ข้อสรุปจากการทำ Knowledge sharing (KS)
ของโรงพยาบาลมโนรมย์
เรื่อง บริการอย่างไรไร้ความขัดแย้ง
สาเหตุการขัดแย้ง
1. บุคลิกภาพ/ ทัศนคติ/ ความเชื่อ/ ความคิด ของผู้ให้บริการ ขัดแย้งต่อตนเอง/ กระบวนการให้บริการ และผู้มารับบริการ
2. การสื่อสารของผู้ให้บริการ (เจ้าหน้าที่) ต่อผู้มารับบริการไม่ประทับใจ (การแสดงออกทางคำพูด, ท่าทาง)
3. ผู้รับบริการได้รับข้อมูลที่ไม่ชัดเจน/ ไม่ตอบสนองความต้องการที่ผู้รับบริการอยากได้
4. ข้อมูลที่ให้กับผู้รับบริการไม่ชัดเจน
วิธีจัดการ
แยกวิธีการจัดการ ออกเป็น 2 กรณี ตามการให้บริการหรือการเกิดข้อขัดแย้ง ดังนี้
1. กรณียังไม่เกิดข้อขัดแย้ง สามารถจัดการได้ ตามสาเหตุการเกิดปัญหาดังนี้
1.1 ด้านความคิด/ ทัศนคติ/ ความเชื่อ
1.1.1 ความคิด/ ทัศนคติ/ ความเชื่อ ของผู้ให้บริการ
1) เข้าใจและตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตน
2) รักในงาน รักองค์กร ภูมิใจในงานที่ทำ และคิดว่าองค์กรให้โอกาสเราได้ทำงาน
3) เอาใจเขามาใส่ใจเรา เราอยากได้บริการอย่างไร ก็ควรให้บริการอย่างนั้น
4) สำรวจอารมณ์ตนเองบ่อยๆ หากพบอารมณ์ไม่ดีต้องปรับอารมณ์ของตนเองให้ปกติก่อนที่จะให้บริการ
5) ให้เกียรติผู้รับบริการ คิดเสมือนผู้รับบริการเป็นญาติพี่น้องของตนเอง มีความอ่อนน้อมถ่อมตน
ไม่วางตัวมีอำนาจเหนือใครๆ ให้บริการด้วยความเสมอภาคไม่แบ่งแยก
6) จับประเด็นเฉพาะที่ผู้รับบริการต้องการ ไม่จับประเด็นด้านอารมณ์
7) ตั้งใจและรับฟังผู้รับบริการให้มาก อย่ามั่นใจตนเองมากเกินไป
8) ต้องมีความรู้และทักษะในงานที่ทำและทำงานที่ตนเองรับผิดชอบให้ดีที่สุด
9) ไม่คาดหวังอะไรจากผู้รับบริการ
10) ปรับความคิด/อารมณ์ของตนเองต่อผู้รับบริการโดย
- คิดในแง่บวก มองโลกในแง่ดี
- คิดว่าเป็นการทำบุญ
- คิดว่าผู้ที่มาหาเราคือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ
- ถ้าไม่มีผู้มารับบริการ เราก็จะไม่มีงานทำ และไม่มีอาชีพ/ เงินเดือน
- คิดว่าผู้รับบริการอยู่กับเราไม่กี่ชั่วโมงเดี๋ยวก็กลับ บริการผู้ป่วยให้ดีที่สุด
- ไม่แสดงอารมณ์ขุ่นมัวต่อหน้าผู้รับบริการ
- พูดพร้อมแทรกอารมณ์ขัน
- หากเกิดอารมณ์โกรธให้เงียบ พร้อมสูดลมหายใจเข้าออกยาวๆ เพื่อควบคุมอารมณ์
1.2 ด้านการสื่อสาร
1.2.1 การพูด
1) ทักทายพูดจาเป็นกันเอง ใช้วาจาที่สุภาพ หรือใช้สรรพนามเรียกผู้รับบริการที่อาวุโสกว่าว่า คุณลุง ,
คุณป้า” ทั้งในโรงพยาบาลหรือพบเจอนอกโรงพยาบาล
2) ลักษณะการพูด ควรยิ้มไปด้วยพูดไปด้วย มีสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่พูดลักษณะเอาจริงเอาจัง พูดเชิงตำหนิ ข่มขู่ หรือใช้น้ำเสียงดุ จนผู้รับบริการรู้สึกกลัว หรือเป็นกังวล
3) ไม่พูดขณะอารมณ์ไม่ดี
4)ไม่พยายามอธิบายโต้แย้งหรือตอบโต้ใดๆ หากผู้รับบริการยังไม่พร้อมเช่น กำลังโกรธหรือทำทียุ่งๆ
5) ไม่พูดแก้ตัวแทนหรือหาเหตุผลเพื่ออธิบาย หากผู้รับบริการเกิดความไม่พอใจใครคนใดคนหนึ่ง
6) ระวังเนื้อหาคำพูดที่ล่อแหลมต่อการแปลความหมายได้หลายอย่าง
1.2.2 พฤติกรรมการบริการ
1) ยึดหลักความถูกต้องตามบทบาทหน้าที่ของตน
2) ดูแลผู้รับบริการอย่างใส่ใจสนองความต้องการโดยไม่ต้องร้องขอ
3) มีความกระตือรือร้น ใส่ใจในการให้บริการ โดยเสนอตัวเข้าไปช่วยเหลือ
1.2.3 การให้ข้อมูล
1)ให้ข้อมูลที่ชัดเจน และถูกต้อง
2) ประเมินผู้รับบริการก่อนให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ให้ข้อมูลเฉพาะส่วนที่ผู้รับบริการขาดหรือ
ต้องการ หากเป็นปัญหาที่ต้องตัดสินใจ หรือเสนอทางเลือก จะแนะนำให้นำญาติที่สามารถรับรู้ข้อมูลได้ดี หรือมีความสำคัญ หรือมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้รับบริการเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย
3) ประชาสัมพันธ์ให้ผู้รับบริการทราบถึงขั้นตอนในการให้บริการ หรือเหตุผลที่ต้องรอตรวจนาน เช่น แพทย์กำลังตรวจเยี่ยมอาการผู้ป่วยที่พักเตียง เพื่อลดความหงุดหงิดของผู้รับบริการ
4) เปิดโอกาสให้ผู้รับบริการได้ซักถาม หรือแสดงความคิดเห็น/ ความต้องการทุกครั้ง
ก่อนให้บริการหรือตัดสินใจ โดยเฉพาะการให้บริการที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทางสังคมจิตใจ
เช่น การตรวจภายใน หรือการทำหัตถการบางอย่าง
2. กรณีเกิดการข้อขัดแย้ง จัดการโดย
1. มองที่วัตถุประสงค์/ เจตนา หรือเหตุผลที่ผู้รับบริการแสดงออกมา
2. เข้าใจความต้องการ และความรู้สึกของผู้รับบริการให้มาก
3. ลดความคาดหวัง และความโกรธของตนเองให้ได้
4. พูดให้น้อย ฟังให้มากๆ
ด้านการสื่อสาร การแสดงออกทางคำพูด และพฤติกรรม
1. หลีกเลี่ยงปัญหา/ ยอม เพื่อตอบสนองความต้องการ โดย
- ทำตามความต้องการ นิ่งเงียบไม่ต่อล้อต่อถียง
- หากมีท่าที่ที่ตกลงกัน หรือจัดการไม่ได้ ให้เลี่ยงออกจากสถานการณ์ ขอความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นที่สามารถแก้ไขปัญหาได้มาจัดการแทน อาจจะเชิญให้นั่งในห้อง หรือสถานที่ส่วนตัว
หาน้ำให้ดื่ม และนั่งรับฟังโดยเปิดโอกาสให้ผู้รับบริการได้พูดระบายความในใจให้มากที่สุด หลังจากผู้รับบริการอารมณ์สงบลง แล้ว ให้สอบถามถึงสาเหตุของความขัดแย้งหรือความต้องการ พร้อมแก้ปัญหา ตามสภาพปัญหา โดยให้ข้อมูลที่ชัดเจนตามหลักการ/ แนวทางปฏิบัติ/ ทฤษฎี โดยไม่ตีความเพิ่มเติม หรือใส่ความรู้สึก/ความคิดเห็นส่วนตัว ของผู้ให้บริการลงไป
2. เปิดโอกาสให้ผู้รับบริการได้ระบายความรู้สึกให้มากที่สุด
3. นั่งพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ข้อตกลง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามความต้องการ และเกิดความพึงพอใจ
4. ไม่พูดเชิงแก้ตัวให้ผู้อื่น หรืออธิบายเหตุผลสนับสนุนบุคคลที่เกิดการขัดแย้ง
ทีมงาน HUM
เห็นด้วยทั้งหมด...การยิ้มแย้มและมีอารมณ์ขันเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องให้เหมาะสม/สอดคล้องกับสถานการณ์ของผู้ป่วยและญาติ โดยเฉพาะที่ ER ต้องระวังให้มาก บางครั้งการสำรวม (สงบสยบเคลื่อนไหว) จะดีกว่า และคนที่พูดคะ ขา ไม่ถนัด แนะนำให้พูดช้าขึ้นและทอดเสียงเล็กน้อยจะช่วยให้ฟังนุ่มนวลขึ้น/By Jan
สรุปได้ดีมากๆ และมีเรื่องใหม่ๆจาก KS เยอะเลย อยากให้ จนท. ทุกคนได้อ่าน , HUM ปชส. ให้เข้ามาอ่านเรื่องนี้หน่อย / Boss
เป็นข้อสรุปที่ได้จากผู้เข้าร่วมแชร์ประสบการณ์ ที่ดีมากๆครับ
แต่สำหรับผมคงต้องพยายามปรับปรุงและเตือนตัวเองให้คิดและทำให้ได้ตามแบบที่สรุปนี้ให้ได้มากที่สุด
อนุเทพ
อ่านแล้ว และคิดว่าต้องนำมาปรับปรุงตัวเองเช่นกัน แต่ก็ยังมีอคติกับคนเมาที่พูดจาไม่รู้เรื่องอยู่ดี จะทำอย่างไรดีคะ /Bua