ในการจัดงานแทบทุกงาน ย่อมเกิดปัญหาที่ไม่คาดหมายได้เสมอ ในการจัดงานแต่งงานของลูกในครั้งนี้ ก็เช่นเดียวกันครับ เราเตรียมงานกันมาหลายเดือน โดยเฉพาะเรื่องของการจองโรงแรม เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการจัดงาน เรื่องนี้เราให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นผู้เลือกและดำเนินการเป็นหลัก เมื่อทราบว่า ตกลงได้สถานที่คือ ห้องแกรนด์บอลรูม ของโรงแรม เราก็สบายใจว่า ห้องแกรนด์บอลรูม ตามข้อมูลของโรงแรมในอินเตอร์เน็ต มีขนาดพื้นที่ใช้สอย 790 ตารางเมตร สามารถจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำ 480 ท่านได้
ประมาณสองสัปดาห์ก่อนงาน เรานัดไปดูสถานที่จริงและตัวอย่างการจัดงาน แต่เป็นการจัดเลี้ยงแบบบริการตนเอง (บุฟเฟ่) ที่มีการตั้งโต๊ะแขกเพียงสิบกว่าโต๊ะ ผู้ประสานงานของโรงแรมก็อธิบายว่า ในงานของเราก็จะเปิดขยายเป็นห้องกว้างโดยการเปิดผนังที่เป็นฉากกั้นระหว่างห้องย่อยออกได้ ตามจำนวนโต๊ะที่เราต้องการได้สบาย ไม่มีปัญหา ต่อมาอีกสองสามวัน เราของดู Floor Plan เมื่อลูกส่งมาให้ดู ผมผิดหวังมากที่เห็นว่า การจัดวางโต๊ะ บางโต๊ะต้องอยู่ในตำแหน่งระหว่างเสา บางโต๊ะอยู่หลังเสา ไม่สามารถมองเห็นเวทีได้ถนัด ผมแปลกใจมากที่ ห้องแกรนด์บอลรูม ของที่นี่ มีเสาขนาดใหญ่ถึงสี่ต้นเหลืออยู่เมื่อเปิดฉากกั้นออก เพราะจากประสบการณ์ที่เคยเห็นมา โรงแรมส่วนใหญ่จะสามารถเปิดห้อง โดยเฉพาะแกรนด์บอลรูม ให้เป็นห้องใหญ่ได้โดยไม่ต้องมีเสากลางขวางอยู่เลยเสมอ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเหลือเวลาอีกเพียงสัปดาห์เดียว ทางโรงแรมแจ้งว่า ผู้ประสานงานคนเดิมได้ลาออกไป จึงต้องตั้งต้นการตกลงเรื่องต่าง ๆ กันใหม่อีกครั้ง ลูก ๆ เครียดมาก แต่เราก็ได้แต่ปลอบใจว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวทุกอย่างก็สามารถแก้ไขได้ และก็อาจจะโชคดีที่คนที่มารับงานแทนคนที่ลาออกไป เป็นผู้ประสานงานที่มีความชำนาญมากกว่าคนเดิม (ตามคำบอกของลูก)
เมื่อถึงวันงาน เราเดินทางไปถึงโรงแรมประมาณบ่ายสองโมง เพื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะได้มีเวลาแต่งหน้าทำผม โดยช่างที่ทางผู้จัดจะมาทำให้ที่โรงแรม ราวบ่ายสี่โมงตามที่ทางโรงแรมนัดหมายว่าการจัดห้องงานเลี้ยงจะเริ่มทำงานกัน ผมก็เลยถือโอกาสเดินไปดูห้อง ปรากฏว่ายังมีงานประชุมสัมมนาของหน่วยงานแห่งหนึ่งอยู่ และเอาเข้าจริง ๆ การประชุมสัมมนานั้นกว่าจะเลิกก็ ประมาณห้าโมงครึ่งแล้ว กว่าจะได้จัดเตรียมห้องก็เกือบหกโมงเย็น ผลก็คือเมื่อถึงเวลา หกโมงเย็น (18.00 น.) ที่แขกโดยเฉพาะญาติที่มาจากต่างจังหวัดมาถึงแล้ว ก็มาที่ห้องจัดงานยังไม่ได้ ต้องไปนั่งรอกันที่ลอปบี้โรงแรม.....เป็นเรื่องเข็มขัดสั้นจริง ๆ ไม่คิดว่าจะเกิดกับโรงแรมในเมืองกรุงฯ เช่นนี้
เมื่อตอนเดินทางไปถึงโรงแรมตอนบ่ายสองโมง จะเช็คอินเข้าห้องพัก ที่ทางโรงแรมแจ้งว่า ได้ห้องสูท 2 ห้องที่ติดกันสามารถเปิดทะลุกันได้ เพื่อให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวและญาติหรือเพื่อนได้ใช้ อาบน้ำ แต่งหน้าทำผม แต่งตัวก่อนไปงาน ถึงเวลาเราเดินไปถึงจริง ๆ ปรากฏว่า ใช้ได้เพียงห้องเดียว อีกห้องบอกให้เรายืนรอก่อนอยู่หน้าห้อง ต้องรอเกือบ สิบนาที กว่าจะประสานเอากุญแจมาให้เราได้......สุ๊ดยอดจริงครับโรงแรมนี้
บันทึกนี้ขอ บ่นหน่อยนะครับ.....ขออภัยในความไม่สะดวก....อิอิ
ตามมาแอบดูท่านพี่ บ่น ครับ
เอิ้กๆๆๆ....
ก่อนอื่นมาแสดงความยินดีกับอาจารย์ก่อนนะคะ....
ยังมีอีกหลายอย่างที่ผิดหวังกับโรงแรมนี้ อย่างเช่น ไม่มีป้ายบอกงานและชี้ทางไปห้องจัดงานตั้งอยู่เลยในบริเวณประตูหรือลอบบี้โรงแรม รวมทั้งระหว่างทางเดินไปยังห้องจัดงานที่ต้องมีหลายเลี้ยวและผ่านหลายห้อง มีป้ายบอกงานเพียงแห่งเดียว คือที่ป้ายอิเล็กโทรนิกที่ บริเวณข้างเคาเตอร์ต้อนรับ ที่มีข้อความกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงแรมขึ้นสลับกันแบบหมุนเวียน แต่ละรอบประมาณ 4-5 นาที ก็เป็นการเรียนรู้ของคนภูธรครับ ว่าโรงแรมทันสมัยเขาเลิกใช้ป้ายแบบตั้งพื้นบอกกิจกรรมแล้ว คนที่มางานต้องหาทางไปงานเองหรือสอบถามเจ้าหน้าที่โรงแรมเอา แถมที่ป้ายอิเล็กโทรนิก ยังสะกดชื่อ เจ้าสาวผิดอีกต่างหาก ชื่อห้องก็เขียนว่า ดอนเมืองบอลรูม แทนที่จะเขียนว่า แกรนด์บอลรูม เหมือนในบัตรเชิญ ทั้ง ๆ ที่เขาขอบัตรเรามาก่อน บอกเราว่าเพื่อการสะกดคำที่ถูกต้อง เราก็เอามาให้แล้วก่อนงานหลายวัน.....เซ็งจริง ๆ
อาจารย์ขา...
แบบนี้ เราลองเปลี่ยนสถานที่ มาจัดฉลองมงคลสมรสอีกรอบดีมั้ยคะ....
.....ครั้งแรกขออภัยในความผิดพลาด...จะขอไปแก้ตัวใหม่ในครั้งหน้าครับผม....เอิ้กๆๆๆ
ยุคสมัยเปลี่ยน
Changes can’t be stopped.
Whether we like it or not.
Our community will be different tomorrow.
From it is today !!!!!!!!
สวัสดีคะอาจารย์
ขอแสดงความยินดีย้อนหลังนะคะ
อยากทราบแล้วซิคะว่าโรงแรมนี้ชื่อว่าอะไร สุ้ดยอดจริงๆ
เมื่อข้อมูลเปลี่ยน ความคิดเปลี่ยนครับ
เรื่องผู้ประสานงานของโรงแรมที่รับผิดชอบงานลาออก 1 สัปดาห์ก่อนถึงวันงานนั้น ทีแรกผมไม่พอใจมาก คิดว่าเขาไม่มีความรับผิดชอบ มาถึงวันนี้ ผมกลับเริ่มคิดอีกแบบครับว่า การที่เขาตัดสินใจลาออก อาจจะเป็นเพราะเขามีความรับผิดชอบ ต่องานที่เขาตกลงทำมาก่อน แต่เมื่อใกล้วันงาน มีงานช้าง ที่ทางผู้ที่มีอำนาจเหนือเขาสั่งการว่าต้อง มาจัดในวันเดียวกันก่อนหน้างานของเขา ทำให้เขาคิดว่าจะกระทบต่องานของเขาที่ตกลงกันมาก่อนหลายเดือน ด้วยความรับผิดชอบที่สูงจึงตัดสินใจลาออก แต่คิดอีกมุมหนึ่ง เขาคนนั้น จริง ๆ ตอนนี้ก็อาจจะทำงานให้โรงแรมนี้อยู่เหมือนเดิม แต่ก็เป็นเพียงเทคนิคทางธุรกิจ เพื่อไม่ให้ผู้ประสานงานคนเดิมต้องผิดคำสัญญากับลูกค้า จึงออกมาในลักษณะดังที่เล่า……เรื่องจริงเป็นอย่างไร ผมไม่อาจพิสูจน์ได้ครับ