เช้านี้เดินสำรวจดูผักอ่อมแซบ หลังจากนั้นชวนแม่บ้านกินข้าวต้ม เตรียมจัดของแบบสบายใจเฉิบ เห็นว่าอยู่ใกล้สนามบิน จึงเดินไปดูโน่นดูนี่ รถน้ำต้นไม้เพลิน จนมีเสียเตือนระวังจะตกเครื่องบินนะ ตั๋วก็ไม่ได้จอง แถมยังจำเวลาผิดอีก ไปถึงสนามบินหวุดหวิดก่อนเครื่องออก 20นาที แต่คนไม่เคยมีเชื้อแห้ว ทำยังไงๆก็มาจนได้ละครับ ที่แปลกก็คือ ..สายการบินนกแอร์แต่ใช้เครื่องการบินไทย คงเป็นหุ้นส่วนกันนั่นแหละ เป็นทริปบินขี้เหนียว แจกขนมกับน้ำเปล่าถ้วยเล็กๆ ผมก็เพิ่งเคยขึ้นนกแอร์ที่นี่เป็นครั้งแรก ไม่รู้ธรรมเนียมว่าจะต้องสั่งซื้ออาหารต่างหาก แต่ก็นั่นแหละผมไม่เห็นใครสั่งอะไร เพราะใช้เวลาบินแค่1ชั่วโมง ไม่เสริฟก็ไม่กินไม่สั่ง คราวต่อไปจะเอาข้าวเหนียวนึ่งกับหมูปิ้งขึ้นมาจากบ้าน ตามที่อุ้ยสร้อยเบิกนำอยู่แล้ว น่าจะอร่อยกว่าอาหารขยะที่ขายในเครื่อง
- ทั้งลำมีคนนั่งอยู่ประมาณ 20 คน
ผมควักกล้องมาถ่ายรูปเครื่องบินและสนามบิน
หลังจากนั้นก็อ่านหนังสือ
11.45 ถึงสนามบินดอนเมือง
จับแท๊กซี่เข้าศูนย์ประชุมสหประชาชาติ
คุณหมอสุธีโทรมาถามว่าถึงไหนแล้ว
ลุงเอกบอกว่ากำลังถ่ายเอกสารมาแจก จะตามมาที่หลัง
- ไปถึงกะว่าไม่ลงทะเบียนจะไปพูดๆแล้วก็เผ่น
เดินขึ้นลิฟส์ไปชั้น3 เจอพนักงานรักษาความปลอดภัยถามหาป้ายแขวนคอ
โห! ที่นี่ไม่มีป้ายไม่ได้เป็นอันขาด
มองดู ใครๆเขาก็มีป้ายกันทั้งนั้น
จึงต้องลงลิฟส์มาั้ชั้นล่าง ควักเอกสารให้เขากรอก ได้รหัส EX 0150 (อย่าเอาไปตีเป็นเลขหวยนะครับ)
คราวนี้ได้ป้ายแขวนคออันเบ่อเริ้มพร้อมกับกระเป๋าเอกสาร/หนังสืออีก 1 กระสอบ
(วิทยากรอารมณ์ดีก็มีป้ายแขวนคอ)
- ลุงเอกบอกห้องเบอร์ 2 อยู่ชั้น 3
หาห้องไม่เจอ เจ้าหน้าที่เดินมาถาม เขาชี้บอกอยู่ชั้นล่าง
ลงเลิฟมาเจอคุณหมอจอมป่วนกับชาวคณะเมือง2แคว
รีบควักกล้องมาถ่ายวิทยากรอารมณ์ดีที่สุดในโลก
หลังจากนั้นก็เดินเข้าห้องเสวนา
ถ่ายรูปได้แซะหนึ่งก็มีเครื่องหมายเตือนว่าให้เปลี่ยนแบ๊ตเตอรี่
โธ่! ยามหน้าสิ่วหน้าขวานจะไปหาถ่านไฟฉายที่ไหน
ผมเข้าใจว่าอาจจะเป็นเพราะเครื่องซ๊าทส์ไปไม่ดี หรือถ่านเสื่อมก็ไม่รู้นะครับ
จึงได้รูปมาอวดเท่าที่เห็น
ที่จริงอยากถ่ายภาพบรรยากาศมาอวด
และอยากถ่ายภาพฆ้อนไม้ที่อยู่บนโต๊ะบรรยายด้วย
- ไปงานนี้เจอคนรู้จักมากหน้าหลายตา
พวกสื่อมวลชนก็มาขอถ่ายภาพ
เอาเป็นว่าไว้ดูภาพที่คนอื่นถ่ายดีกว่านะครับ
พรุ่งนี้ย่ิอมดีกว่าวันนี้..
ตั้งแต่ปรับเรื่องการอยู่กิน
ออกจากบ้านก็จะมีปัญหาเรื่องอาหาร/เครื่องดื่ม
ทำให้คิดถึงบ้าน คิดถึงความต่อเนื่อง
หมู่นี้ออกจากบ้านไม่สนุกอีกแล้ว
บ้านเป็นสวรรค์วิมานจริงๆนะครับ
ไปไหนก็ไม่ต้องมีคนมาถาม..
“คุณมีป้ายแขวนคอแล้วหรือยัง!!!” ฮ่วย?




มาเยี่ยมพ่อครูครับ...
มีภรรยาแล้วครับ แต่ภรรยามิได้ทำป้ายไว้ให้แขวนคอ
ออกนอกบ้านเลยมิได้แขวนป้ายครับ
ถึงกระนั้นก็มิมีใครร้องเพลง "แฟนใครไม่มีป้ายแขวนคอ" ให้ฟังเลยครับ...
สวัสดีค่ะ
ครูต้อยแวะมาเยี่ยมค่ะ
คิดถึงพ่อครู ก็อาศํยเข้ามาอ่านให้ได้เบิกบานใจ
แถมความรู้ข้อคิดกลับไปอีกกระบุง
ไม่ชอบมีป้ายแขวนคอค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะพ่อครูบา
สงสัยว่า "บ้านเป็นสวรรค์วิมานจริงๆ " นะคะ
ไม่งั้น....เมื่อวานนี้ น้าอึ่ง คงไม่ชวนให้ไปนับถอยหลังที่สวนป่าแน่เลย.....^_^
ขอบคุณทุกความเห็นครับ