การกำความสำคัญเค้าทำกันอย่างไร

 มันเกิดรู้สึกแบบไม่ได้ตั้งใจขึ้นมา ถ้าตั้งใจคิดอะไร ก็ไม่ออกสักอย่างเลยละครับ

จากการใช้ชีวิตในแต่ละวันนั้นคนเราก็จะมีบทบาทสลับกันไปในแต่ละช่วงเวลา

ตอนเช้าคุณแม่เป็นคนสำคัญเพราะต้องเตรียมอาหาร ตอนสายคุณพ่อเป็นคนสำคัญเพราะไปเป็นประธานเปิดงานขององค์กร สิบโมงเช้าคุณธวัชชัยเป็นคนสำคัญเพราะขึ้นรับโล่ห์ประกาศเกียรติคุณเนื่องจากควบคุมระบบงานได้ยอดเยี่ยม ฯลฯ

และ อีกอย่างหนึ่งก็คือ การทำงานในองค์กร การทำงานของฝ่ายต่างๆ จำเป็นจะต้องมีการประสานขอข้อมูลต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการบริหาร บริการ อะไรก็ตามที..

 สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ข้อมูลที่ยังไม่ได้ นั้นให้งานสะดุด เมื่อสะดุดก็จำเป็นต้องเรียกเจ้าของงานให้ข้อมูลเพื่อนำข้อมูลมารวมกัน งานก็จะได้แล้วเสร็จและบรรลุวัตถุประสงค์ไป

ฟังดูก็ไม่มีอะไรนะ..ธรรมดา ใช่ไหมครับ..

 แต่หากเป็นองค์กรที่มีระบบซับซ้อนและปรับเปลี่ยนไปตามพัฒนาการของเทคโนโลยี่ ความแน่นอนในการใช้ระบบที่ตรงไปตรงมา

เป็นระบบที่ดีที่สุดนั้นไม่สามารถเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ การเรียกข้อมูลที่พวกเราฝันกันไว้ว่าจะเรียกดูจากห้องผู้บริหาร ก็เป็นฝันที่ยังคงต้องรอคอยกันต่อไป เพราะอะไร??

ระบบข้อมูลในองค์กรขนาดใหญ่เค้าพยายามพัฒนาให้ทันกับบริษัทชั้นนำอย่าง ไอบีเอ็ม ไมโครซอฟท์ ก็พยายามกันอย่างยิ่ง และใช้กรอบของการบริหารที่เน้นการลดต้นทุน ส่วนใหญ่จะเลือกการใช้ฟรีแวร์เป็นสำคัญ เช่น ลีนุกซ์ ระบบฐานข้อมูลmysql เป็นต้น

ก็เกิดสิ่งหนึ่งขึ้นมาก็คือความสำคัญก็ไปอยู่กับโปรแกรมเมอร์ หรือนักพัฒนาระบบ

จากปัญหานี้ เมื่อมีโปรแกรมเมอร์น้อย หรือใช้คนใจรักทำงานแทน ก็เกิดการรอคอยการพัฒนา เนื่องจากปริมาณงานมีมาก คนที่พัฒนามีน้อย งบประมาณจำกัด และงานต้องให้บริการตลอด 24 ชม. เมื่อเป็นเช่นนี้ก็การพัฒนาต้องทำต่อเนื่องการบริการก็ต้องทำต่อเนื่อง ก็ต้องใช้วิธีการพัฒนาระบบใหม่ให้ค่อยๆ กลืนระบบเก่า ในทางปฏิบัตก็ทำให้เกิดการใช้ระบบซ้อน หรือเขาเรียกคู่ขนาน คือ ระบบการทำงานด้วยเอกสารแบบเดิม และระบบการทำงานระบบสำนักงานอัตโนมัติ คนคนเดิมต้องทำงานทั้งสองอย่างไปพร้อมกัน (งานเพิ่ม) ในขณะภาระงานมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ

การเรียกร้องก็มากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายข้อมูลสารสนเทศที่ผู้บริหารต้องการก็ไม่มาตามกำหนด และผู้บริหารจะทำโทษก็ไม่ได้ด้วย เจ้าหน้าที่เค้ามีเหตุผลที่ฟังได้อย่างทีเดียว ...

คนที่ไม่ส่งข้อมูลก็กลายเป็นคนที่ทุกคนต้องรอ หรือหากข้อมูลส่งจากคนที่1 ไปคนที่2 คนที่3 แล้วคนที่3 ไม่ส่งข้อมูล คนที่ 3 นี่คล้ายจะต้องถูกตำหนิ แต่หากมีเหตุผลที่ฟังได้ ก็จะกลายเป็นคนสำคัญไป ที่ว่าสำคัญ..ไม่ใช่จะต้องได้ขั้นพิเศษอะไรนะครับ แต่สำคัญ..เพราะว่าขาดเขา..แล้วงานไม่มีทางสำเร็จ

สร้างความสำคัญนี่คือศิลปะในการบริหารหรือเปล่าครับ..