ข้าราชการยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ เมื่อวันที่ 26 -27 พย. 52

โดย รพ.สมุทรสาครผ่านไปไม่นาน

วันนี้ได้มีโอกาสพบประธานกองทุนหมู่บ้าน น้องแหม่ม นิลโนรี

ที่แวะมาช่วยในงานแข่งขันกีฑาประจำปี ของกลุ่มรร. พันท้ายนรสิงห์

เราได้แลกเปลี่ยนทัศนะเรื่องการออกกำลังกาย

และเห็นพ้องว่าน่าจะได้นำการออกกำลังแบบโยคะ

และการบริหารกายด้วยไม้พลอง

มาแนะนำให้กลุ่มอสม.ก่อน จะได้เป็นแกนนำให้สมาชิกกลุ่มต่างๆ

ได้มีทางเลือกในการออกกำลังกายให้เหมาะกับสภาพ สภาวะของตน

นึกขึ้นได้ว่ามีรูปถ่ายเก็บไว้ เกรงว่าเก็บไว้ก็ไร้บอย ไม่เกิดประโยชน์

ก็เลยเอามาบันทึกไว้ ปลงสังขารตัวเอง

สังขารเป็นเรื่องของธรรมชาติ แต่โรคภัยไข้เจ็บนั้นเราสามารถป้องกันได้

การออกกำลังกายจึงเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลโรค

อย่างน้อยๆก็ไม่ควรน้อยกว่า 150 นาทีในหนึ่งสัปดาห์

ต่อเมื่อร่างกายคุ้นเคยกับการออกกำลังกายแล้ว จึงอาจเพิ่มเวลาในการเผาผลาญไขมัน

และแคลอรี่ที่เหลือใช้ออกจากร่างกาย

สิ่งหนึ่งที่ฉันยอมรับ และพยายามฝึกปฏิบัติให้เป็นนิสัยคือ การมีสติ

ในขณะที่ร่างกายเคลื่อนไหว ใจเคลื่อนตาม รับรู้ และเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลง

น้อมใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเหนื่อย หอบ หายใจไม่ทัน หายใจช้า หายใจเร็ว

แม้อาการปวดเมื่อยและล้าที่เกิดขึ้นขณะร่างกายเคลื่อนไหว บางครั้งหยุดนิ่งเพิ่มให้

กายและใจทำงานควบคู่กันไป การเฝ้ามองกายอย่างมีสติ กลับช่วยให้อาการปวดเมื่อย

อาการปวดนั้นหายไป บ่อยครั้งที่ตามไม่ทัน

เพราะเมื่อปวดขึ้นมาแล้วน้อมใจรับรู้สัญญาเกิดขึ้น

แต่แล้วอาการปวดนั้นกลับหายไปตอนไหนไม่รู้ตัว

งานนี้ต้องขอขอบคุณน้องหมอจอย พญ.นฤมล คุณหมอคนสวยประจำตึกปฐมภูมิ

 ที่นอกจากจะเก่งด้านการแพทย์ การรักษา การดูแล และป้องปรามโรคแล้ว

ยังเป็นนักกิจกรรมตัวยงทีเดียว อีกท่านคือน้องญาดา พยาบาลคนสวย รวยน้ำใจ

และขอขอบคุณผ่านบันทึกนี้สำหรับกิจกรรม SAve World SAve Life ที่จัดให้ข้าราชการที่ทำงานในอ.เมืองสมุทรสาคร ได้ไปร่วมกิจกรรม

สำหรับฉันแม้ต้องลาราชการไปเข้ารับอบรมก็ตาม ...ฉันก็ยินดี เพราะนี่คือการต่ออายุสำหรับการทำงานให้มีประสิทธิภาพที่ดี...ดีกว่าปล่อยให้กาลเวลา และความอ่อนล้าของร่างกายตามสภาพอายุมาเป็นเครื่องบั่นทอนกำลังใจ..

ประทับใจกิจกรรมแรกพบของน้องหมอจอยมากๆ

ก็ท่านเล่นให้ทุกคนที่ไปเข้าโครงการกอดกันซะน่วม

บางคนพยายามกอดให้หมดทุกคน

แต่เวลาจำกัด และผู้เข้ารับการอบรมมีถึง 110คน

อิอิ แต่งานนี้ฉันวิ่งเก็บภาพอย่างเดียว

 เลยอดร่วมเทศกาลกอดอีก...

การทดลองเล่นกับกิ่งไม้ซึ่งในสมัยที่เป็นเด็กนั้นชอบมาก วางปลายด้านใดด้านหนึ่งของไม้ไว้บนนิ้วชี้ และให้ตั้งอยู่บนนิ้วให้นานอย่างน้อย 15 นาที จะส่งผลถึงอารมณ์ และการหลั่งฮอร์โมนความสุขออกมา รวมทั้งทำให้เกิดสมาธิได้อีกวิธีหนึ่ง สมัยเป็นเด็กฉันเคยเอาจานสังกะสีในครัวมาเล่นกับแขนงไผ่เล็กๆ แล้วเราก็แข่งขันกัน จานของใครหล่นก่อนเป็นอันแพ้ ต้องหยุดเล่น

กิจกรรมต่อมาที่ทุกคนทำแล้วมีความสุขคือ การร้องเพลง ร้องอย่างไร และควรเลือกเพลงอย่างไร จึงสามารถกระตุ้นต่อมความสุขและให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข รวมทั้งเป็นการบำบัดด้วย ทางโรงพยาบาลเชิญอาจารย์นักกายภาพท่านเป็นอาจารย์สอนที่ม.รังสิต ท่านได้กล่าวถึงพลังของเสียง พลังแห่งความสุขและการร้องเพลง

เมื่อพวกเราได้ทดลองทำตามต้องร้องออกมาว่า..อื้อออ...จริง!

ฉันพบว่าเทคนิคการร้องเพลงนั้นสำคัญไม่น้อยเลย และเราสามารถนำเทคนิคการร้องเพลงมาผ่อนคลายและสร้างพลังบวกให้กับสุขภาพของเราได้อย่างน่าอัศจรรย์