช้สารเคมีทางการเกษตร , ใช้เกษตรอินทรีย์100%
- มีชุมชนตัวอย่างและเปิดโอกาสให้ชุมชนอื่นได้ศึกษาดูงาน
3. การสร้างทีมงาน : โดยตำบลนาบัว
บันไดขั้นที่ 1: คัดเลือกตัวแทน
- จากกลุ่มในหมู่บ้าน(อาชีพ , แม่บ้าน , เยาวชน , ผู้สูงอายุ)
บันไดขั้นที่ 2: อบรมให้ความรู้ในการทำงาน
- เช่น การป้องกันโรค , วิธีการทำงาน
- การใช้เครื่องมือวัสดุอุปกรณ์
บันไดขั้นที่ 3: แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ
- เกิดกระบวนการจัดการ
บันไดขั้นที่ 4: มีการติดตามและประเมินผล
- ประชุมเดือนละครั้งเมื่อจบการทำงาน
บันไดขั้นที่ 5: มีการสร้างเครือข่ายประสานงาน แลกเปลี่ยนความรู้
- หมู่บ้าน , ตำบล , อำเภอ
4. การจัดการสุขภาพชุมชน : โดยตำบลหนองกระท้าว
บันไดขั้นที่ 1: สำรวจปัญหาและสาเหตุของปัญหาสุขภาพในชุมชน
- โดยการทำประชาคมหรือแบบสอบถาม
บันไดขั้นที่ 2
- วิเคราะห์ปัญหา รวบรวมข้อมูล สาเหตุพฤติกรรมสุขภาพในชุมชน
บันไดขั้นที่ 3
- วางแผนงาน จัดโครงการแก้ไขปัญหาสุขภาพ
บันไดขั้นที่ 4
- ฝึกอบรม มีต้นแบบ
บันไดขั้นที่ 5
- ประชาชนมีการปับเปลี่ยนพฤติกรรมดีขึ้น80%
5. ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ : โดยตำบลนครไทย
บันไดขั้นที่ 1
- สำรวจและเยี่ยมเยียน ชี้แจงนโยบายà ถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างน้อย80%
บันไดขั้นที่ 2: ตรวจคัดกรองสุขภาพทุก6เดือน
- แยกประเภทสุขภาพผู้สูงอายุ ได้แก่ ปกติ , เสี่ยง , มีโรคประจำตัว
บันไดขั้นที่ 3: จัดทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับภาวะสุขภาพ ทำกิจกรรมทุกเดือน
- อารมณ์
- อาหาร
- ออกกำลังกาย
บันไดขั้นที่ 4: จัดตั้งชมรมผู้สูงอายุ 1 ชมรมต่อหมู่บ้าน
บันไดขั้นที่ 5: กระตุ้นให้เกิดความยั่งยืนโดยการ
- ส่งเสริมกิจกรรมสานสายใยในวัยผู้สูงอายุ
- เวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์
- จัดตั้งกลุ่มฌาปนกิจทุกหมู่บ้าน
6.หมู่บ้านปลอดอบายมุข(โดยเฉพาะสุรา) : โดยตำบลน้ำกุ่ม
หน่วยงานที่ทำการดำเนินการ à อสม. , สาธารณสุข , อบต. , โรงเรียน , ผู้นำชุมชน
บันไดขั้นที่ 1: สร้างฐานข้อมูลในชุมชน
- ข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ
- ข้อมูลการก่อทะเลาะวิวาท
- ข้อมูลการเป็นหนี้สินในครัวเรือน
- สถิติการเกิดครอบครัวแตกแยก
บันไดขั้นที่ 2: มาตรการทางสังคมและกฎหมาย
- ห้ามจำหน่ายสุราแก่เด็กอายุต่ำกว่า18ปี
- กำหนดเวลาจำหน่ายสุรา
- ผู้จำหน่ายต้องแจ้งให้ผู้ซื้อทราบของโทษของสุรา
- ห้ามดื่มและจำหน่ายสุราในสถานที่ราชการหรือวัด
- มีการตัดสิทธิ์ในการกู้ยืม
- การตัดสิทธิ์ในการออกเสียง
บันไดขั้นที่ 3: การปรับเปลี่ยนค่านิยมของคนในชุมชน
- ให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยง เช่น เยาวชน , ผู้ติดสุรา
- จำกัดสถานที่ในการดื่ม
- จัดกิจกรรม เช่น ออกกำลังกาย , เล่นกีฬา , ดนตรี
- ส่งเสริมการสังสรรค์โดยไม่มีแอลกอฮอล์
บันไดขั้นที่ 4: การจูงใจของคนในชุมชน
- ยกย่องและมีบุคคลต้นแบบ
- ประกวดชุมชนปลอดสุรา
บันไดขั้นที่ 5: การเป็นหมู่บ้านปลอดอบายมุข
7.ปัญหาในเด็กวัยรุ่น : โดยตำบลเนินเพิ่ม
บันไดขั้นที่ 1
- ครอบครัวพร้อมหน้า มีเวลาให้กันมากขึ้น
บันไดขั้นที่ 2
- ครอบครัวอบอุ่น ลดการเข้าหาอบายมุขของวัยรุ่น เช่น ไม่ติดยาเสพย์ติด
บันไดขั้นที่ 3
- สนับสนุนการรวมกลุ่มทางสังคมของเด็กวัยรุ่นเพื่อทำความดี เช่น กลุ่มจิตอาสา , แข่งกีฬา
บันไดขั้นที่ 4
- ลดการตั้งครรภ์อันไม่พึงประสงค์และก่อนวัยอันควรàไม่ท้องไม่แท้งในวัยเรียน
บันไดขั้นที่ 5
- เด็กจบการศึกษาขั้นพื้นฐานภาคบังคับ ไม่ออกกลางครัน เรียนจบแล้วมีงานทำ
8.ปัญหาสิ่งแวดล้อมและหมู่บ้านน่าอยู่ : โดยตำบลบ่อโพธิ์
บันไดขั้นที่ 1
- ประชาสัมพันธ์และมีหมู่บ้านเข้าร่วมโครงการอย่างน้อย60%
บันไดขั้นที่ 2
- หมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการมีการดำเนินกิจกรรมตามโครงการหมู่บ้านน่าอยู่ 80%ของครัวเรือน
บันไดขั้นที่ 3
- หมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการมีการดำเนินกิจกรรมและผ่านเกณฑ์มาตรฐานหมู่บ้านน่าอยู่ 70%
บันไดขั้นที่ 4
- หมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการมีการดำเนินกิจกรรมและผ่านเกณฑ์มาตรฐานหมู่บ้านน่าอยู่ 90%
บันไดขั้นที่ 5 -ไม่ได้ระบุ-
9.การสร้างแกนนำ : โดยตำบลนครชุม
เป้าหมาย à มีแบบอย่างที่ดี โดยเป็นผู้ที่เสียสละ ชอบช่วยเหลือ มีใจรัก ยอมรับสมัครใจ
หน่วยงานที่ทำการดำเนินการ : อสม. , หมอพื้นบ้าน , ผู้นำ , ครู , ประชาชน
บันไดขั้นที่ 1: เสริมสร้างความมั่นใจ
- อบรมความรู้ , ทักษะ , ดูงาน , จัดสรรงบประมาณ
บันไดขั้นที่ 2: สร้างทีมงาน
- ท้องถิ่น , ท้องที่ ,หน่วยราชการ
- ผลลัพธ์ , ประโยชน์แก่บุคคล หน่วยงาน
บันไดขั้นที่ 3: สร้างเครือข่าย
- ในชุมชน
- นอกชุมชน
บันไดขั้นที่ 4: ถ่ายทอดสู่ประชาชน
- ปฏิบัติ , ทำกิจกรรม
บันไดขั้นที่ 5: นำสุขภาพดีสู่ชุมชน
10. การจัดการแหล่งน้ำ : โดยตำบลบ้านแยง
บันไดขั้นที่ 1
- รณรงค์เพื่อการอนุรักษ์แหล่งน้ำอย่างยั่งยืน อาศัยความร่วมมือทั้งในส่วนของโรงเรียน , ชุมชน , อบต., เทศบาล
- ลดละการใช้สารเคมีในการเกษตร
- สร้างจิตสำนึกในการทิ้งขยะ
- รณรงค์การใช้สินค้าปลอดสารพิษ
- แยกขยะ
- สร้างทีมงาน กรรมการ เช่น ชมรมคนรักคลองจิก , ชมรมคนรักษ์น้ำ
บันไดขั้นที่ 2
- มีปริมาณน้ำเพียงพอในการใช้สอยในชีวิตประจำวันและเกษตรกรรม
- เปลี่ยนจากการใช้สารเคมีในการเกษตร เป็นเกษตรอินทรีย์
- ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจและตระหนักการรักษ์น้ำ
บันไดขั้นที่ 3
- มีออกซิเจนอยู่ในระดับปกติของมาตรฐานแหล่งน้ำ
บันไดขั้นที่ 4
- สามารถนำน้ำในแหล่งน้ำมาใช้ในการสาธารณูปโภค เช่น ดื่มน้ำ ได้อย่างปลอดภัย
- สามารถสร้างอาชีพอย่างแหล่งน้ำได้ เช่น สินค้าผักตบชวา
บันไดขั้นที่ 5
- คลองจิกและแม่น้ำแควน้อยสะอาด
- มีปริมาณออกซิเจนในแหล่งน้ำสูงตามมาตรฐาน
- ใช้เกษตรอินทรีย์100% เลิกใช้สารเคมี
- สร้างรายได้สู่ชุมชนชนจากแหล่งน้ำ
- การจัดการแหล่งน้ำสามารถเป็นแบบอย่างกับชุมชนอื่นๆและสามารรถจัดเป็นแหล่งศึกษาได้
11. การสื่อสารและการจัดการเพื่อการเรียนรู้ : โดยตำบลบ้านพร้าว
บันไดขั้นที่ 1
- มีเครื่องมือสื่อสารที่พร้อมใช้งาน กระจายข่าวประชาสัมพันธ์ โดยประชาชนสามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารได้อย่างน้อยร้อยละ 40 วัดผลโดยสำรวจโดยการใช้แบบสอบถามการรับข้อมูลข่าวสาร ว่าทราบข้อมูลข่าวสารหรือไม่ ได้รับข่าวสารทางช่องทางใด เช่น หอกระจายข่าว , บอร์ดประชาสัมพันธ์หมู่บ้านหรือตำบล , สถานีวิทยุ พร้อมทั้งสำรวจอุปสรรคในการรับข้อมูลข่าวสาร
บันไดขั้นที่ 2
- พัฒนาเครื่องมือสื่อสารเพื่อการประชาสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพ เป้าหมายคือประชาชนสามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารได้อย่างน้อยร้อยละ 50
บันไดขั้นที่ 3
- เพิ่มช่องทางการสื่อสาร มีวารสารหรือแผ่นพับแจกทุกครัวเรือน , การเพิ่มคลื่นวิทยุชุมชน เป้าหมายคือประชาชนสามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารได้อย่างน้อยร้อยละ60
บันไดขั้นที่ 4
- พัฒนาระบบสื่อสาร เช่น จัดตั้งสถานีวิทยุเพื่อการเรียนรู้หรือจัดรายการเพื่อการเรียนรู้ โดยต้องมีผู้ทำหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน , มี web site ประชาสัมพันธ์ เป้าหมายคือประชาชนสามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารได้อย่างน้อยร้อยละ70
บันไดขั้นที่ 5
- ประชาชนอำเภอนครไทยได้รับข้อมูลข่าวสารต่างๆอย่างทั่วถึงหลายช่องทาง เช่น หอกระจายข่าว , คลื่นวิทยุ , ป้ายประชาสัมพันธ์ , หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เป้าหมายคือประชาชนสามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารได้อย่างน้อยร้อยละ 80
หลังจากนำเสนอผลงานโครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของทั้ง 11 ตำบล ในขณะนั้นเวลาได้ล่วงเลยจนมาถึงเกือบ 13.00 น.แล้ว จึงถึงเวลาอันสมควรที่จะปิดโครงการและไปรับประทานอาหารกลางวัน โดยก่อนกล่าวปิดโครงการ วิทยากรได้เปิดโอกาสให้สมาชิกบางส่วนแสดงความคิดเห็นต่อการทำเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ จึงได้ทราบว่าสมาชิกบางท่านก็เต็มใจมา บ้างก็ไม่อยากมาเข้าร่วมประชุมแต่จำเป็นต้องมีตัวแทนเข้าร่วมกิจกรรมจึงต้องมา อย่างไรก็ตามหลังจากจบโครงการทุกคนต่างมีทัศนคติที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีต่อการประชุมครั้งนี้ ตัวแทนหมู่บ้านที่เข้าร่วมประชุมต่างก็รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของชุมชนและมีความภาคกูมิใจที่ได้เป็นกำลังสร้างและพัฒนาชุมชนของตนเองซึ่งจะนำไปสู่สุขภาวะของคนนครไทยอย่างยั่งยืน
บันทึกโดย......นสพ.พูนสุข ด่านดำรงรักษ์ นสพ.ปวิตรา จารุสาธิต (เมย์)นสพ.นิธินา ยี่สิบแสน (นุ้ย)
นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 5 รพ.มหาวิทยาลับนเรศวร
นพ.พรเทพ โชติชัยสุวัฒน / คุณศศิธร เป้รอด ที่ปรึกษา

เขียน blog ด้วยหรือครับพี่
แล้วจะแวะมาอ่านบ่อย ๆ นะครับ