ศ.จีออฟ บีทที และคณะจากมหาวิทยาัลัยแมนเชสเทอร์ UK ทำการศึกษาพบว่า เท้าเป็นหน้าต่างของหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นตัวชี้วัด (indicators) ว่า กำลังพบเนื้อคู่ที่ดึงดูดความสนใจหรือไม่ [ UPI ] & [ BBC ]

...

การศึกษานี้พบว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มจะหันเท้าออกจากร่างกาย ทำท่า "เปิดขา (open-leg)" ออกทันทีที่พบเนื้อคู่ หรือคนนี้ "ใช่เลย"

ตรงกันข้าม... ถ้าผู้หญิงไม่สนใจจะทำท่า "ไขว้ขา (crossing legs)" หรือไม่ก็ซุกขาไว้ด้านใต้ร่างกาย (tucked under the body) เพื่อบอกว่า คนนี้ "ไม่น่าสนใจ"

...

ศ.บีททีพบ ว่า ผู้ชายไม่ได้ใช้เท้าเป็นหน้าต่างของหัวใจแบบนั้น ทว่า... ทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างก็อดไม่ได้ที่จะหลบเลี่ยงการแสดงออก เพื่อตบตาอีกฝ่ายหนึ่งด้วยการเคลื่อนไหวเท้าไปมาแบบไม่เป็นธรรมชาติ

ผู้ชายมีแนวโน้มจะขยับขาไปมา หรือทำท่า "ขาอยู่ไม่สุก (move feet = เคลื่อนไหวขา-ขาไม่นิ่ง)" เมื่อรู้สึกเครียด

...

ตรงกันข้าม... ผู้หญิงมีแนวโน้มจะทำท่า "ขานิ่ง (keep feet still)" เมื่อรู้สึกเครียด

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ภาษาอังกฤษสบายๆ สไตล์เรา                                

ต้นฉบับเรื่องนี้คือ 'Researcher: Feet signal sexual attraction' = "นักวิจัย (พบ) ขาบ่งบอกความดึงดูดใจเกี่ยวกับเซ็กส์ (ทางเพศ)" หรือ "ขาเป็นหน้าต่างของหัวใจ"

คลิกลิ้งค์ > คลิกลำโพง-ธงชาติ > ฟัง-ออกเสียงตามเจ้าของภาษา 3 รอบ เพื่อให้จำศัพท์ได้ถูกต้องและเร็ว

...

ย้ำเสียงหนัก (accent) ที่พยางค์แต้มสี กรณีมีตำแหน่งย้ำเสียง 2 ตำแหน่ง, ตำแหน่งที่ย้ำเสียงหนักกว่า คือ พยางค์ที่ใช้ตัวอักษรตัวหนา

@@ [ signal ] > [ ซิก - เหนิ่ว - L ] > http://www.thefreedictionary.com/signal > noun, verb = สัญญาณ ให้สัญญาณ ส่งสัญญาณ บอกใบ้

@@ [ attraction ] > [ อะ - แทร็ค - เฉิ่น ] > http://www.thefreedictionary.com/attraction > noun = ความน่าสนใจ ความดึงดูดใจ

...

 ติดตามบล็อกของเราได้ทางทวิตเตอร์ > [ Twitter ]

ที่มา                                                         

  • Thank UPI > Researcher: Feet signal sexual attraction. December 3, 2009.
  • Thank BBC > What our feet reveal about lying and sexual attraction. 4 December 2009.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. > 14 ธันวาคม 2552.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.